มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


น้องแก้ว..มาตอบคำถามต่อค่ะ




สวัสดีพี่ๆทุกๆท่านอีกทีนะคะ
ปัญหาที่พี่เซิ่นถามไว้นั้น
น้องแก้วได้ตอบไว้ในคราวที่แล้วถึงตรงที่

ก่อนที่ฌานวิถีจิตจะเกิดขึ้นนั้น
ต้องมีมหากุศลญาณสัมปยุตตจิตเกิดก่อนทุกครั้ง


http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3951


เรามาทำความเข้าใจกันต่อนะคะว่า
มหากุศลญาณสัมปยุตตจิตเกิดก่อนทุกครั้งนั้นวิถีเป็นอย่างไรกัน


มหากุศลชวนะขณะที่ 1 เป็นบริกัมม์ คือ เป็นบริกัมม์ของอัปปนาสมาธิ

เพราะปรุงแต่งอัปปนา คือ ถ้ามหากุศล ซึ่งเป็นบริกัมม์ไม่เกิด จิตขณะต่อไปและอัปปนาสมาธิ คือ ฌานจิตก็เกิดไม่ได้


มหากุศลชวนะขณะที่ 2 เป็นอุปจาร เพราะเข้าไปใกล้อัปปนาสมาธิ

มหากุศลชวนะขณะที่ 3 เป็นอนุโลม เพราะอนุกูลแก่ อัปปนาสมาธิ

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:14:26 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

มหากุศลชวนะขณะที่ 4 เป็นโคตรภู เพราะข้ามพ้นกามาวจรภูมิเพื่อขึ้นสู่รูปาวจรภูมิ

เมื่อมหากุศลชวนะขณะที่ 4 ดับแล้ว ชวนวิถีจิตขณะต่อไปจึงเป็นรูปาวจรปฐมฌานกุศลจิต

รูปาวจรฌานกุศลจิตประกอบด้วยองค์ 5 คือ
วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา แม้ว่ามีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย
แต่องค์ประกอบที่ทำให้รูปาวจรปฐมฌานจิตเกิดนั้น ได้แก่ เจตสิก 5 ดวงนี้

ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อนิวรณธรรม คือ อกุศลธรรมที่กลุ้มรุมขัดขวางจิตไม่ให้ดำเนินไปในทางสงบ
นิวรณธรรม 5 คือ


กามฉันทนิวรณ์ ได้แก่ ความยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ

พยาปาทนิวรณ์ ได้แก่ ความขุ่นเคืองใจ

ถีนมิทธนิวรณ์ ได้แก่ ความท้อถอย หดหู่ และความซบเซาง่วงเหงา

อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ได้แก่ ความฟุ้งซ่าน และความรำคาญใจ

วิจิกิจฉานิวรณ์ ได้แก่ ความสงสัยไม่แน่ใจในสภาพธรรม และในเหตุและผลของสภาพธรรม

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:22:37 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 2


องค์ฌาน 5 เป็นปฏิปักษ์ต่อนิวรณธรรม 5
โดยวิตกเจตสิกจรดที่อารมณ์
ซึ่งทำให้จิตสงบได้

และวิจารเจตสิกตามประคองอารมณ์
ที่วิตกเจตสิกจรดลงทำให้จิตไม่ฟุ้งซ่าน
ไปสู่อารมณ์อื่น

ปีติเจตสิกเป็นสภาพที่เอิบอิ่ม

สุขเวทนาเพิ่มพูนยิ่งขึ้นตามความเอิบอิ่ม

และเอกัคคตาที่องค์ฌาน 4 อุปการะอุดหนุน
แล้วตั้งมั่นคงในอารมณ์
โดยอาการของปฐมฌานที่ประกอบด้วยองค์ 5


องค์ฌาน 5 เป็นปฏิปักษ์ต่อนิวรณธรรม 5 คือ

1. วิตกเจตสิกเป็นปฏิปักษ์ต่อถีนมิทธนิวรณ์ เพราะเมื่อวิตกเจตสิกตรึกถึงแต่อารมณ์ของสมถภาวนามากขึ้นเรื่อยๆ ความท้อถอย หดหู่ และความง่วงเหงาก็ย่อมเกิดไม่ได้

