มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อารมณ์ของสมาธิ...ตอนที่ ๒




อนุสติ 10 ประกอบด้วย

1.) พุทธานุสติ
คือการระลึกถึงคุณของ พระพุทธเจ้า
ด้วยความรู้สึกเลื่อมใส ศรัทธา


2.) ธัมมานุสติ
คือการระลึกถึงคุณของ พระธรรม
ด้วยความรู้สึกเลื่อมใส ศรัทธา


3.) สังฆานุสติ
คือการระลึกถึงคุณของ พระอริยสงฆ์
ด้วยความรู้สึกเลื่อมใส ศรัทธา


4.) สีลานุสติ
คือการระลึกถึงความบริสุทธิ์ของ ศีล ของตนเอง
ด้วยความอิ่มเอิบใจ
พร้อมด้วยการพิจารณาถึงอานิสงส์ต่างๆ
ที่จะได้รับจากความบริสุทธิ์ของศีลนั้น


5.) จาคานุสติ
คือการระลึกถึงการ ให้ทานที่ตนได้ทำไปแล้ว
ด้วยความอิ่มเอิบใจ
พร้อมด้วยการพิจารณาถึงอานิสงส์ต่างๆ
ที่จะได้รับจากการให้ทานนั้น

โดย พี่เณร [7 ต.ค. 2546 , 07:34:51 น.] ( IP = 203.107.198.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

6.) เทวตานุสติ
คือการพิจารณาถึงบุญกุศลต่างๆ
ที่ทำให้เกิดเป็น เทวดา
แล้วระลึกถึงบุญกุศลต่างๆ ที่ตนได้ทำไว้แล้ว
อันจะส่งผลให้ได้เกิดเป็นเทวดา


7.) มรณานุสติ
คือการระลึกถึง ความตาย ที่ต้องมีขึ้นเป็นธรรมดา
โดยไม่รู้ว่าจะช้าหรือเร็วเท่าใด
จะได้ไม่ประมาทในการรีบทำบุญกุศลต่างๆ
รวมทั้งมีความเพียรในการทำกรรมฐาน
คือ สมาธิและวิปัสสนา เพื่อให้พร้อมสำหรับความตาย


8.) กายคตาสติ
คือการพิจารณาถึง ร่างกาย
ว่าประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เช่น ผม, ขน, เล็บ,
ฟัน, หนัง, เนื้อ, เอ็น, กระดูก ฯลฯ
เต็มไปด้วยของไม่สะอาด น่าเกลียด ไม่สวยงาม
เป็นที่เกิดของโรคนานาชนิด ไม่น่ารักน่าใคร่
เพื่อไม่ให้ลุ่มหลงมัวเมาในกาย


9.) อานาปานสติ
คือการเพ่ง ลมหายใจเข้าออก


10.) อุปสมานุสติ
คือการระลึกถึงคุณของ พระนิพพาน

โดย พี่เณร [7 ต.ค. 2546 , 07:36:16 น.] ( IP = 203.107.198.99 : : )


  สลักธรรม 2

อัปปมัญญา 4
คือการแผ่ความรู้สึกออกไปโดย ไม่มีประมาณ
ประกอบด้วย


1.) เมตตา
คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข


2.)
กรุณา
คือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์


3.)
มุทิตา
คือความยินดีที่ผู้อื่นมีความสุข


4.)
อุเบกขา
คือความรู้สึกที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ในความสุขความทุกข์ของผู้อื่น
เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
จึงทำลายความยินดียินร้าย
ความชอบความชังลงได้ วางจิตให้เป็นกลาง
ไม่ฟูไม่แฟบ ไม่กระเพื่อมหวั่นไหว สงบนิ่งอยู่



อื่นๆ อีก 2 อย่างคือ

1.) อาหาเรปฏิกูลสัญญา
คือการพิจารณาถึงความเป็นปฏิกูล
น่ารังเกียจ ของ อาหาร ที่รับประทานเข้าไป
พิจารณาถึงการแปรสภาพของอาหาร
ตั้งแต่ถูกเคี้ยว คลุกเคล้ากับน้ำลายอยู่ในปาก
ผ่านไปยังกระเพาะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่
จนกระทั่งออกมาจากร่างกายอีกครั้ง
ด้วยสภาพที่บูดเน่า น่ารังเกียจ
เพื่อประโยชน์ในการ ไม่ติดในรสอาหาร
รวมถึงป้องกันกิเลสตัวอื่นๆ ที่จะเกิดจากอาหาร


2.) จตุธาตุววัฏฐาน
คือการพิจารณาร่างกายของตนว่า
เป็นเพียงธาตุ 4 คือ ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม เท่านั้น
ปราศจากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา
เพื่อขจัดความยึดมั่นถือมั่น

โดย พี่เณร [7 ต.ค. 2546 , 07:37:37 น.] ( IP = 203.107.198.99 : : )


