มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามปัญหาธรรม น้องแก้ว ค่ะ




การเจริญสมถภาวนา
ที่จะให้มหากุศลญาณสัมปยุตตจิตเจริญขึ้นๆ
จนเป็นบาทให้เกิดปฐมฌานกุศลจิต
ซึ่งเป็นรูปาวจรกุศลนั้น เป็นสิ่งที่กระทำได้ยาก
เพราะจะต้องไม่เป็นอภัพพบุคคล นั้นเป็นอย่างไรคะ

น้องแก้ว ช่วยอธิบายด้วยนะคะ
ขอขอบคุณน้องแก้วไว้ก่อนเลยค่ะ

โดย เซิ่น [28 ต.ค. 2546 , 21:35:07 น.] ( IP = 203.107.193.172 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


จ๊ะเอ๋สวัสดีค่ะพี่เซิ่น
และพี่ๆทุกๆคนเลยนะคะ
น้องแก้วไม่ได้ตอบคำถามเสียนานเลย
เพราะมัวแต่อ่านหนังสือค่ะเพื่อทบทวนความจำ


ที่พี่เซิ่นถามมาว่า
การเจริญสมถภาวนา
ที่จะให้มหากุศลญาณสัมปยุตตจิตเจริญขึ้นๆ
เพื่อความสำเร็จในเป้าหมายอันสูงส่งนั้น
จะต้องไม่เป็นอภัพพบุคคล
นั้นเป็นอย่างไร ?



โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 06:41:52 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 2


คำว่าอภัพพบุคคล คือ
ผู้ที่แม้เจริญสมถะหรือวิปัสสนา
ก็ไม่อาจบรรลุฌานจิตหรือโลกุตตรจิตได้

ส่วนผู้ที่เป็นภัพพบุคคล คือ
ผู้ที่เมื่อเจริญสมถภาวนาหรือวิปัสสนาภาวนา
ก็อาจจะบรรลุฌานจิตหรือโลกุตตรจิตได้นั้น
ต้องเป็นผู้ที่

1. ไม่มีวิบากเป็นเครื่องกั้น คือ
ปฏิสนธิจิตเป็นติเหตุกะ มีปัญญาเจตสิกเกิดร่วมด้วยนะคะ

2. ไม่มีกรรมเป็นเครื่องกั้น
คือ ไม่ได้กระทำอนันตริยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
ในอนันตริยกรรม 5
ซึ่งเป็นเครื่องกั้นสวรรค์ มัคค์ ผล

อนันตริยกรรม 5 คือ
ฆ่ามารดา 1
ฆ่าบิดา 1
ฆ่าพระอรหันต์ 1
ทำร้ายพระผู้มีพระภาคให้ห้อพระโลหิต 1
ทำสังฆเภท คือ ทำลายสงฆ์ให้แตกกันโดยไม่ทำสังฆกรรมร่วมกัน 1

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 06:52:34 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 3


3. ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องกั้น
คือ ไม่มีนิยตมิจฉาทิฏฐิ 3 ไ
ด้แก่ นัตถิททิฏฐิ อเหตุกทิฏฐิ อกิริยทิฏฐิ


แม้ว่าปฏิสนธิจิตเป็นติเหตุกะ ประกอบด้วยปัญญา
แต่ถ้ายินดีเพลิดเพลินในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ โดยไม่เห็นโทษ
ก็จะไม่คิดจะบรรเทาความเพลิดเพลิน
ในรูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ ด้วยการรักษาศีล
และเจริญภาวนา


ฉะนั้น การอบรมสมถภาวนาให้ถึงอุปจารสมาธิ
และอัปปนาสมาธิ จึงไม่ง่ายเลย

ไม่ใช่เพียงการจดจ้องที่อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งที่ต้องการ ก็จะเป็นมหากุศลญาณสัมปยุตต์ ที่จะทำให้บรรลุถึงอุปจารสมาธิได้

