มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รวมรอยพิมพ์ใจ




ค่ำคืนอันดื่มด่ำ...


๑๑
อัปสรสิอ่อนองค์
กรวงก็ไหวเวียน
ศิลป์ชาติพิลาสเชียร
พิศเนียนละออตา

บทเพลงบรรเลงกล่อม
สุตล้อมบ่โรยรา
พลิ้วห้อมตะล่อมหา
จังหวะช้าสิชอนไช

ริ้วเสียงระเรียงสาน
ผัสหวานระหว่างใจ
กล่อมแขกจากแปลกไกล
กลให้จะหวนหา

ภักษาวิเศษณ์สรร
ผิว์สวรรค์ประทานมา
สมบทเหล่ายศฐา
มุขหน้าอันหนักนัย

แสงสีก็ปรี่สรวง
ชุติล่วงละลานไป
ปรางค์ยอดสิพลอดไฟ
สุวิไลวิจิตรา

ปราสาทพิลาสสร้าง
แลสล้างแต่ไกลตา
กลางค่ำชอ่ำครา
รุจิพร่าไผทไทย

๑๔
โคมแขวนก็คว้างจร ณ ฟ้า
กระจะตากระจ่างไกล
ลอยว่อนณเวิ้งนภไสว
กลไฟพิมานสรวง

กลางไหลชลารุจเมลือง
จรเยื้องระยับยวง
แลปลาบประกายอัคนิปวง
ดุจบวงทิวาบน

คล้อยเรื่อยระเรียงบทคระไล
ระบุไกลสู่สากล
คือชาติมีเชื้อบุรพชน
ถิรล้นอลังการ.

โดย..คุณสดายุ

โดย เทพธรรม [21 ต.ค. 2546 , 13:29:50 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๏ นารายณ์จำหลักล้ำ...........เลออง- อาจเฮย
ครุฑยุดนาคทรวดทรง..........สง่าแท้
ลายทองล่องชาดผจง...........กระจกแต่ง
ฉัตรพู่ดูเลื่อมแล้..................เลิศริ้วปลิวงาม ๚

๏ นารายณ์หมายเทียบไท้-....สยามินทร์
ทรงครุฑดุจเสด็จดิน-............ถิ่นแคว้น
พระเกียรติแห่งพระจักริน.......ขจัดทุกข์- เข็ญนา
ทวยราษฎร์ปราศยากแค้น......เนื่องด้วยพระบา- รมีเอย ๚ะ๛


โดย..คุณอัลมิตรา

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:32:54 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 2

๏ เรือเอยเรืองามแท้.............ทั้งเลื่อมแล้ทิวแถวงาม
ลอยเด่นกลางชลตาม............หลากลักษณ์ล้ำแลเริงใจ
๏ “ เรือทองขวานฟ้า“ เลิศ...ช่างบรรเจิดนำหน้าไป
“ เรือทองบ้าบิ่น “ ไกล.........ฝีพายแกร่งแรงมากมี
๏ “ เรือเสือทะยานชล “........“เสือคำรนสินธุ์“ นาวี
เคียงข้างดั่งเสนี....................“เรือดั้ง”ปรี่มีสองลำ
๏ ตรงกลาง” เรืออีเหลือง”...ดูปราดเปรื่องสมน้ำคำ
ฝีพายชายกำยำ....................ต่างเร่งจ้วงท่วงช่ำชอง

๏ “เรือดั้งสามและสี่”.............แล่นเร็วรี่มีครรลอง
น้ำเชี่ยวต่างเหลียวมอง.........แหวกธารล่องแคล่วคล่องเกิน
๏ “เรือดั้งห้าและหก”.............หากสาธกคงเพลิดเพลิน
สายน้ำดั่งคำเชิญ..................ให้ลอยคว้างอย่างอาจอง
๏ “เรือตำรวจนอก”ลิ่ว...........หลากแพรพริ้วอีกทิวธง
“เรือดั้งเจ็ดแปด”คง...............ลอยเคียงคู่อยู่ตรงกัน
๏ “เรือดั้งเก้า”อยู่ซ้าย...........ลำเลื่อมลายวิไลวรรณ
“เรืออสุรปักษี”นั้น..................ช่างเฉิดฉันท์ครั้นเมียงมอง

