| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถาม
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะ...คุณเณรน้อย
ถ้าสามารถเข้า link นี้ได้ ก็เชิญเข้าไปนะคะ
http://www.mcu.ac.th/tripitaka/tripit02b.html
แต่ถ้าเข้าไม่ได้ ก็ดูรายละเอียดบางส่วนที่นี่ได้ค่ะ
การสังคายนา กับความเป็นมาของพระไตรปิฎก
การสังคายนา หมายถึงการร้อยกรองพระวินัย คือการประชุมสงฆ์ จัดระเบียบหมวดหมู่พระพุทธวจนะ แล้วรับทราบในที่ประชุมนั้นว่า ตกลงกันอย่างนี้ และก็มีการท่องจำกันนำสืบๆ กันต่อมา
ในครั้งแรกๆ การสังคายนาปรารภเหตุความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา จึงจัดหมวดหมู่พระพุทธวจนะไว้ ในครั้งต่อๆ มา ปรากฏว่ามีการถือผิดตีความหมายผิด ก็มีการชำระวินิจฉัยข้อที่ถือผิดตีความหมายผิดและชำระกันให้รู้ข้อผิดข้อถูก ชี้ขาดว่าควรเป็นอย่างไร แล้วก็ทำการสังคายนา โดยการทบทวนระเบียบเดิมบ้าง เพิ่มเติมของใหม่อันเป็นทำนองบันทึกเหตุการณ์บ้าง จัดระเบียบใหม่ในบางข้อบ้าง
มีเหตุการณ์ถือผิด เข้าใจผิดเกิดขึ้น แต่ความจริง เมื่อพิจารณารูปศัพท์แล้วการสังคายนาก็เท่ากับ การจัดระเบียบ การปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาดทำขึ้นเมื่อไร ก็มีประโยชน์เมื่อนั้น เหมือนการทำความสะอาด การจัดระเบียบในที่อยู่อาศัย
การสังคายนาจึงแตกต่างจากการสวดพระปาติโมกข์ เพราะการสวดปาติโมกข์เป็นการทบทวนความจำของที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติทางพระวินัย โดยเฉพาะข้อบัญญัติที่เป็นหลักสำคัญในการปฏิบัติของพระภิกษุและภิกษุณี
ส่วนการสังคายนาไม่มีกำหนดว่าต้องทำเมื่อไร โดยปกติเมื่อรู้สึกว่าควรจัดระเบียบชำระข้อถือผิดเข้าใจผิดได้แล้ว ก็ลงมือทำตามโอกาสอันควร บางครั้งพระสงฆ์ในยุคนั้นๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีข้อถือผิดเข้าใจผิด แต่เห็นสมควรตรวจสอบชำระพระไตรปิฎก แก้ตัวอักษรหรือข้อความที่วิปลาสคลาดเคลื่อน ก็ถือว่าเป็นการสังคายนาโดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:23:01 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 2พระเถระที่มีส่วนสำคัญต่อการรวบรวมพระธรรมวินัย
ในช่วงหลังพุทธปรินิพพานใหม่ๆ
๑. พระมหากัสสปเถระ
ในระยะกาลปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ท่านได้สดับคำของ สุภัททวุฑฒบรรพชิต ที่กล่าวจ้วงจาบพระพุทธองค์และพระธรรมวินัย จึงดำริที่จะทำการสังคายนาพระธรรมวินัยให้เป็นหลักพระศาสนา
หลังถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระศพแล้ว ได้ชักชวนพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทำสังคายนาพระธรรมวินัย โดยมีท่านเป็นประธาน มีพระอานนท์เป็นผู้วิสัชชนาพระธรรม มีพระอุบาลีเป็นผู้วิสัชชนาพระวินัย นับเป็นรูปแรกที่ได้รวบรวมพระธรรมวินัยให้เป็นหมวดหมู่ จนเกิดพระไตรปิฎกขึ้น
พระพุทธวจนะสำคัญที่พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระมหากัสสปะเกี่ยวกับความเจริญและความเสื่อมแห่งพระพุทธศาสนา
