| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สงสัยจังว่าพุทธศาสตร์จึงแตกต่าง
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยอมมีประสาทสัมผัสที่ 6
คือจิตใจ ที่รับสุขรับทุกข์มีโกธรมีเกลียดอันเนื่องจากความรู้สึกจากจิตใจ
นักวิทยาศาสตร์และร่วมถึงหมอใหญ่ของไทยหลายท่านอาทิเช่น ศจ.ดร.ระวี ภาวิไล รศ.ดรนัยพินิจ
ศจ.นพ.จำลอง หรินสุต ศจ.นพ.เชวง
ศจ.นพ.เทพพนม เมืองแมน
อาจารย์หมอไพโรจน์ หรินสุต
นักวิทยาศาสตร์ของโลกหลายท่านได้หันมาศึกษาพระพุทธศาสตร์ถึงกับยอมรับในเรื่องวิทยาศาสตร์ทางจิต ซึ่งมหาวิทยาศาสตร์มหิดลเปิดเป็นหลักสูตร
ถึงกับเป็นคณะ
นักวิทยาศาสตร์ของโลกได้แสดงวาทะเกี่ยวกับพระพุทธศาสนายกมาอ้างเพื่อเกิดศรัทธาประสาทะบ้าง
World Scholars Words in Praise of Buddhism Professor Max Muller The Buddhas moral code is the most perfect which the world has ever known.
Albert Einstein The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend a personal God and avoid dogmas and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things, natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description If there is any religion that could cope with modern scientific needs, it would be Buddhism.
Carl Jung Buddha is the more complete human being. He is a historical personality and therefore easier for men to understand. Christ is at once a historical man and god, and therefore more difficult to comprehend.
โดย เณรวัส [12 ก.ย. 2546 , 17:35:27 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 2จากอภิธัมมัตถสังคหะอธิบายดังนี้ครับ
คันธารมณ์ หมายถึง รูปที่กำลังเป็นอารมณ์ของ " ฆานวิญญาณ " ได้แก่ คันธรูปที่ปรากฏให้รู้ได้ว่าเป็นกลิ่น
คันธรูปจึงหมายถึงกลิ่นที่มีอยู่ทั่วไป ส่วนคันธารมณ์จึงหมายถึง กลิ่นที่กำลังเป็นอารมณ์ของจิตที่ชื่อว่า
ฆานวิญญาณ คันธรูป เป็นรูปที่ปรากฏเป็นกลิ่น และกลิ่นนั้นยังไม่ได้เป็นอารมณ์ของจิตที่ ชื่อว่า ฆานวิญญาณ จึงเรียกว่าคันธรูป และการที่รู้ว่าเป็นกลิ่นอะไร กลิ่นหอมหรือเหม็นนั้น ไม่ใช่รู้ทางฆานทวาร และไม่ใช่รู้โดยฆานวิญญาณ แต่เป็นการรู้โดยทางมโนทวาร และรู้ด้วยมโนวิญญาณ เรียกว่า ธัมมารมณ์ คือ อารมณ์ที่รู้ได้ด้วยใจ การรู้ด้วยใจนี้อาศัยบัญญัติอารมณ์ที่เคยสั่งสมมาในอดีตมาตัดสินอีกทีหนึ่ง จึงรู้เป็นกลิ่นอะไร กลิ่นเหม็นหรือหอม เป็นต้น
รูปใดแสดงที่อาศัยของตนให้ปรากฏ รูปนั้นชื่อว่า คันธะ คันธรูปนี้เป็นรูปที่แสดงถึงวัตถุสิ่งของ ที่คันธรูป
