มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ โดยพระครูศรีโชติญาณ ตอนที่ ๔๓




ถาม คำว่าวิรตีไม่เกิดกับกิริยาจิตนั้น หมายความว่ากระไร

ตอบ หมายความว่า พระอรหันต์ท่านทำให้บริบูรณ์ในศีลแล้ว ประหารกิเลสเสียได้หมดแล้วก็ไม่จำต้องมีอีก

อุปมาเหมือนไม่มีผู้ร้ายก็ไม่จำต้องมีเจ้าหน้าที่ฉะนั้น

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:02:08 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ขออภัยค่ะพิมพ์ตอนผิดต้องเป็นตอนที่ ๔๕ค่ะ

ถาม ขณะพระอริยะทำผลสมาบัติ กิเลสของพระอริยผู้เสขะก็หมดแล้วมิใช่หรือ ถ้ากระนั้นมีวิรตีไว้เพื่ออะไร

ตอบ ใช่ เท่าที่มีวิรตีไว้อีกนั้น ก็หาได้มีไว้เพื่อฆ่ากิเลสอย่างใดอย่างหนึ่งก็หาไม่
แต่เพราะผลจิตฝ่ายโลกุตตรนั้นรับอารมณ์คือนิพพานต่อมาจากโลกุตตรมรรคจึงมีวิรตีติดมาด้วย
วิรตีที่เกิดในผลจิตนี้เรียกว่าโลกุตตรศีล ซึ่งมีอุปมาดุจเจ้าหน้าที่หลังจากปราบข้าศึกสงบแล้ว ก็คอยดูแลชมความสุขที่ประชาชนกำลังเสวยอยู่ฉะนั้น

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:06:25 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นั้น ไม่เกิดกับวิบากมิใช่หรือ แต่ทำไมจึงไปเกิดในโลกุตตรวิบากได้เล่า

ตอบ เท่าที่เกิดได้นั้น ก็เพราะมีลักษณะที่จะพึงเกิดได้หลายอย่าง คือ
. โลกุตตรวิบากนั้นมีอยู่ในวิถีเดียวกับมรรค
. มีอารมณ์ คือนิพพานอย่างเดียวกันกับมรรค
. อยู่ในชวนะเดียวกันกับมรรค
. มีกิจเหมือนกันกับมรรค เว้นแต่ว่าผลจิตของอาทิกรรมิกอริยบุคคลนั้น มีความสุขน้อยกว่าผลจิตซึ่งเกิดขึ้นในขณะทำผลสมาบัติเท่านั้น อุปมาผลซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมรรคนั้น มีความสุขไม่ต่างอะไรกับการต่อสู้กับข้าศึก เหมือนกับมรรคทำการประหารกิเลส เมื่อทราบว่าข้าศึกที่ต่อสู้นั้นตายรู้สึกสบายใจ แต่ความสบายนั้นก็ไม่สู้จะสนิทนัก เพราะข้าศึกเพิ่งจะตายไป ใจยังรู้สึกตุ๋มๆต่อมๆอยู่ เหมือนผลเกิดในลำดับมรรค แต่ความรู้สึกสบายซึ่งเกิดมีแก่ผู้ที่ห่างไกลข้าศึกมานานแล้วนั้น เป็นความสุขที่สงบหาสิ่งใดที่จะเทียบไม่ได้ เหมือนผลซึ่งเกิดแก่พระอริยะผู้เข้าชมผลสมาบัติฉันนั้น มีความสุขมาก ประหนึ่งเทพเสวยทิพยสมาบัติก็ปานนั้น

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:17:24 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม มรรคจิตเป็นทุกขสัจจะด้วยหรือเปล่า
ถ้าไม่เป็นแล้วจะถูกนิโรธดับด้วยหรือไม่ เพราะตามหลัก ก็ดับทุกขสัจจะกับสมุทัยสัจจะเท่านั้น

ตอบ เปล่า ไม่ถูกดับ มรรคจิตเป็นทุกข์จริงอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกขอริยสัจจ์
เพราะมรรคจิตนี้ มิได้อยู่ในกิจใดกิจหนึ่งของอริยสัจจ์
แต่มรรคจิตเกิดเพราะมีนิพพานเป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัยต่างหาก

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:19:19 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม บุคคลที่มีอาชีพเป็นมิจฉาชีพแล้ว แต่อาจมีสัมมากัมมันตะและสัมมาวาจา ในบางคราวหรือการงานของเขาจะเป็นสัมมากัมมันตะในบางครั้งจะได้บ้างไหม

ตอบ สามารถมีได้ เช่น บางคนมีอาชีพเป็นมิจฉา คือฆ่าสัตว์หรือขายน้ำเมาเป็นนิจ แต่บางครั้งเขามาทำบุญเป็นสัมมากัมมันตะ หรือเปล่งวาจารับศีลเป็นสัมมาวาจาในบางครั้งก็มี อย่างนี้เรียกว่าไม่เกี่ยวกับอาชีพ ส่วนทางชั่วตรงกันข้าม

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:27:22 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 5

ถาม นิพพัตติลักษณะ ๒๕ คืออะไรบ้าง
ตอบ รูปขันธ์มี ๕ คือ อวิชชา-ตัณหา-กรรม-อาหาร-ลักษณะที่รูปเกิดอีก ๑ จึงรวมเป็น ๕ ลักษณะ

เวทนาขันธ์ มี ๕ คือ อวิชชา-ตัณหา-กรรม-ผัสสะ-ลักษณะที่เวทนาเกิดอีก ๑ จึงรวมเป็น ๕ ลักษณะ

ส่วนสัญญาและสังขาร ก็มีนัยเหมือนเวทนาขันธ์เหมือนกัน

วิญญาณขันธ์มี ๕ คือ อวิชชา-ตัณหา-กรรม-นามรูป-ลักษณะที่วิญญาณเกิดอีก ๑ จึงรวมเป็น ๕

เงื่อนเกิดมี ๕ ลักษณะ ๕ ขันธ์จึงรวมเป็น ๒๕ ส่วนเงื่อนดับหมายถึง ๒๕ ลักษณะดับลง จึงรวมเป็น ๕๐ คือ เงื่อนเกิด ๒๕ เงื่อนดับ ๒๕ = ๕๐

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:30:48 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 6

ถาม วิถีของอารมณ์ที่ว่ามี ๔ นั้น คืออะไรบ้าง และวิถีนั้นๆหมายถึงอะไร
ตอบ มี ๔ อย่าง คือ
. สัททวิถีๆของเสียง
. สุทธวิถี หมายถึง โสตวิญญาณได้ยินเสียง
. อนุวัตตกวิถี หมายถึง จิตตั้งแต่สัมปฏิจฉันนะไปจนถึงสันตีรณะ
. อัตถวิถี หมายตั้งแต่โวฏฐัพพนะไปจนถึงชวนะ นี้เป็นวิถีของอารมณ์ทางโสตทวารเป็นตัวอย่าง

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:32:08 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 7

ถาม ตามธรรมดาตัณหาจะเกิดก็ย่อมอาศัยสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาเกิด

มิใช่อาศัยทุกข์หรือโทมนัสสเกิดมิใช่หรือ
ถ้าเช่นนั้นในขณะตนมีโทสะ เวทนาไม่เป็นสุขอย่างนี้ ตัณหาจะไปอาศัยเกิดอย่างไร

ตอบ ความจริง มิใช่ตัณหาจะอาศัยโทมนัสสเวทนาขณะโกรธเกิดก็หามิได้ ขอให้นึกถึงหลักของธรรมดาก่อนว่า โกรธจะเกิดนั้นจะต้องเกิดมาแต่ความไม่สมหวังในสิ่งที่ตนปรารถนา ตนปรารถนาในสิ่งใด ตัณหาก็เกิดในสิ่งนั้นเป็นเหตุอยู่ก่อนแล้ว แต่พอไม่สมหวังโกรธก็เกิดเป็นตัวกรรมขึ้น แล้วเป็นตัวผล ฉะนั้นโทสะท่านจึงจัดเป็นตัวผล

โดย เพ็ญภัทร์ [12 ก.ย. 2546 , 10:34:21 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านทีไรก็ชื่นใจแห่งความเป็นนักปราชญ์ของท่านทุกที ชื่นใจเสมอเลยค่ะ

โดย พี่อุ๊ [13 ก.ย. 2546 , 19:46:48 น.] ( IP = 202.57.177.226 : : )


  สลักธรรม 9

โอ้โฮ...ได้ความรู้อีกหลายแง่มุมเลยค่ะ ..สาธุค่ะคุณเพ็ญภัทร์

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2546 , 22:59:20 น.] ( IP = 203.107.204.35 : : )


  สลักธรรม 10

อนุโมทนาค่ะ
มาตามเก็บความรู้เจ้าค่ะ
เก็บไม่หมดเสียที
เพราะเก็บแล้วก็รั่ว..ฮิฮิ

โดย พี่ดา [15 ก.ย. 2546 , 11:08:38 น.] ( IP = 203.113.32.12 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org