มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ข้างนอกสุกใส-ข้างในปะทุ




เป็นอันว่าการประชุมเอเปค ๒๐๐๓
ซึ่งเป็นงานระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ได้ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย
นับเป็นงานชื่นจริงๆ เป็นงาน ๕ ชื่น ด้วยกัน คือ

เป็นงานที่ชื่นตา
เป็นงานชื่นบาน
เป็นงานชื่นใจ
เป็นงานชื่นมื่น
และ เป็นงานชื่นชม


ชาวโลกที่ดูการถ่ายทอดและทุกคนที่เข้าประชุม
คงได้ประจักษ์แก่ตาและใจว่าเมืองไทยวิเศษจริงๆ
ความเสียสละ ความรัก ความสามัคคี
อันมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัย
บันดาลให้เกิดความสำเร็จอย่างอัศจรรย์


ฝนฟ้าเทวดาก็พากันเอื้ออำนวย ไม่ให้วิบัติ
ไม่ให้ขัดข้อง ไม่ให้ต้องกังวล
ให้บรรลุผลดั่งปรารถนา
เป็นความสำเร็จของรัฐบาลที่มองการณ์ไกล
เป็นผลงานของคนไทยทุกๆ คน
แม้แต่คนที่นอนข้างถนนก็ยังให้ความร่วมมือ

มีอะไรบ้างที่คนไทยทำไม่ได้
คนไทยทำได้ทุกอย่างแหละ
แต่ขอให้บอกความจริงกัน
มีความเคารพซึ่งกันและกัน
บวกกับขอให้รัฐบาลสุจริต

คนไทยเอาด้วยทั้งนั้น

โดย พระพิพิธธรรมสุนทร [28 ต.ค. 2546 , 22:01:36 น.] ( IP = 203.107.193.172 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในขณะที่ภาพของประเทศไทยภายนอกสวยสดสุกใส
แต่ภาพภายในของ รัฐบาลเองกำลังปะทะ
และจะปะทุในเร็วๆ นี้ ก็ไม่ใช่เรื่องอะไร

เรื่องอยู่กันด้วยความไม่รักกันจริง
เรียกว่าอยู่กันอย่างหวาดๆ คือ
หวาดกลัวว่าจะไม่จริงใจต่อกัน
หวาดหวั่น ว่าจะต้องถูกถีบทิ้ง ทอดทิ้ง
หวาดระแวง ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป หวาดผวา

ความกลัวสิงใจจนเป็นโรคจิต
นอนสะดุ้งจนสายมุ้งขาด
ต้องกินยากล่อมประสาทจึงจะนอนหลับ
พรรคเดียวกันก็หวาดๆ กันเอง เพราะมีสองมุ้ง
แล้วก็อาจจะมีการมุดมุ้งกันบ้าง

ต่างพรรคไม่เป็นมุ้งแต่เป็นม่าน
เห็นผลงานและความดีของกันและกันยาก
ฝ่ายสองมุ้งมุ่งจะพันม่าน ส่วนฝ่ายค้านเป็นกำแพง
กั้นความคิด ความดีที่ต่างฝ่ายต่างมองไม่เห็น ...

โดย พระพิพิธธรรมสุนทร [28 ต.ค. 2546 , 22:03:19 น.] ( IP = 203.107.193.172 : : )


  สลักธรรม 2

นี่แหละหนาที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชนิพนธ์ว่า
ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่าไม้มาบัง


เรื่องความหวาดๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ก็มีสาเหตุมาจากความหวัง
ดับหวังก็หมดหวาด โลกธรรมไม่สามารถพิฆาตได้
คนทุกผู้อยู่อย่างหวาด ย่อมขี้ขลาดและตาขาว
หวังครองซึ่งเดือนดาว อันพร่างพราวบนนภา
ความหวังก่อความหวั่น อกก็สั่นขวัญผวา

ไม่ได้ชมสมอุรา กินน้ำตาพาตรอมตรม
ใครเล่าให้เจ้าหวัง ใครฉุดรั้งให้เจ้าขม
เจ้าหวังเพียงลมลม เจ้าโศกซมเพราะเจ้าแส่
ลาภยศสุขสรรเสริญ ถ้าเจ้าเพลินเจ้าก็แพ

อยากพ้นทุกข์เป็นสุขแท้ ดับหวังเถอะเจอะสุขพลัน


พระพิพิธธรรมสุนทร


โดย พระพิพิธธรรมสุนทร [28 ต.ค. 2546 , 22:07:50 น.] ( IP = 203.107.193.172 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาเจ้าค่ะ
ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ

ดับหวังก็หมดหวาด โลกธรรมไม่สามารถพิฆาตได้

เพราะคิดว่ามีความหมายลึกซึ้งมากค่ะ...

โดย สุธาดา [28 ต.ค. 2546 , 23:36:47 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org