มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิธีปิดการอบรมฯรุ่นที่ ๒ ค่ะ..พร้อมข่าวการสัมภาษณ์




วันนี้วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๖
อันเป็นวันสุดท้ายของการอบรมวิปัสสนาหลักสูตรเร่งรัด รุ่นที่ ๒
เมื่อวานนี้พวกเราพี่น้องชาวมูลนิธิ และศิษย์เก่าในรุ่นที่ ๑ บางท่าน
ได้พากันมาตระเตรียมสถานที่ให้สวยงามเพื่อจัดพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม
รวมทั้งมาช่วยกันจัดเตรียมอาหารเพื่อต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนในวันนี้

ภาพที่ปรากฏในวันนี้ตั้งแต่เช้าก็คือความสดใสเบิกบานของผู้เข้ารับการอบรม
ที่เดินทางเข้ามาในมูลนิธิพร้อมกับชุดที่เรียบร้อยสวยงาม
และก็เช่นเดียวกันกับอาจารย์บุษกร ที่มาพร้อมกับความสดใสในชุดผ้าไทยสีน้ำตาล
ที่เห็นแล้วไม่น่าเชื่อว่าเป็นผู้ป่วยที่กำลังรอเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อผ่าตัดกระดูกคอ..ในไม่กี่เพลาข้างหน้านี้

...บรรยากาศการอบรมในรุ่นนี้ อาจารย์ยังคงทุ่มเทเพื่อให้ความรู้อย่างเต็มที่ ..แม้จะทราบข่าวตั้งแต่สัปดาห์ก่อนว่าตนเองอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง .. แต่ก็ดูเหมือนว่าข่าวดังกล่าวจะทำให้อาจารย์ยิ่งทุ่มเท และเป็นห่วงผู้เข้ารับการอบรมมากยิ่งขึ้น..ทั้งในรุ่นนี้และรุ่นที่ ๓ ...

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:21:53 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว
ก็ถึงคิวนัดสัมภาษณ์ของหนังสือหญิงไทยค่ะ
คำถามก็คือ ทำใจอย่างไรที่ต้องผ่าตัดมากมายขนาดนี้?
และ วิปัสสนาช่วยได้อย่างไรในการใช้ชีวิต?

คำตอบคิดว่าน่าจะไปอ่านในหนังสือหญิงไทยกันนะคะ
ว่าอาจารย์ตอบไปว่าอย่างไร
สำหรับบรรยากาศในการพูดคุยกันครั้งนี้เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ....เหมือนคนที่รู้จักกันมาแล้ว ...(ความจริงก็ใช่นะคะ ..เพราะพี่ดอกแก้วน่ะรู้จักกับคุณดาวพรู และคุณอุ๊ ผู้ที่มาสัมภาษณ์..ด้วยการสนทนาธรรมและเสวนากลอนผ่านเวปบอร์ดของหญิงไทยมาแล้ว เว้นไว้แต่คุณกะปิน่ะค่ะ..ที่เพิ่งจะได้พบกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก)

แต่ที่จะเล่าก็คือ ส่วนที่ไม่ได้เป็นคำถามของคอลัมน์

สิ่งที่น่าสนใจในการพูดคุยเริ่มต้นของอาจารย์กับคณะผู้สัมภาษณ์ก็คือ
การพูดถึงความเป็นเหตุเป็นผลของธรรมชาติ
ที่พระพุทธศาสนาล่วงรู้มาก่อนวิทยาศาสตร์นานนับพันปี