มีต่อครับ…

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:34:51 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 3

๏ “เรือตำรวจใน”เคียง...........ดุจลำเลียงทัพนายกอง
อีกลำงามผุดผ่อง..................นามเกียรติก้องมานมนาน
๏ “อสุรวายุภักษ์”..................เลิศล้ำนักเลื่องชลยาน
“เรือดั้งสิบ”แหวกธาร............ดูท่วงท่าจังหวะเดียว
๏ “เรือดั้งสิบเอ็ด”ตาม...........ยังคงความนำปราดเปรียว
“เรือดั้งสิบสอง”เพรียว..........ท่องสายชลจนเฉลียวใจ
๏ “กระบี่ราญรอนราพณ์”.......“กระบี่ปราบเมืองมาร”ใด-
คำชมดูสมให้.........................ยกคำเปรียบเทียบความงาม

๏ “เรือดั้งสิบห้า”ล่อง............น้ำเจิ่งนองต้องเพ่งตาม
“สุครีพครองเมือง”งาม..........รอยจำหลักมากลวดลาย
๏ “พาลีรั้งทวีป”.....................ไม่เร่งรีบดุจกรีดกราย
ลอยเด่นหลากเลื่อมพราย.....เห็นปืนใหญ่ใช้ป้องกัน
๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินเปรียบ........เค้นคำเทียบนำเสกสรรค์
เรือพระที่นั่งอัน......................แสนวิจิตรตระการตา
๏ “อนันตนาคราช”................ล้ำพิลาศคราทัศนา
ลือเลื่องเฟื่องโลกา................สุดพรรณาคราร่ายชม

๏ “เรือดั้งสิบหก”คล้อย..........พลเรือคอยจ้วงพายจม
งัดน้ำยามต้องลม...................เป็นฟองแตกแปลกตาไป
๏ เห็น”เรือดั้งสิบเจ็ด”............“เรือครุฑเตร็ดไตรจักร”ไกร
เกริกกล้างามวิไล..................ลอยลำใกล้”เรือแตงโม”
๏ “เรือครุฑเหิรเห็จ”ห้าว.......“เรือดั้ง”กร้าวสิบแปดโบ-
ราณท่านใช้ฝ่าโต้..................ทัพข้าศึกอีกฝึกปรือ
๏ “เรือดั้งสิบเก้า”แกร่ง..........มากเรี่ยวแรงไม่ลามือ
พายงัดองอาจถือ..................สมเกียรติกล้าทหารไทย

มีต่อครับ…

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:36:03 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 4

๏ “เรือดั้งยี่สิบ”นั้น.................ฝีพายหมั่นกันขวักไขว่
“ฮุ้ยเล่ฮุ้ย”ขรมไป..................ต่างรวมใจไม่อ่อนแรง
๏ “เรือดั้งยี่สิบเอ็ด”................คงถือเคล็ดจึงเปลี่ยนแปลง
จังหวะคราสำแดง..................จ้วงน้ำใสพรายกระเซ็น
๏ “เรือดั้งยี่สิบสอง”...............แหวกธารท่องล่องลอยเห็น
พลหมู่เสนาเป็น.....................เช่นเริงร่าคราจ้ำพาย
๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินย้ำ..............เรียงถ้อยคำนำอธิบาย
ความห้าวแห่งฝีพาย..............อีกนายท้ายนายกองชาญ

๏ ร่วมแรงและรวมใจ.............“เรือเอกชัยหลาวทอง”ปาน-
หลอมจิตพลชลยาน..............ให้แกร่งกล้าผลาญไพรี
๏ อีกหนึ่งซึ่งคงเกียรติ์...........ดั่งคำเธียรเปรียบเปรยมี
สวยสง่าไร้ราคี.......................แสนเปรมปรีดิ์เกินอธิบาย
๏ “เรือเอกชัยเหิรหาว”..........ผุดผ่องพราวเปี่ยมประกาย-
แห่งทองอันแพรวพราย.........คงลวดลายให้ต้องตา
๏ เรือเอยพระที่นั่ง.................ทองสุกปลั่งงามนักหนา
สมเกียรติ์แห่งราชา................ธ เลื่องหล้ามากบารมี