  สลักธรรม 3

อรูปสมาบัติ 4
คือการใช้สิ่งที่ไม่ใช่รูปธรรมเป็นเครื่องยึดจิต
เป็นสมาธิขั้นสูงกว่า
ขั้นที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด (ซึ่งเป็นรูปสมาบัติ) ประกอบด้วย


1.) อากาสานัญจายตนะ
คือการเพ่งช่องว่าง ที่กว้างใหญ่หาที่สุดไม่ได้
ซึ่งเกิดจากการเพิกรูปธรรม
(เช่น นิมิตต่างๆ ที่ใช้ยึดจิตในรูปสมาบัติ) ออกไป
ในชั้นอรูปสมาบัตินี้ จะพ้นจาก
ความยินดีพอใจในรูปธรรมทั้งปวง
ยินดีพอใจเฉพาะในนามธรรมเท่านั้น


2.) วิญญาณัญจายตนะ
คือการเพ่ง หรือทำความรู้สึก
ไปที่วิญญาณ หรือจิต
ที่แผ่ออกไปรับรู้ความรู้สึกในช่องว่างที่กว้างใหญ่ไพศาลในขั้นอากาสานัญจายตนะนั้น
จิตจะละเอียด ประณีตกว่า อากาสานัญจายตนะ

โดย พี่เณร [7 ต.ค. 2546 , 07:45:53 น.] ( IP = 203.107.198.99 : : )


  สลักธรรม 4

3.) อากิญจัญญายตนะ
คือการทำความรู้สึกถึงความไม่มีอะไรเลย
หลังจากเพิกวิญญาณัญจายตนะออกไป
จิตจึงละเอียดประณีตขึ้นไปอีก


4.) เนวสัญญานาสัญญายตนะ
คือความรู้สึกที่เหลืออยู่น้อยมาก
จนแทบไม่รู้สึกตัวเลย
หลังจากเพิกความรู้สึกในอากิญจัญญายตนะออกไป
เป็นจิตที่ละเอียด ประณีตที่สุด
ที่ปุถุชน โสดาบัน และสกทาคามีบุคคลจะทำได้

(อนาคามีบุคคล และพระอรหันต์จะทำได้
ถึงขั้นหมดความรู้สึกตัวอย่างสิ้นเชิง
ที่เรียกว่านิโรธสมาบัติ
หรือสัญญาเวทยิตนิโรธ


ขอความเจริญในธรรมจงเป็นของทุกๆท่านครับผม
พี่เณร



โดย พี่เณร [7 ต.ค. 2546 , 07:47:36 น.] ( IP = 203.107.198.99 : : )


  สลักธรรม 5



ทางนี้เป็นทางหนึ่ง ที่ท่านให้ได้ศึกษา หนทางบุญนี้จะนำพา ชีวิตหนาเป็นสุขไม่ทุกข์ใจ



โดย เณรวัส [7 ต.ค. 2546 , 11:43:58 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะ อธิบายได้เข้าใจง่ายจังเลยค่ะ ชอบ..
แหม ต้องเรียกเจ้าของหน่วย 14 มาอ่านก็ดีนะคะ เพราะ ยังถกเถียงในอรูป 4 ว่าเพ่งอะไร อธิบายกันเองก็ไม่ชัดเหมือนคำอธิบายนี้เลยนะคะ ใครเป็นเจ้าของหน่วยมาอ่านเร็วๆนะ

โดย น้องอุ๊ [7 ต.ค. 2546 , 14:32:12 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 7



สมาธิเป็นปัจจัยเกื้อหนุนแก่ปัญญาอย่างไร ?



พุทธดำรัสตรัสว่า




ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิ
ภิกษุผู้มีใจตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ตามความเป็นจริง
รู้อะไรตามความเป็นจริง ?
ย่อมรู้ตามความเป็นจริง มีทุกข์
นี้เหตุให้เกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์
นี้ทางปฏิบัติเพื่อไปสู่ความดับทุกข์...”


สมาธิสูตร มหา. สํ. (๑๖๕๔ )


โดย เณรวัส [7 ต.ค. 2546 , 16:18:21 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 8

ติดตามมาอ่านต่อค่ะ ...ขอบพระคุณมาก

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ต.ค. 2546 , 23:20:47 น.] ( IP = 202.129.45.27 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณมากครับ

โดย น้ำใส [8 ต.ค. 2546 , 14:48:26 น.] ( IP = 210.86.196.140 : : )


  สลักธรรม 10


อ่านแล้วคิดถึงท่านพระอาจารย์บุญมีค่ะ
เพราะฟังCD ของท่านแล้วเข้าใจชัดเจนมากค่ะ แล้วได้มาอ่านที่พี่เณรเขียนแล้วเท่ากับได้ทบทวนในสิ่งที่ได้ฟังมาอย่างกระชับและชัดเจนมากจริงๆค่ะ ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย เล็ก [8 ต.ค. 2546 , 22:43:12 น.] ( IP = 203.155.221.240 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org