อาจารย์ยกตัวอย่างว่า
จิตเป็นสิ่งที่มีอำนาจมาก แต่เพราะเราใช้จิตอย่างกระจัดกระจายไปในอารมณ์ต่างๆ
เราจึงไม่ค่อยมีอำนาจจิตที่กล้าแข็ง
เหมือนอย่างแสงอาทิตย์ที่แผ่ความร้อนมายังโลก
ที่ให้ความสว่างแก่เรา แต่ไม่สามารถทำให้เราถูกเผาไหม้ได้
แต่ถ้าเมื่อใดมีการรวมแสงไว้ที่จุดๆเดียว
การเผาไหม้จากแสงอาทิตย์ ณ จุดนั้นก็จะเกิดขึ้นได้ ...นี่เป็นการรวมอำนาจของแสง
และในทางจิตก็เช่นกันที่สามารถรวมอำนาจได้เมื่อเราทำสมาธิจนได้ฌาณขั้นสูงๆแล้วแสดงฤทธิ์
หรือการหมั่นเจริญวิปัสสนาจนได้ญาณปัญญา ..เหล่านี้ก็เป็นอำนาจของจิตที่เกิดขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:36:46 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : )


  สลักธรรม 12

ระหว่างนี้ก็มีคำถามว่า ความทุกข์และความุขอยู่ที่ใจใช่หรือไม่
คำถามนี้ดูเหมือนคำถามธรรมดามาก
แต่เมื่อพิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วจะทราบว่าเป็นคำถามที่ไม่ธรรมดา
ที่ทราบเช่นนี้ก็เพราะฟังจากคำตอบนะคะ เพราะลำพังเพียงท่านผู้ถามนั้น
ท่านก็คงไม่ทราบหรอกค่ะว่าเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง..เพราะท่านไม่มีพื้นฐานทางพระอภิธรรมเลย

คำถามนี้อาจารย์ตอบว่า ใจไม่ได้สุขหรือทุกข์
แต่ใจรับรู้ถึงความสุขหรือความทุกข์ คือการรับรู้อารมณ์เฉยๆ
แต่ตัวสุขหรือทุกข์นั้นเป็นเจตสิก..เป็นเวทนาที่เกิดขึ้นเมื่อรับอารมณ์
และใจเองนั้นก็มีลักษณะทุกข์ ....คือ สภาพหนึ่งในไตรลักษณ์นั่นเอง

เปรียบเสมือนแก้วน้ำ ที่ใครจะใส่น้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงแต่ทำหน้าที่รับน้ำเฉยๆ แต่ผู้ที่เย็นหรือร้อยก็คือน้ำที่นำมาใส่นั่นเอง
แต่ตัวแก้วนั้นก็สามารถแตกได้เช่นกัน

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:37:36 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : )


  สลักธรรม 13

เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนั้นย่อมมีความเสื่อมไปและนำไปสู่ความดับในที่สุด
อย่างเช่นดวงอาทิตย์ที่แผ่ความร้อนมากขึ้นในแต่ละวัน
ซึ่งเป็นไปตามพระพุทธทำนาย....
การแผ่ความร้อนของอวงอ่ทิตย์นี้ก้คือการ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ของดวงอาทิตย์
ประกอบกับการทำลายชั้นบรรยากาศของโลก
ทำให้รังสีที่แผ่ออกมานั้นไม่มีชั้นบรรยากาศมากรองไว้
พอมีเรื่องเกิดขึ้นก็จะกระทบทระเทือนใจได้ง่ายรู้สึกร้อนรุ่มวุ่นวาย
ยิ่งมาเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนเข้าไปด้วย ..ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่
นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างง่ายๆ
เพราะการไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ประกอบกับกำลังอยู่ในกาลที่วิบัตินั่นเอง

นอกจากนี้อาจารย์ยังได้อธิบายถึงสังสารวัฏฏ์อีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งจะขออนุญาตไม่กล่าวซ้ำไว้ในที่นี้เพราะกล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว
แต่จะเพิ่มเติมในสิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า
คำว่า..จิตว่าง..ไม่มี
เพราะจิตต้องรับอารมณ์อยู่เสมอ แต่จะรับอารมณ์ประเภทใดนั้น
ขึ้นอยู่กับปัจจุบันขณะนั้นว่ามีอะไรเกิดขึ้น