ดูกรกัสสปะ สัทธรรมปฏิรูป ไม่เกิดขึ้นในโลกเพียงไร การอันตรธานแห่งพระสัทธรรม (พระศาสนา) ก็ไม่มีตราบนั้น เมื่อใดสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลก กัสสปะ เมื่อนั้น การสูญสิ้นแห่งพระสัทธรรมย่อมมี เหมือนทองแท้ย่อมไม่อันตรธาน ตราบเท่าที่ทองเทียมยังไม่เกิดขึ้น เมื่อทองเทียมเกิด ทองแท้ก็ย่อมหายไป
ดูกรกัสสปะ ปฐวีธาตุ-อาโปธาตุ-เตโชธาตุ-วาโยธาตุ หาทำให้พระศาสนาเสื่อม ไปไม่ ที่แท้ โมฆบุรุษที่เกิดขึ้นในพระศาสนานี้ต่างหาก ที่ทำให้พระศาสนาเสื่อมหายไป ดุจ เรือจะจมลงก็เพราะต้นหน กัสสปะ การเสื่อมไปของพระสัทธรรม ย่อมไม่มีอย่างนี้แล
ดูกรกัสสปะ ธรรมฝ่ายต่ำ ๕ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความเลอะเลือน เสื่อมสูญแห่งพระสัทธรรม คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
๑. ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา
๒. ไม่เคารพยำเกรงพระธรรม
๓. ไม่เคารพยำเกรงพระสงฆ์
๔. ไม่เคารพยำเกรงในการศึกษา
๕. ไม่เคารพยำเกรงในสมาธิ
ดูกรกัสสปะ ธรรม ๕ ประการนี้แลย่อมเป็นไปเพื่อความตั้งมั่นไม่เลอะเลื่อน ไม่เสื่อมสูญ แห่งพระสัทธรรม (คือศาสนา) คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
๑. ยังเคารพยำเกรงในพระศาสดา
๒. ยังเคารพยำเกรงในพระธรรม
๓. ยังเคารพยำเกรงในพระสงฆ์
๔. ยังเคารพยำเกรงในการศึกษา
๕. ยังเคารพยำเกรงในสมาธิ
ธรรม ๕ ประการนี้แล เป็นไปเพื่อความตั้งมั่นไม่เลอะเลือน ไม่เสื่อมสูญ แห่งพระสัทธรรม (คือศาสนา)โดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:27:40 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 3๒. พระอานนท์
พระอานนท์ ได้รับเลือกจากพระสงฆ์ให้ทำหน้าที่พุทธอุปัฏฐาก ก่อนรับหน้าที่พุทธอุปัฏฐาก ท่านได้ทูลขอพร ๘ ประการ จากพระพุทธเจ้า ดังนี้
ก. ฝ่ายปฏิเสธ
๑. ขอพระพุทธองค์อย่าได้ประทานจีวรอันประณีตแก่ข้าพระองค์
๒. ขอพระผู้มีพระภาคอย่าได้ประทานอาหารบิณฑบาตอันประณีตแก่ข้าพระองค์
๓. ขอพระผู้มีพระภาค อย่าโปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับเดียวกันกับพระองค์
๔. ขอพระองค์อย่าได้พาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์
ข. ฝ่ายขอร้อง
๕. ขอพระองค์ได้โปรดเสด็จไปในที่นิมนต์ที่ข้าพระองค์รับไว้
๖. ขอให้ข้าพระองค์นำบริษัทที่มาจากที่ไกล เข้าเฝ้าพระองค์ได้ในขณะที่มาแล้ว
๗. ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้ได้เข้าเฝ้าทูลถามได้เมื่อนั้น และ
๘. ถ้าพระองค์แสดงข้อความอันใดในที่ที่ข้าพระองค์ไม่อยู่ด้วย เมื่อกลับมาแล้วขอให้ทรงตรัสบอกข้อความนั้นแก่ข้าพระองค์ด้วย แสดงถึงการที่ท่านทำหน้าที่โดยไม่เห็นแก่ลาภสักการะใดๆ ทั้งสิ้น และขอโอกาสทำหน้าที่พุทธอุปัฏฐากให้สมบูรณ์
โดยเฉพาะพรข้อที่ ๘ นั้น เป็นประโยชน์ต่อการทำสังคายนาร้อยกรองพระธรรมวินัยในครั้งที่ ๑ เป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงได้ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดในคราวสังคายนาครั้งที่ ๑ ที่เรียกว่า พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก ในปัจจุบัน