๏ พระผู้ทรงพรั่งพร้อม...........ทวยราษฎร์น้อมจอมธานี
จงรักอีกภักดี..........................ตราบชีพดับลับโลกา
๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ”.......เกินเสกสรรค์คำพรรณนา
ลวดลายจำหลักพา................ให้ตื่นตาพาเปรมปรีดิ์
๏ นารายณ์สี่กรนั้น.................เปรียบ ธ มั่นมากบารมี
เมตตาทั้งปราณี.....................ต่อไพร่ฟ้าประชากร
๏ ศึกใหญ่คือภัยแล้ง.............น้ำเหือดแห้งแหล่งดินดอน
ธ โปรดอำนวยพร..................เปลี่ยนทุกข์ร้อนเป็นร่มเย็น

มีต่อครับ…

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:37:05 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 5

๏ เสกฝนและเสกน้ำ..............ต่างชุ่มฉ่ำไร้ลำเค็ญ
ชี้ทางห่างทุกข์เข็ญ...............เช่นคงชีพอย่างพอเพียง
๏ “ นารายณ์ทรงสุบรรณ “....ดั่ง ธ นั้นเฝ้ามองเมียง
เสด็จไปทั่วไทยเพี้ยง-...........องค์นารายณ์ไล่อาธรรม์
๏ ยอดเขาสุดเขตแดน...........ถิ่นยากแค้นแดนใดกัน
ทรงย่างพระบาทพลัน...........หมายเปลื้องทุกข์มอบสุขใจ
๏ ทวยราษฎร์ต่างแซ่ซ้อง......ดังกึกก้องทั้งแดนไตร
ขอองค์ “พ่อหลวงไทย”.........ทรงสำราญนิรันดร

๏ เรือพระที่นั่งหนึ่ง................เปรียบประหนึ่งองค์ธราธร*
เสกสร้างสถาพร....................เพริศพราวคล้อยลอยรำมา
๏ เนรมิตวิจิตรนัก..................แจ้งประจักษ์ให้ตรึงตรา
รื่นรมย์สมอุรา.......................ดุจหงส์ฟ้าสิวาลัย
๏ คือ “ เรือสุพรรณหงส์”......อันสูงส่งคงคู่ไทย
ล้ำหล้าเกริกเกรียงไกร.............ยากร่ายเทียบหมายเปรียบงาม
๏ หงส์ทองล่องลอยเด่น.........น้ำใสเย็นเห็นแวววาม
ต้องแสงสำแดงภาม*..............ชดช้อยตามคำกล่าวชม

๏ พู่ห้อยย้อยระย้า.................ยิ่งโสภาคราต้องลม
เพริศพลิ้วปลิวสวยสม............พลั้งคารมชื่นชมพลัน
๏ เหล่าหมู่ฝีพายมาก..............แต่งกายหลากผืนแพรพรรณ
พายงัดยกจ้วงนั้น..................ดูครบครันพร้อมเพรียงจริง
๏ จังหวะกาพย์เห่ก้อง.............ท่วงทำนองพ้องอ้างอิง
ถ้อยเสนาะยังเพราะพริ้ง..........กรับฉับฉิ่งยิ่งกังวาน
๏ เอื้อนอ้างดั่งเวทย์มนต์.........ศักดิ์สิทธิ์ดลให้เบิกบาน
เพราะแท้แต่โบราณ.................เช่นกลอนกานท์ฉันท์กาพย์โคลง
…

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:37:56 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 6

๏ ลอยเด่นเห็นงามสง่า.............ทองเลื่อมตาผ้าแพรโพลง
จำหลักลวดลายโยง-................คล้ายคงชีพรีบเริงชล
๏ คือเรือพระที่นั่ง...................งามสะพรั่งนภมณฑล
“ เอนกชาติภุชงค์ “ ล้น-...........หลากงามจนเผลอรำพัน
๏ ฉัตรตั้งตระหง่านงาม............ภูษาวามวิลาวัลย์
แต่งเรือดูครบครัน..................ฝีพายมั่นนั้นพร้อมเพรียง
๏ สวมหมวกกลีบจำปา.............สมสง่าคามองเมียง
จ้วงพายได้ยินเสียง................สำเนียงต้องท้องนาวา

๏ “ เรือแซง “ เจ็ดลำล่อง........ฝีพายคล่องต้องตื่นตา
นายท้ายหมู่เสนา.....................นุ่งผ้าใหม่ใส่ไหมงาม
๏ แต่งกายลวดลายหลาก.........พลหมู่มากให้มองตาม
เลื่องลือระบือนาม...................ท่วงกำยำยามจ้ำพาย
๏ คราก่อนคงกร้าวแกร่ง..........มุ่งสำแดงเกียรติกำจาย
ไล่ล่าไพรีพ่าย.........................สมชาติชายนายทหารเรือ
๏ “ เรือตำรวจกรมวัง”............ดูพลหลังดังจุนเจือ
ตรวจตรามาช่วยเหลือ..............หวังเพียงเพื่อความปลอดภัย

๏ นับได้ห้าสิบสอง....................เรือลอยล่องชลาลัย
โอ้แสนอวดศักดิ์ไทย..................อันยิ่งใหญ่ในนาวา
๏ เลิศศิลป์ล้ำศาสตร์สร้าง...........เด่นสล้างยังตื่นตา
ยังสุขทุกครั้งครา......................ตราตรึงภาพมิลืมเลือน
๏ บุญแท้เกิดเป็นไทย.................แสนสุขใจหาใดเหมือน
มากสุขทุกครัวเรือน...................ใต้ร่มหล้าพระบารมี
๏ ขอเทิดทูลบูชา-.....................พ่อหลวงฟ้า” จอมจักรี “
จงรักและภักดี.........................ตราบสิ้นฟ้ากว่าสิ้นลม ๚ะ๛

.................................................
โดยุณอัลมิตรา

…

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:39:20 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 7

สุพรรณหงษ์ ละล่องระนาบชล
ดังอินทรภูวดลชลอล่อง
ระริกราว ธารา ทาด้วยทอง
ตามครรลอง เจ้าพระยา ณ ธานี
รายล้อมด้วย หมวดหมู่เอนกชาติ
ราวสวรรค์นั้นวาดระบัดสี
อร่ามกว่าวาระใดในราตรี
ดารณีสง่าเด่นเช่นวิมาน
พาลีรั้งทวีปสุครีพคู่
ประกอบหมู่พยัคฆากล้าหาญ
กราบนี้กระบี่ปราบเมืองมาร
กระบี่รานรอนราพย์อยู่กราบไกล
อศุรวายุภักษ์ ชักอาวุธ
เรือครุฑเหินเห็จเกล็ดกะไหล่
มีอสูรปักษี มีเอกชัย
ครุฑเตร็จไตร – จักรเด่น เป็น เรือธง
บรรดาแซงแข็งขันดั้นฝีพาย
กระหนาบซ้ายกระบวนขวามหาหงษ์
เสมอเสก อเนกชาติภุชงค์
ดั้งลง ฝีพาย คล้ายรัสมี
สะอื้นแล้วโสมนัสทัศนา
บุญชีวาของชาวพารานี้
ชาติอื่นเมืองใด ฤาใหนมี
คำกวีมิเสี้ยวแสนแม้นสักนิด
สดุดีอลังการตระการตา
เพื่ออาคุนตุกามหามิตร
เชื่อมสัมพันธภาพทราบสนิท
ประกาศกฤษฎาไกรของไทยเรา

โดยม้าก้านกล้วย

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [21 ต.ค. 2546 , 13:41:12 น.] ( IP = 202.47.238.204 : : )


  สลักธรรม 8

สุพรรณหงส์งาม
เลื่อนลอยตามเสียงเห่คำ
เรียงถ้อยร้อยลำนำ
เทิดภูมินทร์ให้ยินยล

เล่าการณ์ที่หาญกล้า
นำชาติมาประสบผล
ด้วยเดชพระมากล้น
พระบารมีปรี่แผ่นดิน

พืชพันธุ์มีผลงาม
ศิลป์สืบความงามไม่สิ้น
เชิดชาติชูแดนดิน
แก่โลกหล้าว่าคือ...ไทย

โดย ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2546 , 18:13:18 น.] ( IP = 202.129.45.9 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org