และการที่จิตรับอารมณ์อยู่เสมอนี่เอง ที่ก่อให้เกิดการกระทำกรรมใหม่
เพื่อส่งผลต่อไปเป็นวิบาก ...
การทำสมาธิเพื่อให้จิตสงบก็เป็นการกระทำที่ให้เกิดวิบากซึ่งก็คือชาติโดยตรง
การดูหนังดูละครก็เป็นการสร้างภพชาติโดยตรง เพราะกระทำกรรมด้วยความอยากคือโลภะ
ผลของกรรมก็จะไปสร้างกัมมชรูปไปรอไว้
แม้ในการเกิดขึ้นของมนุษย์ขณะแรก จะเป็นเพียงหยดน้ำเล็กๆก็ตาม
แต่คุณสมบัติรูปร่างลักาณะของคนผู้นั้น ได้ถูกกำหนดมาเรียบร้อยแล้วว่า
จะสวยงาม ฉลาด แข็งแรง ..อย่างไรบ้าง
เหมือนกับการปลูกมะม่วงเปรี้ยวที่ยังเป็นต้นเล็กๆ
ถามว่า ต้นมะม่วงต้นเล็กๆนี้จะให้ผลมะม่วงได้ไหม ..คำตอบก็คือได้
คำถามต่อไปก็คือ แล้วขณะนี้ผลมะม่วงอยู่ที่ไหน ..คำตอบคือไม่ทราบแต่มีแน่นอน
เพราะมะม่วงจะให้ผลก็ต่อเมื่อเหตุและปัจจัยพร้อม คือ ได้น้ำได้อาหารจนเติบโตเต็มที่และถึงฤดูกาล
มะม่วงจึงให้ผล

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:39:03 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : )


  สลักธรรม 14

...เช่นเดียวกับการให้ผลของกรรมนั่นเอง
ที่ขณะนี้เราทำกรรมไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถเห็นผลได้ ต้องรอเวลาที่เมาะสม
ซึ่งบางทีเราก็จะเห็นว่า บางคนที่ติดคุกอยู่นั้น ไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาก็มี
แต่เพราะเคยทำการกักขังสัตว์ไว้ในอดีตชาติ
..ผลแห่งการกักขังนั้นได้มาให้ผลตามทันในชาตินี้
จึงต้องได้รับโทษทัณฑ์ดังกล่าวแม้จะไม่ได้กระทำผิดก็ตาม ....

นี่คือการอธิบายเกี่ยวกับการให้ผลของกรรม
ที่น่าจะทำให้คณะผู้สัมภาษณ์เข้าใจคำว่า กรรม ได้ดีขึ้น
และหลุดพ้นจากข้อสงสัยในคำว่า..เจ้ากรรมนายเวร..ได้
เพราะอาจารย์อธิบายต่อไปว่า เจ้ากรรมนายเวรคือตัวเราเอง
เพราะเราทำกรรมมาเอง เราจึงได้รับผลนั้น
อย่างเช่นการตาย ...ที่ไม่มีใครทำให้ใครตายได้
เพราะการตายมีเหตุอยู่ ๔ ประการคือ
หมดกรรม หมดอายุขัย หมดทั้งกรรมและอายุขัย และมีกรรมอื่นมาตัดรอน
ซึ่งเปรียบได้กับตะเกียงน้ำมันว่าไฟจะดับได้ด้วยเหตุ ๔ ประการ เช่นกันคือ
หมดน้ำมัน หมดไส้ หมดทั้งน้ำมันและไส้ และแม้จะมีทั้งน้ำมันและไส้แต่ก็ถูกลมพัดให้ดับ

(...ขอบอกว่ายังมีรายละเอียดอีกมาก แต่คิดว่าน่าจะได้อ่านในคอลัมภ์ดีกว่านะคะ
ทิ้งไว้ให้อยากรู้อยากเห็นแค่นี้ก็พอ..อิอิ)

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:39:57 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : )


  สลักธรรม 15

หลังจากที่คณะผู้สัมภาษณ์เดินทางกลับไปแล้ว
ก็ถึงชั่วโมงแห่งความปลื้มปิติคือการมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม
โดยมีท่านเจ้าคุณพระพิพิธธรรมสุนทรมาเป็นประธานในการแจก
แต่ก่อนหน้าที่จะมีพิธีใดๆ ตัวแทนของรุ่นที่ ๒ คือ
พลเรือตรี(หญิง)ศรีสุดา บรรลุศิลป์ ประธานของรุ่น
ได้เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณอาจารย์บุากรและทีมงาน
และมอบปัจจัยไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในรุ่นที่สามจำนวนประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท ..สาธุ

หลังจากที่พิธีมอบวุฒิบัตรเสร็จสิ้นไปแล้ว
ท่านเจ้าคุณพระพิพิธธรรมสุนทร ได้ให้โอวาทแก่ผู้ที่สำเร็จการอบรมในหลักสูตรนี้
เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งอย่างจุใจ .....

และก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ช้างน้อยมะคะ..ม.ล.วรางคณา เกษมศรี ..ผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นที่ ๒
ได้จัดทำวีซีดีในนามคณะศิษย์.... เพื่อขอบคุณอาจารย์บุษกร..จำนวน ๑ แผ่น
ขอบอกว่า น่ารักและประทับใจมากค่ะ ..ช้างน้อย

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:40:44 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : )


  สลักธรรม 16

นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่น่าประทับใจก็คือ
ดร.ชวาลิน เศวตนันทน์ ....ลุกศิษย์และเสมือนหนึ่งลูกสาวของอาจารย์บุษกร
ได้นำเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตนเองจำนวนหนึ่ง (ซองหนาปึ้ก)
มามอบให้อาจารย์บุษกรเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณด้วยค่ะ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ต.ค. 2546 , 23:41:28 น.] ( IP = 203.155.226.222 : : )


  สลักธรรม 17

สาธุครับผมน้องกิ้ฟ
ได้เนื้อล้วนๆอีกแล้วสำหรับผู้ที่เข้ามาอ่าน

ที่มาก็ย้ำความลืมแล้วให้กลับมา
ที่ไม่ได้มาก็มีโอกาสรู้เรื่องความเป็นไปได้ชัดเจนจริงๆอิอิ
อนุโมทนาสาธุครับ


โดย พี่เณร [6 ต.ค. 2546 , 16:16:15 น.] ( IP = 203.107.206.26 : : )


  สลักธรรม 18

ขอบคุณพี่น้องกิ๊ฟมะคะ..นอกจากตั้งใจศึกษาเพื่อแทนพระคุณครูที่สั่งสอน....ช้างน้อยอยากทำอะไรอีกมากมายแทนพระคุณท่าน...เท่าที่จะทำได้มะคะขอบพระคุณสำหรับข้อความต่างๆและอนุโมทนากับทุกท่านด้วยมะคะ(แฮ่ะๆๆรูปช้างตัวเบ้อเริ่มเล้ย...มะคะ)ฮิๆๆๆๆๆๆ

โดย ฃ้างน้อยมะคะ [7 ต.ค. 2546 , 12:13:47 น.] ( IP = 203.185.148.24 : : 172.16.77.21 )


  สลักธรรม 19

มาดูข่าวด้วย ว่าพี่ดอกแก้วให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอะไร และจะติดตามแบบฉบับสมบูรณ์นะคะขอบคุณค่ะน้องกิ๊ฟ คุณแม่น้องเชยผู้น่ารักไงคะ

โดย หมออุ๊ [7 ต.ค. 2546 , 14:37:21 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 20

อนุโมทนากับน้องกิ้ฟค่ะ
ที่ทำให้จิตได้เกิดกุศลอีกค่ะ

โดย เซิ่น [7 ต.ค. 2546 , 22:49:01 น.] ( IP = 203.107.199.146 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org