สมัยนั้นการบันทึกไม่มี จึงต้องอาศัยการจดจำด้วยพลังสมองทั้งสิ้น กล่าวได้ว่าพระอานนท์เป็นเครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder) ของพระพุทธเจ้าเลยทีเดียว
และท่านเองได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ยอดในความทรงจำดี สดับตรับฟังมาก เป็นตัวอย่างแก่พระสงฆ์ในรุ่นต่อๆ มา นับว่าท่านได้มีส่วนสำคัญต่อการรวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วจัดเป็นหมวดหมู่ต่างๆ สืบมาจนทุกวันนี้โดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:30:59 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 4๓. พระอุบาลี
พระอุบาลี ตั้งใจปฏิบัติธรรมจนบรรลุอรหันต์ และได้ทำหน้าที่ทรงจำพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เป็นอย่างดี จนได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้า
ดังนั้น ในคราวทำสังคายนาครั้งที่ ๑ พระอุบาลีจึงได้รับเลือกจากพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ตอบปัญหาในพระวินัย แล้วได้จัดรวบรวมข้อวินัยต่างๆ เป็นหมวดหมู่ เรียกว่าพระวินัยปิฎก จนกระทั่งปัจจุบันนี้
โดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:32:14 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 5การสังคายนา ๔ ครั้ง ในประเทศอินเดีย
สังคายนาครั้งที่ ๑ (The First Council)
สาเหตุ... : ปรารภพระสุภัททะกล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัย
ทำเมื่อ...: พระศาสดาปรินิพพานล่วงแล้วได้ ๓ เดือน
สถานที่ทำ...: กระทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้างภูเขาเวภารบรรพต
เวลาทำ...: ทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ
การกสงฆ์...: พระอรหันต์ขีณาสพ ๕๐๐ รูป
ประธานสงฆ์...: พระมหากัสสปเถระ
ผู้วิสัชชนาพระวินัย...: พระอุบาลีเถระ
ผู้วิสัชชนาพระธรรม...: พระอานนท์เถระ
ผู้อุปถัมภ์...: พระเจ้าอชาตศัตรู แห่งกรุงราชคฤห์
ผลการสังคายนา...มีผลที่สำคัญ ๔ อย่างคือ
๑. มีการร้อยกรองพระวินัยเป็นหมวดหมู่ โดยการทำของพระอุบาลี
๒. มีการรวบรวมพระธรรมเป็นหมวดหมู่ โดยการนำของพระอานนท์
๓. การปรับอาบัติพระอานนท์ให้แสดงอาบัติ
๔. การลงพรหมทัณฑ์พระฉันนะ
๕. การยอมรับมติของพระมหากัสสปะให้คงเถรวาทไว้
สังคายนาครั้งที่ ๒ (The Second Council)
สาเหตุ... : ปรารภเหล่าภิกษุชาววัชชีบุตร ชาวเมืองไพศาลี มีความต้องการจะเลี่ยงพระวินัย จึงแสดงวัตถุ ๑๐ ประการ ซึ่งขัดกับหลักพระธรรมวินัย
ทำเมื่อ...: พระพุทธศักราช ๑๐๐ ปี
สถานที่ทำ...: ณ วาลุการาม เมืองไพศาลี เพื่อชำระวัตถุ ๑๐ ประการ
เวลาทำ...: ทำอยู่ ๘ เดือนจึงสำเร็จ
ประธานสงฆ์...: พระยสกากัณฑกบุตร
การกสงฆ์...: พระอรหันตขีณาสพ ๗๐๐ รูป
ผู้ถาม...: พระสัพพากามีเถระ
ผู้แก้...: พระเรวตเถระ
ผู้อุปถัมภ์...: พระเจ้ากาลาโศกราช แห่งกรุงไพศาลี
ผลการสังคายนา....