อาศัยอยู่นั้นให้ปรากฏรู้ได้ ไม่ว่ารูปนั้นจะเป็นอะไร จะมีกลิ่น คือ คันธรูปอยู่ด้วยเสมอไป คล้าย ๆ กับว่า
คันธรูปนี้เป็นตัวแสดงให้รู้ว่า กลิ่นนี้เป็นกลิ่นอะไร ลอยมาจากที่ไหนโดย แววตะวัน [13 ก.ย. 2546 , 01:07:26 น.] ( IP = 203.113.37.8 : : )
สลักธรรม 3รสารมณ์ หมายถึง รูปที่เป็นอารมณ์ของชิวหาวิญญาณ ได้แก่ รสรูปที่ปรากฏ เป็นรสต่าง ๆ
ระหว่างรสารมณ์ กับรสรูป
รสารมณ์ หมายถึงรสรูป ซึ่งกำลังเป็นอารมณ์ของชิวหาวิญญาณ จึงเรียกว่า รสารมณ์
รสรูป หมายถึงรสที่มีอยู่ในวัตถุต่างๆ ยังไม่ได้เป็นอารมณ์ของชิวหาวิญญาณ เรียกรสนั้นๆ ว่า รสรูป
และการรู้สึกต่อรสว่า รสเปรี้ยว รสหวาน รสเค็มต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่รู้ด้วยชิวหาวิญญาณ
แต่เป็นการรู้ด้วยมโนวิญญาณ จึงจัดเป็นธัมมารมณ์ คือ รู้ด้วยใจคิดนึก ถ้ารู้ด้วยชิวหาวิญญาณจะปรากฏเป็นรสเท่านั้น แล้วก็ดับไป ยังไม่รู้ว่าเป็นรสอะไร รสที่รู้ด้วยชิวหาวิญญาณนี้แหละ เรียกว่า รสารมณ์โดย แววตะวัน [13 ก.ย. 2546 , 01:09:58 น.] ( IP = 203.113.37.8 : : )
สลักธรรม 4วัณณะ คือ สี หรือ รูป นี่เอง ที่กระทบกับจักขุปสาทรูป และทำให้เกิด จักขุ วิญญาณขึ้น วัณณะที่มาเป็นอารมณ์ให้แก่จักขุวิญญาณจิตนี่แหละได้ชื่อว่า รูปารมณ์ รูปใดที่ปรากฏให้เห็นทางจักขุทวาร ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต จักขุวิญญาณ เป็นผู้เห็นที่เราเรียกกันว่า " เห็นด้วยตา " นั่นแหละเรียกว่า " รูปารมณ์ "
แต่ถ้ารูป ต่าง ๆ เหล่านั้นทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต จักขุวิญญาณไม่ได้ทำหน้าที่เห็น แต่รู้สึกเห็นด้วยการคิดเอานึกเอาก็ไม่เรียกว่ารูปารมณ์ จัดเป็นธัมมารมณ์ คือ อารมณ์ที่รู้ได้ ด้วยใจ เห็นด้วยใจ ไม่ใช่เห็นด้วยตาโดย แววตะวัน [13 ก.ย. 2546 , 01:10:57 น.] ( IP = 203.113.37.8 : : )
สลักธรรม 5สัททารมณ์ หมายถึง เสียงที่กำลังเป็นอารมณ์ของโสตวิญญาณจิต ได้แก่ " สัททรูป " ที่ปรากฏให้ได้ยิน
เป็นเสียงต่าง ๆ สัททารมณ์ กับสัททรูป ต่างกันดังนี้
๑. สัททารมณ์ หมายถึงเสียงที่กำลังเป็นอารมณ์ของโสตวิญญาณจิต จิตกำลังได้ยินเสียงนั้น
เสียงที่จิตกำลังได้ยินนั้น เรียกว่า สัททารมณ์
๒. สัททรูป หมายถึงเสียงที่ไม่ได้เป็นอารมณ์ของ โสตวิญญาณจิต และเสียงที่เราได้ยินรู้ว่าเขาพูดอะไร หมายความว่าอย่างไรก็ไม่เรียกว่าสัททารมณ์ เรียกว่า ธัมมารมณ์ คืออารมณ์ที่รู้ได้ทางมโนทวาร