2. วิจารเจตสิกเป็นปฏิปักษ์ต่อวิจิกิจฉานิวรณ์
เมื่อวิจารเจตสิกประคองอารมณ์ตามวิตกเจตสิก ที่จรดลงในอารมณ์ของสมถภาวนาไปเรื่อยๆ

ความสงสัยความไม่แน่ใจในสภาพธรรม และในเหตุผลของสภาพธรรมก็เกิดไม่ได้

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:29:41 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 3

3. ปีติเจตสิกเป็นปฏิปักษ์ต่อพยาปาทนิวรณ์

เมื่อความสงบในอารมณ์ของสมถภาวนาเพิ่มขึ้น ปีติก็เอิบอิ่มในความสงบนั้นยิ่งขึ้น
ทำให้ความพยาบาทขุ่นเคืองใจเกิดไม่ได้ในระหว่างนั้น


4. สุข (โสมนัสสเวทนา) เป็นปฏิปักษ์ต่ออุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์
เมื่อกำลังเป็นสุขในอารมณ์ของสมถภาวนาอยู่ ความเดือดร้อนใจ กังวลใจ และความฟุ้งซ่านในอารมณ์อื่นก็เกิดไม่ได้
เพราะกำลังเป็นสุขในสมถอารมณ์ในขณะนั้น


5. เอกัคคตาเจตสิก เป็นปฏิปักษ์ต่อกามฉันทนิวรณ์
เพราะเมื่อสมาธิตั้งมั่นในอารมณ์ของสมถภาวนาแล้วก็ไม่ยินดีในกามอารมณ์ใดๆ

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:33:25 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 4

รูปาวจรปฐมฌานกุศลจิต เป็นอัปปนาสมาธิที่แนบแน่นในอารมณ์ด้วยองค์ฌาน 5

ฉะนั้น ถึงแม้ว่ารูปาวจรฌานกุศลจะเกิดขึ้นครั้งแรกเพียงขณะเดียว เมื่อภวังคจิตเกิดคั่นหลายขณะดับไปแล้ว

มโนทวารวิถีจิตก็เกิดสืบต่อ โดยมโนทวาราวัชชนจิตเกิดขึ้นรำพึงถึงองค์ของฌาน 1 ขณะ แล้วดับไป แล้ว

มหากุศลญาณสัมปปยุตตจิตก็พิจารณาองค์ฌานนั้น 7 ขณะ แล้วภวังคจิตก็เกิดคั่น มโนทวารวิถีจิตเกิดขึ้นพิจารณาองค์ของฌานทีละองค์ทีละวาระ

ขณะที่มโนทวารวิถีจิตเกิดขึ้นพิจารณาองค์ฌานแต่ละองค์แต่ละวาระนั้น เป็น ปัจจเวกขณวิถี ซึ่งต้องเกิดต่อจากฌานวิถีทุกครั้ง


ปัญญาของผู้บรรลุรูปาวจรฌานกุศลจิต
จึงรู้ความต่างกันขององค์ฌานทั้ง 5 คือ

รู้ความต่างกันของวิตกเจตสิกและวิจารเจตสิก

รู้ความต่างกันของปีติเจตสิกและสุข (โสมนัสเวทนาเจตสิก)

และรู้ลักษณะของเอกัคคตาเจตสิกที่เป็นอัปปนาสมาธิ

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:39:05 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 5

ผู้เจริญสมถภาวนาต้องมีสติสัมปชัญญะอย่างปกติ
และรู้ลักษณะของจิตที่เป็นกุศลและอกุศล
ที่เกิดสลับกันและแทรกคั่นอย่างรวดเร็วได้ถูกต้อง

มิฉะนั้นก็จะเข้าใจผิดว่า
โลภมูลจิตที่เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา
เป็นความสงบและเป็นกุศล


ผู้เจริญสมถภาวนาไม่มีอาการผิดปกติใดๆเลย

เพราะการเจริญสมถภาวนา
เป็นการเจริญกุศลทางใจ ซึ่งเมื่อจิตสงบแล้ว
ก็จะปรากฏแต่นิมิตของอารมณ์
ที่ทำให้จิตน้อมเป็นกุศลมั่นคงยิ่งขึ้น

เช่น ผู้ที่เจริญอาโปกสิณ
ก็มีนิมิตของอาโปกสิณเป็นอารมณ์
จะไม่เห็นนรกสวรรค์ เหตุการณ์เรื่องราวต่างๆเลย


ขณะที่ทำสมาธิแล้วเห็นภาพต่างๆ
ขณะนั้นไม่ใช่สมถภาวนานะค่ะ

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:45:19 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 6


การเจริญสมถภาวนาต้องเป็นมหากุศลญาณสัมปยุตตจิต

ซึ่งสงบเพราะระลึกอารมณ์ของสมถภาวนาอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งใน 40 อารมณ์

ถึงแม้โลภมูลจิตหรือมหากุศลญาณวิปปยุตตจิต จะมีอารมณ์หนึ่งอารมณ์ใดใน 40 อารมณ์ ก็ไม่ใช่สมถภาวนา

เช่น เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ท่องๆๆว่าพุทโธๆๆ โดยไม่ได้ระลึกถึงพระพุทธคุณประการต่างๆ ก็ไม่ใช่มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต

ผู้ที่เห็นซากศพแล้วตกใจกลัวก็เป็นโทสมูลจิต ไม่ใช่มหากุศลญาณสัมปยุตต์เช่นกัน


และผู้ที่พยายามจดจ้องที่ลมหายใจ..โดยไม่รู้ว่า
เพราะอะไรจิตจึงจะสงบได้ ก็ไม่ใช่มหากุศลญาณสัมปยุตต์

กสิณอื่นๆและอารมณ์อื่นๆของสมถภาวนานั้น มหากุศลญาณสัมปยุตตจิตต้องพิจารณาโดยถูกต้อง จิตจึงสงบได้
โดยนัยเดียวกับการเจริญปถวีกสิณค่ะ

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 03:52:12 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 7

เมื่อผู้บรรลุปฐมฌานกุศล
เห็นโทษของวิตกเจตสิก
ซึ่งเป็นเจตสิกที่จรดในอารมณ์ว่า

ปกติย่อมจรดในอารมณ์ที่เป็นกามอารมณ์
คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
จึงยังใกล้ชิดต่ออกุศลธรรมทั้งหลาย

ถ้าสามารถให้ฌานจิตนั้นปราศจากวิตกเจตสิก
ให้มีแต่วิจารเจตสิก ปีติ สุข เอกัคคตา
ก็ย่อมสงบประณีตกว่า

จึงเพียรระลึกถึงอารมณ์ของปฐมฌานกุศล
ที่บรรลุแล้ว
และพยายามประคองให้จิตสงบมั่นคง
ที่อารมณ์ของปฐมฌาน

โดยไม่ให้วิตกเจตสิกต้องจรดในอารมณ์นั้นเลย

ซึ่งจะสำเร็จได้เมื่อถึงพร้อมด้วย วสี 5
คือ ความชำนาญแคล่วคล่อง
ในฌาน 5 ประการก่อน


วสี 5 คือ

1. อาวัชชนวสี ความชำนาญในการนึกถึงปฐมฌานได้
ณ สถานที่และขณะตามที่ปราถนา


2. สมาปัชชนวสี ความชำนาญในการเข้าฌาน คือ
ให้ฌานจิตเกิดได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปราถนา


3. อธิษฐานวสี ความชำนาญในการให้ฌานจิตเกิดดับสืบต่อนานมากน้อย ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา

4. วุฏฐานวสี ความชำนาญในการออกจากฌานได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา

5. ปัจจเวกขณวสี ความชำนาญในการนึกถึงองค์ฌานแต่ละองค์ได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 04:00:03 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 8

การที่จะบรรลุฌานจิตขั้นสูงขึ้นไปได้นั้น
ต้องเห็นโทษขององค์ฌานขั้นต้นๆ แล้วละองค์ฌานได้ตามลำดับ คือ


ทุติยฌาน ละวิตก จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 4 คือ วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา

ตติยฌาน ละวิจาร จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 3 คือ ปีติ สุข เอกัคคตา

จตุตถฌาน ละปีติ จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 2 คือ สุข เอกัคคตา

ปัญจมฌาน ละสุข จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 2 คือ อุเบกขา เอกัคคตา


การละองค์ฌานไปทีละองค์นั้น
เป็นฌานโดยปัญจกนัย คือ

โดยนัยของฌาน 5
สำหรับผู้ที่ปัญญาสามารถละวิตกและวิจาร
ได้พร้อมกันนั้น
เป็นฌานโดยจตุตถนัย คือ
โดยนัยของฌาน 4 ดังนี้


โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 04:04:31 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 9

ทุติยฌาน ละวิตก วิจาร จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 3 คือ ปีติ สุข เอกัคคตา


ตติยฌาน ละปีติ จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 2 คือ สุข เอกัคคตา


จตุตถฌาน ละสุข จึงประกอบด้วยองค์ฌาน 2 คือ อุเบกขา เอกัคคตา


ทุติยฌานโดยจตุตถนัย ก็คือ ตติยฌานโดยปัญจกนัย


ตติยฌานโดยจตุตถนัย ก็คือ จตุตถฌานโดยปัญจกนัย


จตุตถฌานโดยจตุตถนัย ก็คือ ปัญจมฌานโดยปัญจกนัย


โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 04:07:07 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )


  สลักธรรม 10

ถ้าขาดวสีแล้ว การละองค์ฌานขั้นต้นๆ เพื่อบรรลุฌานขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆก็เป็นไปไม่ได้เลย

เมื่อฌานวิถีจิตดับแล้ว ปัจจเวกขณวิถีต้องเกิดต่อทุกครั้ง

การระงับกิเลสด้วยการเจริญสมถภาวนา ไม่ใช่การดับกิเลสเป็นสมุจเฉท

ฉะนั้น ฌานจิตจึงเสื่อม คือ เกิดช้าไม่ชำนาญคล่องแคล่วเหมือนเดิม หรืออาจจะไม่เกิดอีกเลยก็ได้ ฉะนั้น ที่ฌานจิตจะเกิดได้คล่องแคล่วจึงต้องมีวสีทุกๆฌานอยู่เสมอ


อารมณ์ของสมถภาวนา 40 อารมณ์นั้น

บางอารมณ์จิตก็สงบได้ไม่ถึงอุปจารสมาธิ
บางอารมณ์จิตก็สงบได้ถึงอุปจารสมาธิ
บางอารมณ์จิตก็สงบได้ถึงปฐมฌานเท่านั้น
บางอารมณ์ก็สงบได้ถึงจตุตถฌานโดยปัญจกนัย บางอารมณ์ก็สงบได้ถึงปัญจมฌาน
และบางอารมณ์ก็เป็นอารมณ์เฉพาะปัญจมฌานเท่านั้น

ดังนี้คือ อนุสสติ 6 ได้แก่
พุทธานุสสติ 1 ธัมมานุสสติ 1 สังฆานุสสติ 1 จาคานุสสติ 1 สีลานุสสติ 1 เทวตานุสสติ 1

ผู้ที่ไม่ใช่พระอริยบุคคลระลึกถึงอนุสสติ 6 นี้
จิตสงบได้ไม่ถึงอุปจารสมาธิ
สำหรับพระอริยบุคคลนั้น

อาจสงบได้ถึงอุปจารสมาธิเท่านั้น ไม่ถึงอัปปนาสมาธิ

โดย น้องแก้ว [30 ต.ค. 2546 , 04:10:39 น.] ( IP = 203.107.150.176 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org