ถ้าเข้าใจผิดว่าโลภมูลจิตขณะนั้นเป็นมหากุศล
ก็จะทำให้คิดว่า นิมิตต่างๆที่จิตปรุงแต่งให้เกิดขึ้น

เห็น เป็นนรก สวรรค์ สถานที่
เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆนั้น เป็นอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิ ซึ่งเป็นฌานจิตขั้นต่างๆ

ฉะนั้น สมถภาวนาจึงเป็นเรื่องละเอียดที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจถูกต้องจริงๆค่ะพี่ๆ

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 06:59:44 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 4

น้องแก้วจะขออธิบายต่อนะค่ะพี่ๆ
เราสามารถสังเกตุได้ว่า..


วันหนึ่งๆ ในขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้โผฏฐัพพะ
และคิดนึก อกุศลจิตย่อมเกิดมากกว่ากุศลจิต

กุศลจิตที่เกิดในวันหนึ่งๆนั้นย่อมเป็นทานบ้าง ศีลบ้าง เพียงเล็กๆน้อยๆ ในแต่ละวันแต่ละเดือน

ผู้ที่เห็นโทษของอกุศล จึงอบรมจิตให้เป็นกุศลเพิ่มขึ้นด้วย

ในขณะที่ไม่ใช่ทานและศีล การอบรมจิตให้สงบจากอกุศลทั้งหลายนั้น

ในวันหนึ่งๆนั้น เป็นกุศลขั้นสมถภาวนาในชีวิตประจำวัน แม้ว่าไม่สามารถจะถึงขั้นอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิ ก็เป็นสิ่งที่ควรเจริญ

แต่การจะระงับจิตให้สงบจากอกุศลนั้น ต้องเป็นปัญญาที่รู้ว่าจิตจะสงบในขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้โผฏฐัพพะ และคิดนึกได้อย่างไร มิฉะนั้นกุศลจิตก็เกิดไม่ได้นะคะ

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:05:27 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 5


จิตที่สงบจากอกุศลเป็นสมถภาวนานั้น
ต้องเป็นกุศลจิตในอารมณ์ 40 อารมณ์

คือ กสิณ 10 , อสุภ 10 , อนุสสติ 10, อาหาเรปฏิกูลสัญญา 1 ,
จตุธาตุววัฏฐาน 1 , พรหมวิหาร 4 , อรูปฌานอารมณ์ 4


กสิณ 10

ชื่อว่า กสิณ เพราะว่า กระทำอารมณ์ทั้งสิ้น
กสิณ 10 ได้แก่

1. ปถวีกสิณ ระลึกถึงแต่ดินเท่านั้น

2. อาโปกสิณ ระลึกถึงแต่น้ำเท่านั้น

3. เตโชกสิณ ระลึกถึงแต่ไฟเท่านั้น

4. วาโยกสิณ ระลึกถึงแต่ลมเท่านั้น

5. นีลกสิณ ระลึกถึงแต่สีเขียวเท่านั้น

6. ปีตกสิณ ระลึกถึงแต่สีเหลืองเท่านั้น

7. โลหิตกสิณ ระลึกถึงแต่สีแดงเท่านั้น

8. โอทาตกสิณ ระลึกถึงแต่สีขาวเท่านั้น

9. อาโลกกสิณ ระลึกถึงแต่แสงสว่างเท่านั้น

10. อากาสกสิณ ระลึกถึงแต่อากาศเท่านั้น

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:12:01 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 6

จิตที่ระลึกถึงแต่ดินเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล
เมื่อปัญญาไม่เกิดขณะที่คิดถึงดิน
ก็เป็นอกุศลที่ต้องการคิดถึงดิน
หรือต้องการจดจ้องที่ดิน

เมื่อปัญญาเกิด จิตที่ระลึกถึงดินก็เป็นกุศล
เมื่อรู้ว่ารูปทุกอย่างที่ปรากฏปราศจากธาตุดินไม่ได้