ถ้าเป็นสัททารมณ์ จะต้องได้ยินแล้ว ก็ดับไป โดยไม่รู้ความหมายอะไร การที่รู้ความหมายจากเสียงนั้นก็เพราะว่า เสียงที่เป็นอารมณ์ทางโสตทวารนั้นดับไปแล้ว จากนั้นจิตที่เกิดทางมโนทวารรับการได้ยินไปคิดนึก โดยอาศัยบัญญัติอารมณ์ในอดีตมาตัดสิน จึงรู้ว่าเสียงที่ดับไปแล้ว นั้น มีความหมายว่าอย่างไรโดย แววตะวัน [13 ก.ย. 2546 , 01:12:38 น.] ( IP = 203.113.37.8 : : )
สลักธรรม 6หทยรูป มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้
มีการให้มโนธาตุ และมโน- วิญญาณธาตุได้อาศัยเกิด เป็นลักษณะ
มีการทรงไว้ซึ่งธาตุดังกล่าว เป็นกิจ
มีการรักษาไว้ซึ่งธาตุดังกล่าว เป็นผล
มีมหาภูตรูปทั้ง ๔ เป็นเหตุใกล้
หทยรูป คือ รูปที่เป็นที่ตั้งอาศัยเกิดของจิตและเจตสิก เพื่อทำกิจให้สำเร็จ เป็นกุสลหรืออกุสล
สำหรับในปัญจโวการภูมิแล้ว ถ้าไม่มีหทยรูปเป็นที่ตั้งอาศัยเกิดของจิตและเจตสิกแล้ว ก็จะไม่สามารถ
ทำงานต่าง ๆ ตลอดจนการคิดนึกเรื่องราวต่าง ๆ ได้เลย ฉะนั้น รูปที่เป็นเหตุให้สำเร็จการงานต่าง ๆ
จึงชื่อว่า หทยรูป สัตว์ทั้งหลายย่อมทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ โดยอาศัยรูป
ดังนั้นรูปที่เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ชื่อว่า หทยรูปโดย แววตะวัน [13 ก.ย. 2546 , 01:14:18 น.] ( IP = 203.113.37.8 : : )
สลักธรรม 7ก่อนอื่นต้องขออนุโมทนา
กับ เณรวัส และคุณแววตะวันครับผม
ที่ช่วยกันส่งเสริม สร้างเสริม
ความรู้ให้แก่กันและกัน
พี่เณรขอเสริมบ้างว่า
คำถามที่ว่า.....
เพราะเหตุใด ในพระพุทธศาสนา
จึงมีการรับรู้ได้หกทาง
ก็เนื่องจากการรับรู้ทางใจนั้น
เป็นการรับรู้ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดเลยครับ
และสำคัญที่สุดทางหนึ่ง
จิตเป็นใหญ่ในการรู้
จิตรู้ทุกอย่างจากทวารทุกทางและจดจำไว้
จิตเป็นที่สั่งสมกรรมทุกอย่าง
ทั้งกุศลและอกุศลโดยอัตโนมัติ
อาจทำให้เราเร่าร้อนด้วยความโกรธ
หนาวสั่นด้วยความกลัว หรือเกิดความประหม่า
และซีดสลดด้วยความเศร้า
จิตเป็นธาตุรู้ จึงเป็นเรื่องยากที่จิตจะรู้จักธรรมชาติของจิตนั้นเอง
สภาพธรรมในพุทธศาสนามี 2 อย่าง คือ
ธาตุรู้ กับ สิ่งที่ไม่ใช่ธาตุรู้
ดิน ลม ไฟฟ้า ปรมาณู เป็นสิ่งที่ไม่รู้อะไรได้เลย
การรับรู้ทั้งหก..เป็นธาตุรู้ที่รับรู้สิ่งต่างๆ ได้
และเป็นสิ่งที่ทำให้เราต่างกับซากศพ
ที่มีอวัยวะในการรับรู้ครบทุกอย่างตามอำนาจกรรม
โดย พี่เณร [13 ก.ย. 2546 , 20:10:52 น.] ( IP = 203.107.212.33 : : )
สลักธรรม 8ประสาทรับรู้เป็นสิ่งที่ทำให้คนเราต่างกัน
ดังเช่นคนที่พิการกับคนที่มีอวัยวะสมบูรณ์
คนหูดีต่างกับคนหูหนวกเป็นต้น
จิตทำให้คนที่หลับสนิทหรือคนที่อยู่ในภาวะสลบไม่รู้สึกตัว-ต่างกับคนตาย
จิตเป็นสิ่งที่รับรู้ประสาทสัมผัสต่างๆ
ตลอดจนความนึกคิด
จิตยังเป็นที่สั่งสมกรรมกิเลส
ต่อเนื่องมาทุกภพทุกชาติมาจนถึงชาติปัจจุบัน
และจนถึงชาติต่อๆ ไป
เมื่อภพชาติหนึ่งสิ้นสุดไปก็จะมีภพชาติใหม่เกิดขึ้นทันที ซึ่งเรียกว่าการเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง
พี่เณรขอสรุปลงตรงที่ว่า
พระพุทธเจ้าพระองค์เป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริง
ส่วนวิทยาการทางโลกล้าหลังพระพุทธศาสนามากมายนั่นเองครับผม
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [13 ก.ย. 2546 , 20:21:59 น.] ( IP = 203.107.212.33 : : )
สลักธรรม 9กราบอนุโมทนาในการให้ความรู้จากทุกท่านค่ะ ..
สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้อ่านคำตอบของทุกท่านแล้วก็คือ ความพยายามที่จะให้ผู้ถามเข้าใจในปัญหาอย่างชัดเจน และไม่สามารถปฏิเสธได้
ทบทวนปัญหาอยู่หลายรอบนะคะ ว่าถ้าเป็นเราแล้วจะตอบอย่างไร ..คำตอบก็คงจะหนีไม่พ้นการนำเรื่องของทวารมาอธิบาย ซึ่งก็คือนำ..รูป..ขึ้นมาเป็นตัวตั้ง
โดยลืมความสำคัญของนามคือความสามารถของจิตไปเสียสนิท
จากคำอธิบายของคุณแววตะวันนั้นทำให้เกิดความชัดเจนในอารมณ์ที่มาปรากฏแล้วและยังไม่มาปรากฏแก่เรา ...ที่เรียกว่าปัจจุบันธรรมและปัจจุบันอารมณ์นั้นได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียวค่ะ ทั้งทางหกทวาร...
แต่ในคำตอบของพี่เณรนั้นทำให้เกิดความกระจ่างชัดในปัญหาที่ถามว่า ..เพราะเหตุใด ในพระพุทธศาสนา จึงมีการรับรู้ได้หกทาง ...
คำว่าเพราะเหตุใด ก็คือพระสัพพัญญุตญาณที่หยั่งรู้ถึงสภาพความเป็นไปของชีวิตอย่างถูกถ้วน โดยปราศความสงสัย ..ซึ่งแตกต่างจากสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยังต้องการการค้นคว้าศึกษาและผู้ที่จะมาพิสูจน์
แต่พระพุทธศาสนานั้นได้ผ่านการพิสูจน์มาเรียบร้อยแล้ว ..กลายเป็นผลสำเร็จทางการศึกษาที่ไม่ต้องค้นคว้าหาหลักฐานเพิ่มเติมอีก เพียงแต่พยายามบำเพ็ญตนไปทางหลักปฏิบัติที่กำหนดไว้เท่านั้น
จึงขอกราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่กรุณาไขปัญหาตามประเด็นที่สำคัญ ซึ่งทำให้ระลึกถึงพระปัญญาธิคุณขึ้นมาด้วยความจับใจโดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2546 , 22:47:31 น.] ( IP = 203.107.204.35 : : )
สลักธรรม 10
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [14 ก.ย. 2546 , 14:24:26 น.] ( IP = 203.113.33.13 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |