มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำไมจัดศีลไว้หลังทาน?




อยากให้แก้ข้อที่ยังสงสัยอยู่ค่ะว่า

..ทำไมจัดศีลไว้หลังทาน?…
มีเหตุ - ผลประการใดค่ะ
ขอคำชี้แจงด้วยคะขอบคุณค่ะ

โดย เซิ่น [3 พ.ย. 2546 , 10:57:51 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

สวัสดีครับคุณเซิ่น
เช้าต้นสัปดาห์เช่นนี้ดีมากเลยนะครับ
ที่จะเริ่มการงานใหม่ในอีกสัปดาห์
ที่มีอยู่เป็นของประจำแต่คุณเซิ่นนี่ซิ
พยายามดีจริงที่ไม่อยู่แค่ความจำเจ
น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งครับ…


การควบคุมชีวิตให้ดีให้ควรนั้น
พระพุทธเจ้าทรงมีพระเมตตายิ่ง
ต่อปวงสัตวโลกทั้งหลาย
ด้วยการวางหลักชีวิตให้ไว้ประพฤติปฎิบัติกัน
คือ ทาน ศีล ภาวนา…


และการที่พระองค์ มอบงานไว้นี้ด้วยเหตุที่สมควรยิ่งครับ
คุณเซิ่นขอรับ...คนเรานั้น
จะจะทำตั้งแต่ของง่ายไปสู่ของยากกว่าจริงไหมครับ?

ถ้าง่ายไม่ผ่านยากก็คงไม่มีขึ้นได้นะครับผม…

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:06:06 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 2

ดังนั้น...พระพุทธศาสนากับการดำเนินชีวิต
ถือว่ามีความจำเป็นและสำคัญยิ่งต่อตนเองมากๆเลยครับ…


พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เกิดขึ้น
โดยการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ผู้ซึ่งมีความเพียรพยายามที่ถูกต้อง
เพื่อค้นคว้าสัจธรรม
คือความจริงเกี่ยวกับเรื่องโลกและชีวิต
ว่าเป็นอย่างไร?

ความสุขและความทุกข์เกิดขึ้นมาจากไหน?

และแก้ไขได้อย่างไร ?




พระพุทธศาสนา มุ่งเน้น ที่ตัวมนุษย์
และการกระทำของมนุษย์
ที่เป็นไปอย่างประเสริฐ

คือการได้รับความสุขตั้งแต่ขั้นต้น
ไปจนถึงขั้นสูงสุดครับผม

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:12:31 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 3

ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ
เป็นความจริงในระดับสูงสุด
ของธรรมชาติที่แยกอธิบายได้เป็น 4 ประการ

คือ กฎไตรลักษณ์
อริยสัจจ์
ปฏิจจสมุปบาท
และพระนิพพาน


1. กฎไตรลักษณ์ เป็นกฏของธรรมชาติ
ประกอบด้วยสภาวะ 3 ประการ

คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง)

การทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้(ทุกขัง)

และการบังคับบัญชาไม่ได้(อนัตตา)


2. อริยสัจจ์ แสดงถึงหลักเหตุผล 4 ประการ
คือ ความทุกข์(ทุกข์)
ต้นเหตุให้เกิดความทุกข์(สมุทัย)
ความดับทุกข์(นิโรธ)
หนทางแห่งการดับทุกข์(มรรค)

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:15:24 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 4

3. ปฏิจสมุปบาท แสดงถึงกระบวนการเกิดและกระบวนการดับแห่งทุกข์
โดยเป็นเหตุปัจจัยอาศัยกันและกัน

4. พระนิพพาน คือ ดับสนิทแห่งตัณหา


จากความจริงในระดับสูงสุดของธรรมชาติข้อที่ 1

ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า

สิ่งใดก็ตามที่มีการเกิดขึ้น สิ่งนั้นก็ย่อมดับไปเป็นธรรมดา

และบรรดาสิ่งทั้งหลายที่ทีอยู่ในธรรมชาติย่อม
ตกอยู่ภายใต้กฏพระไตรลักษณ์ทั้งสิ้น

ชีวิตมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน
ที่จะต้องมีการดับไปเป็นธรรมดา
เป็นสิ่ง ที่ไม่คงที่ ต้องเปลี่ยนแปลง
และเสื่อมสลายไปในที่สุด

มนุษย์จึงควรทำความเข้าใจในธรรมชาติ
ของ ตนเพื่อจะได้ไม่ทุกข์โศก
เมื่อประสบกับภาวะเปลี่ยนแปลงใดๆ

ดังเช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย
ที่ไม่มีใครหลีกพ้น

จึงมีการสอนให้ไม่ประมาท
และตระหนักถึงกฎอนิจจัง
คือความไม่เที่ยงแท้คงทน

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:21:04 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 5


แม้ว่าพระพุทธศาสนา
จะแสดงให้เห็นว่าชีวิตทั้งหมด
ตกอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์

แต่พระพุทธ ศาสนา ก็ให้ความสำคัญแก่ชีวิต
ว่าเป็นสิ่งที่มีค่า

การกระทำใดที่เป็นการจงใจ
ให้ผู้อื่นหมดสิ้นชีวิต
ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด
เป็นความประพฤติที่ไม่ดี

นอกจากนี้คำว่าศีลธรรม
ยังมีความหมายที่ครอบคลุมถึงคำสั่งสอน
ทั้งหมดทางศาสนา
ซึ่งมีมากมายหลายหมวด
และมีความเหมาะสมในการนำไปใช้ในสภาพการณ์ที่แตกต่างกัน

และเมื่อพิจารณาคำสอนของพระพุทธศาสนา
เรื่องความจริงสูงสุดแล้ว

จะพบว่า การที่มนุษย์จะสามารถ
ดำเนินชีวิตไปสู่ทางที่ประเสริฐได้นั้น
จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องของการกระทำ
โดยเฉพาะการกระทำความทุกข์ให้สิ้นไป

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:23:53 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 6

คำว่าการกระทำนี้

ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเจตนา
ไม่ว่า เจตนาดีหรือชั่ว
พระพุทธศาสนากล่าวว่า
เจตนาคือพื้นฐานของการกระทำ
ที่แสดงออกทางกายและวาจา
และเจตนานี้จะเป็นเครื่องตัดสินว่า
สิ่งที่ทำนั้นดีหรือชั่ว

ในการดำเนินชีวิตนั้น มนุษย์
จะมีการแสดงออกทางการกระทำ 3 ทาง
คือ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ
การแสดงออกทั้งสามทางนี้
เป็นไปในสองลักษณะคือ ดีกับชั่ว

เกณฑ์ที่จะตัดสินว่าสิ่งใดดีหรือชั่วนี้มี 3 ระดับ
เช่นกันครับ

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:27:18 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 7

1. ระดับพื้นฐาน คือ เบญจศีล และเบญจธรรม

เบญจศีล คือ เว้นจากการทำลายชีวิต

เว้นจากการถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้

เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

เว้นจากการพูดเท็จ

และเว้นจากเครื่องหมักดองของเมาคือสุราเมรัย

เบญจธรรม คือ ความเมตตากรุณา
การประกอบอาชีพสุจริต
ความสำรวมระวัง
การรักษาความสัตย์
และการระลึกรู้สึกตัว


2. ระดับกลาง คือ กุศลกรรมบถ10 เป็นทางแห่งกรรมดี
อันนำไปสู่สุคติ คือ มนุษย์ และเทวดา

3. ระดับสูง คือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่ ความเห็นชอบ
ความคิดชอบ
การเจรจาชอบ
การงานชอบ
การเลี้ยงชีพชอบ
ความเพียรชอบ ก
ารระลึกชอบ
และการตั้งมั่นชอบ
…

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:31:46 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 8

หลักศีลธรรมทั้งสามระดับนี้
แสดงให้เห็นว่าศาสนาพุทธ
มิได้สอนให้แยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว

แต่สอนให้รู้จักขอบเขตของการกระทำ
ที่สมควรเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น
เพื่อนำไปสู่ประโยชน์แก่ชีวิตในระดับต่างๆ
ที่จะพึงมีแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติทุกคน นะครับ

…

เมื่อกล่าวถึงกรรม
ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี
ไม่น่าปรารถนา
เช่น เมื่อมีผู้กระทำความไม่
ดี ได้รับภัยอันตรายจนถึงแก่ชีวิต
ก็มักจะกล่าวกันว่า“ถูกกรรมตามสนอง”

หรือผู้ใดได้รับความเดือดร้อน
การค้าขาดทุน ลูกติดยาเสพติด
ก็จะกล่าวในทำนองว่า
“ช่างมีเคราะห์กรรมมากเสียจริงๆ”
หรือ “มันเป็นกรรมเป็นเวรอะไรกันนักหนา”
และต่างพากันไปสะเดาะเคราะห์
เพื่อตัดกรรมทิ้งไปเสีย

บางคนเมื่อประสบความทุกข์ยาก
มีปัญหาไม่สบายใจ หมดทางแก้ไขปัญหานั้น
ก็กล่าวว่า “สุดแท้แต่เวรกรรม”
จะเป็นอย่างไรก็เป็นไป
“ปล่อยไปตามยถากรรมเถิด”

คำว่า “กรรม” แปลตามศัพท์ว่า
การงาน หรือการกระทำ

ภาษาทางธรรม หมายถึง การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา หรือ การกระทำที่เป็นไปด้วยความจงใจ
และเจตนาหรือ เจตน์จำน…

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:37:35 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 9

ความมุ่งหมายที่จะกระทำ
เป็นตัวกำหนดทิศทางแห่งการกระทำทั้งหมด
ของมนุษย์ บุคคลจงใจแล้วจึงกระทำด้วยกาย
ด้วยวาจา ด้วยใจ

ดังนั้นการดำเนินชีวิต
การประกอบอาชีพการงาน
และการดำเนินกิจการต่างๆของมนุษย์
จึงเป็นผลสืบเนื่องมาจาก
เจตน์จำนง ความคิดปรุงแต่งสร้างสรรค์

กรรมจึงมีส่วนร่วมอยู่ในกระบวนการแห่งชีวิต
เป็นผู้ปรุงแต่งโครงสร้าง
และวิถีชีวิตที่จะดำเนินไป…

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:39:38 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )


  สลักธรรม 10


ประเภทของกรรม แบ่งตามกิจหรือหน้าที่ของกรรม ได้แก่

.1 ชนกกรรม คือ กรรมที่ทำให้เกิด
มีหน้าที่ทำให้เกิดชีวิต
เช่น เกิดเป็นมนุษย์ เพราะมีเบญจศีลเบญจธรรม เกิดเป็นเทวดาเพราะมีหิริโอตตัปปะ
(อายชั่วกลัวบาป)

และทำทานโดยไม่หวังผลตอบแทน
เกิดเป็นเปรตเพราะมีความโลภมากจนกระทำทุจริต เกิดเป็นสัตว์ในนรกเพราะ

มีความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาทอย่างรุนแรงจนกระทำทุจริต
…


อุปถัมภกกรรม คือ กรรมอุดหนุนหรือส่งเสริม

มีหน้าที่ช่วยอุดหนุนกรรมอื่นๆ
ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว
เช่น บุคคลเกิดเป็นมนุษย์เพราะกระทำดี
มีเบญจศีลเบญจธรรม
ถ้าปัจจุบันชาติรักษาศีล 5
เป็นประจำ มีน้ำใจช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก
ทำบุญให้ทานเสมอ

ด้วยอำนาจของการกระทำดี
ทำให้บุคคลนั้นมีความสุขกายสุขใจ
ผิวพรรณผ่องใส มีเกียรติยศชื่อเสียง
สุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืน
ปราศจากภัยอันตราย…

โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2546 , 11:42:59 น.] ( IP = 203.107.202.32 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org