สิ่งที่เคยพอใจปราถนาต้องการทั้งหมด
ทั้งสิ้นนั้น ล้วนเป็นแต่เพียงดินเท่านั้น

เมื่อรู้ถึงแก่นแท้ของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก
ที่เคยพอใจปราถนาว่าเป็นแต่เพียงดิน
ก็ทำให้ละคลายความพอใจในสิ่งทั้งหลายได้
ในขณะที่ระลึกรู้ว่าเป็นเพียงดินเท่านั้น



การที่จิตจะเป็นกุศลระลึกถึงแต่ดินนั้นเป็นไปได้ยาก

เพราะเมื่ออารมณ์กระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจก็คล้อยไปตามอารมณ์นั้นๆทันที

ด้วยเหตุนี้การเจริญสมถภาวนาที่จะให้จิตสงบจากอกุศลมั่นคงขึ้น
จึงต้องอาศัยสถานที่เงียบสงัดปราศ
จากเสียงผู้คนรบกวน
และทำดินเป็นวงกลมเกลี้ยง (ปถวีกสิณ)
ปราศจากมลทินโทษที่จะทำให้จิตน้อมนึกไป
พอใจในรูปร่างสัณฐานต่างๆได้

ขณะที่ดูปถวีกสิณนั้น
เมื่อจิตระลึกถึงดินประกอบด้วยปัญญา
เป็นมหากุศลญาณสัมปยุตต์ จิตจึงจะสงบได้

และจะต้องดูปถวีกสิณเพื่อเตือนให้ระลึกถึงดินเท่านั้นเรื่อยๆไป
เพื่อไม่ให้จิตรู้อารมณ์อื่นเลยค่ะ

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:18:46 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 7

แม้จะลำบากยากแค่ไหน
ที่จะต้องระลึกถึงแต่ดิน
ด้วยจิตที่สงบจากอกุศลทั้งหลายอยู่เรื่อยๆ

โดยดูปถวีกสิณที่ไม่เล็กนักไม่ใหญ่นัก
ไม่ห่างนักไม่ใกล้นัก ไม่สูงนักไม่ต่ำนัก

ฉะนั้น วิตกเจตสิกจึงเป็นองค์ฌานที่ขาดไม่ได้เลย

วิตกเจตสิกที่เกิดกับมหากุศลญาณสัมปยุตตจิต
จะต้องจรดที่ปถวีกสิณ
ด้วยจิตที่สงบจากอกุศลทั้งหลายทั้ง

ในขณะที่หลับตาและลืมตา
จนกว่าอุคคหนิมิต คือ
นิมิตของปถวีกสิณจะปรากฏทางมโนทวาร
เหมือนกับในขณะที่ลืมตาเลยคะ

ซึ่งบางท่านแม้ปฏิสนธิจิตจะเป็นติเหตุกะ
แต่อุคคหนิมิตก็ไม่ปรากฏเลย

อุคคหนิมิตจะปรากฏเมื่อ...
มหากุศลญาณสัมปยุตต์เพิ่มความสงบมั่นคง
ในปถวีกสิณแล้ว

แต่ขณะที่อุคคหนิมิตปรากฏนั้น
ก็ยังไม่ถึงอุปจารสมาธินะคะ

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:24:06 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 8


การที่ต้องประคับประคอง
ให้มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต
ตั้งมั่นในอุคคหนิมิตต่อไป
และมั่นคงขึ้นนั้นไม่ง่ายเลยคะ


(อกุศลธรรมที่กลุ้มรุมครอบงำจิต)
ระงับลงโดยลำดับแล้ว

จิตย่อมสงบมั่นคงเป็นอุปจารสมาธิ
เมื่อปฏิภาคนิมิตปรากฏ
เหมือนการชำแรกอุคคหนิมิตออกมา

ปฏิภาคนิมิตเป็นนิมิตที่ผ่องใส
กว่าอุคคหนิมิต

ขณะที่ปฏิภาคนิมิตปรากฏนั้น
มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต
สงบมั่นคงถึงขั้นอุปจารสมาธิ

คือ สมาธิที่ใกล้ต่อความสงบแนบแน่น
ในอารมณ์ขั้นอัปปนาสมาธิ
ซึ่งเป็น ปฐมฌานจิต

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:30:02 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 9


และการประคับประคองให้มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต
ที่สงบถึงขั้นอุปจารสมาธิสงบได้ต่อไปอีกเรื่อยๆ

และเพิ่มความสงบมั่นคงขึ้นจนถึงขั้นที่อัปปนาสมาธิ

ซึ่งเป็นจิตขั้นรูปาวจรเป็นปฐมฌานจิตเกิดขึ้นได้นั้น

ต้องรักษาอุปจารสมาธิที่ได้แล้ว
ท่านเปรียบเสมือนดุจนางแก้วรักษาครรภ์
ซึ่งเป็นที่อุบัติแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ์

และต้องเว้นเหตุอันไม่เป็นสัปปายะ7 อย่าง
(ธรรมที่สะดวกสบายเกื้อกูลแก่การเจริญภาวนา)


1. เว้นอาวาส คือ ที่อยู่ซึ่งเมื่ออยู่แล้วนิมิตที่ยังไม่เกิดก็ไม่เกิด ที่เกิดแล้วก็หายไป

2. เว้นโคจร คือ ทางไปที่ห่างจากอาวาสหรือที่ใกล้อาวาสมาก ที่หาภิกษาไม่ได้ง่ายและไม่สมบูรณ์

3. เว้นถ้อยคำที่ไม่สบายที่นับเนื่องในดิรัจฉานกถา คือ กถาที่ไม่เกื้อกูลแก่ปัญญา ซึ่งทำให้นิมิตที่เกิดขึ้นแล้วหายไป

4. เว้นบุคคลที่มากด้วยกิเลส ที่ขวนขวายในกิเลส เพราะทำให้จิตเกิดกิเลสเศร้าหมอง

5. เว้นการกระทำต่างๆที่ไม่สร้างความสงบ

6. เว้นโภชนะและอากาศที่ไม่ถูกกับร่างกาย อันจะทำให้ป่วยไข้

7. เว้นอิริยาบถที่ไม่ทำให้จิตตั้งมั่น





โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:38:20 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )


  สลักธรรม 10

เมื่อเว้นสิ่งที่ควรเว้น
และเสพสิ่งที่ควรเสพแล้ว

อัปปนาสมาธิก็ยังไม่เกิด
ก็จะต้องบำเพ็ญอัปปนาโกศลให้เต็มที่

คือ ต้องประกอบด้วยอัปปนาโกศล
ความรู้ความฉลาดในธรรม
ที่เกื้อกูลให้ฌานจิตเกิดขั้นได้ 10 ประการ


1. โดยการทำวัตถุให้เป็นของสะอาด คือ ทั้งร่างกายและเครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยให้สะอาด มิฉะนั้นแล้วจิตใจก็ไม่แจ่มใส

2. โดยการยังความเสมอกันของอินทรีย์ 5 คือ สัทธาและปัญญา วิริยะและสมาธิให้เสมอกันด้วยสติ

3. โดยฉลาดต่อนิมิต

4. ย่อมประคองจิตโดยสมัยที่ควรประคอง

5. ย่อมข่มจิตในสมัยที่ควรข่ม

6. ย่อมยังจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรร่าเริง

7. ย่อมเพ่งเฉยจิตในสมัยที่ควรเพ่งเฉย

8. โดยการเว้นบุคคลผู้ไม่ตั้งมั่น

9. โดยเสพบุคคลผู้ตั้งมั่น

10. โดยความเป็นผู้มีอัธยาศัยน้อมไปในคุณนั้นๆ

โดย น้องแก้ว [29 ต.ค. 2546 , 07:42:27 น.] ( IP = 203.155.224.38 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org