๑) ในแง่ของเถรวาทกล่าวได้ว่าสามารถชำระความถูกต้องของการตีความวินัยผิดให้ถูกต้องได้
๒) ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิด (Schism) ในพุทธศาสนา
๓) เป็นบ่อเกิดของนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งไม่ยอมรับมติของสังคายนาครั้งนี้โดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:36:24 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 6สังคายนา ครั้งที่ ๓ (The Third Council)
สาเหตุ... : ปรารภเหล่าเดียรถีย์ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน เข้ามาปลอมบวชในพระพุทธศาสนาเพื่อหวังลาภสักการะ
เวลาที่ทำ...: นับแต่พุทธปรินิพพานมา ๒๓๘ ปี
สถานที่ทำ...: ณ อโศการาม เมืองปาฏลีบุตร
เวลาทำ...: ทำอยู่ตลอด ๙ เดือนจึงสำเร็จ
การกสงฆ์...: พระมหาเถระ จำนวน ๑,๐๐๐ รูป
ผู้ปุจฉา...: พระโมคคัลลีบุตร ติสสเถระเจ้า ผู้เป็นประธาน
ผู้วิสัชชนา...: พระมัชฌันติกเถระ กับพระมหาเทวะเถระ
ผู้อุปถัมภ์...: พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ผ่านเอกราช ณ ปาฏลีบุตรนคร
ผลของการสังคายนา...:
๑) สามารถขจัดอลัชชีในพระศาสนาได้ และรวบรวมพระธรรมวินัยให้เป็นบริสุทธิ์ผุดผ่อง
๒) มีการรวบรวมแยกพระไตรปิฎกเป็น ๓ อย่างสมบูรณ์คือพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก โดยเฉพาะได้บรรจุคัมภีร์กถาวัตถุ เข้าในอภิธรรมปิฎกด้วย
๓) ได้มีการส่งพระมหาเถระออกไปเป็นพระธรรมทูตในเมืองต่างๆ ถึง ๙ สาย สืบต่อพระศาสนามาจนถึงปัจจุบันในนานาประเทศ
สังคายนาครั้งที่ ๔ (The Fourth Council)
สาเหตุ... : ประสงค์จะบันทึกคัมภีร์ฝ่ายสัพพัตถิกวาท เป็นภาษาสํสกฤต และทำให้พุทธศาสนาแบบมหายานมั่นคง
เวลาที่ทำ...: ประมาณ พ.ศ. ๖๔๓ โดยมีพระเข้าร่วมกว่า ๕๐๐ รูป
สถานที่ทำ...: เมืองชาลันธร แคว้นกัสมีระ ตอนเหนือของประเทศอินเดีย
ผู้อุปถัมภ์...: พระเจ้ากนิษกะ ได้ทรงอุปถัมภ์การสังคายนาครั้งนี้
ผลของการสังคายนา...:
การสังคายนาครั้งนี้ เนื่องจากเป็นครั้งแรกของฝ่ายมหายานจึงมีผลดังนี้
๑. มีการเขียนคำอธิบายพระไตรปิฎกหรืออรรถกถาเป็นภาษาสํสกฤตปิฎกละ ๑๐๐,๐๐๐ โศลก โดยความอุปถัมภ์ของพระเจ้ากนิษกะ และการแนะนำของพระปารศวะมหาเถระ
๒. มีการประสานความคิดระหว่างนิกายต่างๆ ทั้ง ๑๘ นิกายแล้วจารึกอักษรคัมภีร์ทางศาสนาเป็นสํสกฤต ครั้งแรกโดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:39:29 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 7การสังคายนาในศรีลังกา
สังคายนาครั้งแรกในศรีลังกา ตามหลักฐานในคัมภีร์สมันตปาสาทิกา ได้กล่าวว่าหลังสังคายนาครั้งที่ ๓ ในอินเดียแล้ว พระมหินทเถระ พร้อมกับพระเถระรูปอื่นอีก ๕ รูปเดินทางไปประเทศศรีลังกา และได้พบกับพระเทวานัมปิยติสสะ และแสดงธรรมให้ฟังจนทรงเลื่อมใส
ต่อมาท่านมหินทเถระประสงค์จะให้พระพุทธศาสนามั่นคงจึงได้จัดทำสังคายนาขึ้นที่ ถูปาราม เมืองอนุราธปุระ โดยมีพระมหินทเถระเป็นประธาน ในปี พ.ศ. ๒๓๘ เป็นการวางรากฐานให้ชาวลังกาท่องจำพุทธวจนะตามแบบอย่างที่ได้จัดไว้แล้วในคราวสังคายนาครั้งที่ ๓ ในอินเดีย
สังคายนาครั้งที่ ๒ ในศรีลังกา ทำเมื่อ พ.ศ. ๔๓๓ ในรัชสมัยของพระเจ้าวัฏฏคามีณีอภัย โดยมีพระรักขิตมหาเถระเป็นประธาน ณ อาโลกเลณสถาน มตเลชนบท
สาเหตุที่ทำให้มีการจัดทำสังคายนาครั้งนี้ก็เนื่องจากเห็นพ้องกันว่า ถ้าจะใช้วิธีท่องจำพระพุทธวจนะต่อไป ก็อาจมีข้อวิปริตผิดพลาดได้ง่าย เพราะปัญญาในการท่องจำของกุลบุตรเสื่อมถอยลง จึงตกลงจารึกพระพุทธวจนะลงในใบลาน
สังคายนาครั้งที่ ๓ ในศรีลังกา กระทำเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๘ ที่รัตนปุระ ในศรีลังกา พระเถระชื่อ หิกขทุเว สิริสุมังคละ เป็นหัวหน้ากระทำอยู่ ๕ เดือน จึงเสร็จเป็นการสังคายนาที่รู้กันเฉพาะในศรีลังกาเองโดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:40:59 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 8การสังคายนาในไทย
หนังสือสังคีติวงศ์ คือประวัติแห่งการสังคายนา รจนาเป็นภาษาบาลีโดย สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพน ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้ลำดับความเป็นมาของการสังคายนาไว้ถึง ๙ ครั้งคือ
สังคายนาครั้งที่ ๑-๒-๓ ทำในอินเดีย ดังที่กล่าวไว้แล้วในตอนต้น
สังคายนาครั้งที่ ๔-๕ ทำในศรีลังกา ดังที่กล่าวแล้วในตอนที่ว่าด้วยการสังคายนาในศรีลังกา
สังคายนาครั้งที่ ๖ ทำในศรีลังกา เมื่อ พ.ศ. ๙๕๖ พระพุทธโฆสะได้แปลและเรียบเรียงอรรถกถา คือคำอธิบายพระไตรปิฎก จากภาษาลังกาเป็นภาษาบาลี ในรัชสมัยของพระเจ้ามหานาม
สังคายนาครั้งที่ ๗ ทำในศรีลังกา เมื่อ พ.ศ. ๑๕๘๗ พระมหากัสสปเถระได้เป็นประธาน มีพระเถระร่วมด้วยกว่า ๑,๐๐๐ รูป ได้รจนาคำอธิบายอรรถกถาพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี เรียกว่า คัมภีร์ ฎีกา ชาวลังกา
และชาวพุทธทั่วไปมิได้ถือว่าเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎก แต่ก็ทำให้รู้ว่ามีประวัติความเป็นมาแห่งอรรถกถาและฎีกาแห่งพระไตรปิฎกว่าเป็นมาอย่างไร
สังคายนาครั้งที่ ๘ ทำในประเทศไทย ประมาณ พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ ได้อาราธนาพระสงฆ์ที่ทรงพระไตรปิฎกหลายร้อยรูป ให้ช่วยชำระอักษรพระไตรปิฎกในวัดโพธารามเป็นเวลา ๑ ปี จึงสำเร็จ การสังคายนาครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ ๑ ในประเทศไทย
สังคายนาครั้งที่ ๙ ทำในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๑ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงอาราธนาพระสงฆ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน ๒๑๘ รูป ราชบัณฑิต ที่เป็นอุบาสกอีก ๓๒ คน ช่วยกันชำระพระไตรปิฎกที่วัดมหาธาตุ แล้วจัดให้มีการจารึกลงในใบลาน สังคายนาครั้งนี้สำเร็จภายใน ๕ เดือน
โดย เซิ่น [7 พ.ย. 2546 , 07:45:27 น.] ( IP = 169.210.30.22 : : )
สลักธรรม 9โอโหคุณเซิ่นสาธุ
มาเมฆจริงๆครับดีใจมากๆเลย
พี่เณรไปทำงานที่สุโขทัยมา 1 วันเต็มๆ
อ่อนแรงไปหมดเปิดคอมไม่ไหว
พอเช้าขึ้นมา โอโห..เห็นคำตอบคุณเชิ่น
หายเพลียเลยครับผมเย้ๆๆๆ
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณรครับ [7 พ.ย. 2546 , 07:46:08 น.] ( IP = 203.107.207.210 : : )
สลักธรรม 10ขอบคณมากครับที่ช่วยตอบให้ ดีใจมากค้นหาตั้งนาน เหนื่อยแทนพี่เขาจัง เยอะน่าดู
โดย เณรน้อย [7 พ.ย. 2546 , 07:56:02 น.] ( IP = 202.5.88.195 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |