| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สัมภาษณ์อาจารย์บุษกรถึงทิศทางพระพุทธศาสนา
ไม่อยากบอกเลยนะคะว่า บรรยากาศการอบรมวิปัสสนากรรมฐานหลักสูตรเร่งรัดนี้
...ยิ่งมาก็ยิ่งน่าตื่นเต้นชวนติดตาม...
ทั้งลีลาการสอนของอาจารย์ และเหตุการณ์ที่เข้ามาแทรกในแต่ละวัน
อย่างคราวที่แล้วนั้น ก็มีโอกาสได้ต้อนรับพระมหาฉลาด จกฺกวโรที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศพม่า
และก็ได้ฟังประสบการณ์เกี่ยวกับการดำรงชีวิตเพื่อการศึกษาพระศาสนาในต่างแดน
จนกระทั่งได้ร่วมกันกระทำทานกุศลอย่างเบิกบานทั่วหน้า
หอบความอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านกันเพียบแปร้
และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทุกคนจะไม่มีความสุขในวันนั้น ..อิอิ
รายละเอียดอ่านที่กระทู้นี้ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4004&page=1
และเมื่อวานนี้ก็เช่นกันค่ะ
มีเหตุการณ์พิเศษเข้ามาอีกแล้ว
นั่นก็คือ การขอเข้าสัมภาษณ์อาจารย์บุษกร โดยคณะนักศึกษาวิทยาลัยศาสนา สังกัดมหาวิทยามหิดล
ท่านผู้อ่านที่เป็นนักศึกษารุ่นที่ ๑ และ ๒ ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ
เพราะที่จริงแล้วทางมูลนิธิเองก็มิได้ปิดกั้นมิให้ท่านกลับมาร่วมฟังการบรรยายในรุ่นที่ ๓ แม้แต่น้อย
ท่านยังคงสามารถมารับฟังการบรรยายได้เช่นเดียวกันกับผู้เข้ารับการอบรม
เพียงแต่ที่นั่งของท่านจะถูกจัดไว้ด้านหลังเท่านั้นเองค่ะ
ก่อนที่จะเล่าถึงการสัมภาษณ์ที่มีขึ้นในช่วงบ่าย
ก็ต้องเริ่มกันที่ช่วงเช้าก่อนนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 19:16:44 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 1เช้านี้เราเริ่มกันที่เรื่องอารมณ์ ๖ กับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
บรรยายโดยอาจารย์ทวีพร พันธุ์พาณิชย์
ด้วยลีลาราวกับมืออาชีพบนฟลอทอล์คโชว์
อารมณ์ ๖ ทวาร ๖ ..อายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ และความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
...ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างเพลิดเพลิน
กลมกลืนไปกับลีลาตัวกลมๆของอาจารย์ทวีพรได้อย่างสนุกสนาน ..อิอิโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 19:31:14 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 2ต่อจากเรื่องของอารมณ์ก็มาสู่ช่วงเวลาแห่งการทำความเข้าใจกับคำว่า ...โยนิโสมนสิการ
งานนี้อาจารย์ผู้บรรยายคือ อาจารย์มาลี อาณากุล
ท่านมาพร้อมกับสื่อการสอนที่ไม่ธรรมดา
เพราะมาพร้อมกับ animation ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ที่เพิ่งผลิตเสร็จหมาดๆเมื่อตีสี่ของวันที่บรรยายนี่เองค่ะ
อิอิ...เรียกว่าทุ่มกันสุดตัวเพื่อการให้ความรู้เลยนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 19:42:45 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 3และก่อนที่จะไปรับประทานอาหารกลางวัน
อาจารย์บุษกรก็ได้ขึ้นมาให้บทสรุปเกี่ยวกับเรื่องของอารมณ์และการโยนิโสมนสิการไว้อย่างน่าสนใจ
ซึ่งจะเชื่อมโยงต่อไปกับภาคปฏิบัติในช่วงบ่ายนี้ค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 19:45:59 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 4หลังจากที่รับประทานอาหารกันอย่างเร่งรีบ (เฉพาะอาจารย์บุษกรน่ะค่ะที่เร่งรีบ)
เพราะต้องออกมาพบกับคณะผู้สัมภาษณ์จากวิทยาลัยศาสนา
และก็ต้องรักษาเวลามิให้เลยเข้าไปในช่วงของการอบรมในภาคบ่าย
แต่ว่าคำถามที่คณะผู้สัมภาษณ์ซึ่งประกอบไปด้วยพระภิกษุ ๑ รูป และนักศึกษาหญิงอีก ๒ ท่าน
ได้ถามมานั้นเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก และก็ต้องให้คำอธิบายที่ยาวมากด้วย
การถามตอบประมาณ ๓ - ๔ คำถาม ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง...ซึ่งก็ใกล้เวลาของการอบรมในภาคบ่ายแล้ว
..แต่เพื่อให้การสัมภาษณ์เป็นไปตามที่คณะนักศึกษาขอความอนุเคราะห์มา และเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาพระอภิธรรมและการนำไปใช้ประโยชน์ในทางโลก
..โดยเฉพาะการมีหลักในการคิดและพิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ..แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน..แต่ก็นับว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังเป็นอย่างมาก
อาจารย์จึงได้เปิดให้มีการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการต่อหน้าที่ประชุม คือผู้เข้ารับการอบรมได้รับฟังการถาม-ตอบกันสดๆ คำต่อคำในช่วงบ่ายนี้ จนกว่าคณะผู้สัมภาษณ์จะหมดคำถามค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 20:03:16 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 5สรุปใจความสำคัญ..เท่าที่จำได้นะคะ
เพราะรายละเอียดน่ะเกือบสามชั่วโมงค่ะ..ขอบอก
คำถามแรกหลังจากที่เกริ่นความเป็นมาแล้ว
พระภิกษุผู้สัมภาษณ์ท่านก็ถามว่า ทำไมจึงบอกว่าพระอภิธรรมเป็นปิฏกที่สำคัญที่สุดในพระไตรปิฎก?
คำตอบในใจของแต่ละท่านคืออะไรนั้น..ไม่ทราบ
แต่คำตอบของอาจารย์บุษกรก็คือ....
เพราะพระอภิธรรมปิฎกนั้นครอบคลุมอยู่ในพระไตรปิฎกทั้งหมด ทั้งพระสูตรและพระวินัย
พระอภิธรรมปิฎนั้นพูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติทั้งปวง และที่สำคัญคือ "ชีวิต"
รวมทั้งพูดถึงสิ่งที่เป็นบัญญัติธรรมทั้งหลายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิต
และสิ่งที่อยู่เหนือชีวิตอันเป็นความสุขสถาพร
พระวินัยนั้นพูดถึงเรื่องศีลข้อปฏิบัติที่อยู่ร่วมกันของสิ่งที่มีชีวิตในเพศภิกษุ รวมถึงฆราวาสโดยปริยายด้วย
พระสูตรนั้นพูดถึงความเป็นไปของการกระทำกรรมในแต่ละชีวิต..และบทธรรมที่จะนำชีวิตไปสู่ความสุขในระดับต่างๆ ทั้งทางโลกและทางธรรม ที่ยกบุคคลขึ้นเป็นตัวอย่างในการกล่าวถึง
เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่าพระอภิธรรมเข้าไปเกี่ยวข้องในทุกส่วนของพระไตรปิฎกทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เพราะทุกบทตอนล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตทั้งสิ้น
นี่แหละค่ะคำตอบที่หนึ่งโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 20:26:00 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 6คำถามที่สองถามว่า ..ทำไมจึงกล่าวว่าผู้ที่เรียนพระอภิธรรมแล้วจะสามารถตอบคำถามได้ทุกคำถาม
คำตอบก็มีว่า เพราะพระอภิธรรมนั้นสอนให้รู้จักชีวิต องค์ประกอบของชีวิต กระบวนการของชีวิตสัตว์ทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิใด ....รวมทั้งการรู้ถึงรากเหง้าของชีวิตที่เป็นกิเลสอนุสัย....ที่ทุกคนล้วนมีไม่ต่างกันยกเว้นพระอริยบุคคล
สิ่งที่ปรากฏเป็นปัญหาของชีวิตนั่นก็มีต้นตอมาจากกิเลสสามตระกูลใหญ่ แล้วก็กลายมาเป็นวิบากให้ได้รับ ..จากนั้นก็กระทำกรรมตอบโต้ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่...
ไม่เคยขาดจากกัน และก็หมุนวนไปเช่นนี้เวียนเกิดเวียนตายไปในภพภูมิต่างๆทั้ง ๓๑ ภูมิ
วิทยาการทางโลกไม่สามารถเข้ามารับรู้ความเป็นไปของวัฏฏเหล่านี้ได้ว่า ที่แท้แล้วสรรพสิ่งล้วนมีสภาพเกิดแล้วก็ดับไป
เช่น เรื่องของกระแสไฟฟ้า ที่เรามองเห็นว่ามีแสงไฟสว่างอยู่เสมอ แต่ทางวิทยาศาสตร์ปฏิเสธว่ามิได้มีการติดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็บอกได้เพียงทฤษฎีว่า กระแสไฟฟ้าเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างขั้วบวกกับขั้วลบ
..ซึ่งไม่สามารถให้ความรู้ลึกซึ้งเข้าไปความเป็นอณูและปรมาณูของรูปธรรมที่เกิดขึ้นได้
เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะพระอภิธรรมปิฎกนี้ จึงสามารถให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาได้ ลึกซึ้งถึงรากฐาน และกระบวนการที่เป็นไปอย่างสุขุมคัมภีรภาพ...
เมื่อรู้จักว่าชีวิตตนเป็นเช่นใดแล้ว ชีวิตผู้อื่นก็ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะมีองค์ประกอบที่เหมือนกันนั่นเอง คือ รูปและนามโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 20:39:03 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 7คำถามที่สามถามว่า เพราะเหตุใดคนญี่ปุ่นที่เมืองฮิโรชิม่า จึงต้องมาตายพร้อมกันด้วยระเบิดนิวเคลียร์
คำตอบก็คือ...
เป็นเรื่องของกรรม ....ใครทำอย่างไรก็ต้องได้อย่างนั้น
ทำกรรมดีก็ได้รับผลดี ทำกรรมชั่วก็ได้บผลชั่ว
ดังพระคาถาที่พระอัสสชิตอบอุปติสสมานพว่า
เยธมฺมา เหตุปปภฺวา ฯ ...
คนที่เสียชีวิตเหล่านั้นล้วนเคยทำกรรมที่เป็นปาณาติบาตอย่างรุนแรง และก็มีความเกี่ยวเนื่องในการกระทำกรรมอื่นๆร่วมกันมาในลักษณะของกรรมหมู่ ที่ส่งผลให้ต้องมาเกิดในถิ่นที่เดียวกัน ...อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน และต้องตายด้วยการถูกประหารเหมือนกัน
และภัยธรรมชาติต่างๆก็เช่นกัน ...ผู้ที่ประสบภัยเหล่านั้นนอกจากจะเป็นกรรมส่วนตัวแล้ว จะต้องเคยทำความไม่ดีร่วมกันในลักษณะหมู่คณะ จึงต้องมารับผลที่ไม่ดีร่วมกันค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 20:50:39 น.] ( IP = 202.129.46.73 : : )
สลักธรรม 8คำถามที่สี่ ถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับคำว่า พระพุทธศาสนาเสื่อม และทิศทางของพระพุทธศาสนาควรเป็นเช่นไร
คำตอบคือ ...
ก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นไป เพราะเชื่อในคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ...โดยเฉพาะที่ทรงมีพุทธทำนายในเรื่องนี้ไว้แล้วเป็นลำดับกาล ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และใครจะเป็นผู้ที่ทำให้เสื่อมสิ้นไปบ้าง
จึงไม่เห็นว่าจะต้องวิตกทุกข์ร้อนอะไร ..เพียงแต่ต้องพยายามตั้งตนเองไว้ให้ชอบ อย่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้ทำลายพระพุทธศาสนา ..ด้วยการศึกษาพระอภิธรรมให้เกิดความเห็นถูกตรงตามสภาพธรรมที่ทรงสอนไว้ .....
คำถามต่อไป(โดยสรุป)ก็คือ พระอภิธรรมช่วยเหลือสังคมและชุมชนได้อย่างไรบ้าง เช่น ด้านการสังคมสงเคราะห์ ..ด้านการศึกษา ..และด้านการปฏิบัติธรรม
คำตอบก็คือ ... พระอภิธรรมให้ความรู้อันเป็นขุมทรัพย์ที่มีค่ายิ่ง ..ผู้ที่ศึกษาแล้วก็จะมีวิธีเลือกการกระทำที่เป็นอริยทรัพย์....และทอดทิ้งทรัพย์ภายนอกที่ไม่มีค่า...เพราะทุกคนเรียนแล้วก็จะรู้ว่า ชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ..จะตายที่ไหน ..เมื่อไหร่ ..ตายด้วยโรคอะไร..ตายแล้วจะไปเกิดที่ไหน...ก็ไม่มีใครรู้
การหวงแหนนั้นเป็นกิเลสร้ายตัวหนึ่งที่ผูกชีวิตไว้กับการเวียนว่ายตายเกิด..เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องตายแน่นอน แต่ก่อนที่จะตายไปนั้น เราสามารถแปรทรัพย์ภายนอกให้เป็นอริยทรัพย์ได้ประการหนึ่ง ..และเพียรสร้างทรัพย์ภายในที่ประกอบไปด้วยปัญญาคือ การประพฤติตนอยู่ในธรรม
นอกจากนี้ทุกคนก็ย่อมทราบดีว่าชีวิตนั้นเป็นทุกข์ทั้งเราและเขา เมื่อมีโอกาสที่สามารถแบ่งเบาความทุกข์จากใครได้ก็ควรที่จะให้โอกาสแก่เขาเหล่านั้น...ทั้งด้านการรักษาพยาบาล ..สถานสงเคราะห์ ..การศึกษา ..หรือการช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่างๆ
ดังเช่นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองคืเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้จำนวน ๑๘ ล้านบาท
เมื่อเราได้ศึกษาพระอภิธรรมแล้วเราก็จะทราบว่ามีการกระทำกรรมประเภทต่างๆที่ให้ผลแตกต่างกัน ..แม้ในทางดีก็จะมีระดับที่ต่างกัน ..เช่นที่เรียกว่า ปรมัตถบารมี อุปบารมี เป็นต้น
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 21:08:15 น.] ( IP = 202.129.45.233 : : )
สลักธรรม 9คำถามต่อไปก็คือ...ที่ผ่านมานั้นมีปัญหาในทางบริหารงานบ้างหรือไม่ และแก้ไขอย่างไร
คำตอบก็คือ ....
การทำงานกับคนหมู่มากนั้นก็ต้องมีปัญหาเป็นธรรมดา..อย่าว่าแต่คนกลุ่มใหญ่เลย แม้กระทั่งทีมทำงานที่มีเพียงสามท่านที่มาสัมภาษณ์นี้ก็คงจะมีปัญหาความไม่เข้าใจกันอยู่บ้าง...
เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนรู้จักที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา และต้องอดทนเพื่อส่วนรวม คือ งานพระศาสนา...ต้องอบรมใจให้เชี่ยวชาญรู้ว่าที่ทำไปนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไร
และก็ต้องเข้าใจความจริงว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา ...ไม่ควรเก็บมาเป็นเรื่องราวทำร้ายตนเอง หรือทำให้จิตใจขุ่นข้องหมองมัว....
..จริงใจ..เข้าใจ ..อภัยกัน ....อุปสรรคนั้นไม่มี...
และคำถามสุดท้ายซึ่งเป็นคำถามแรก(เพิ่งนึกได้ค่ะ)ก็คือ...อาจารย์บุษกรสนใจธรรมะมาตั้งแต่เด็กเลยหรือ?
คำตอบก็คือ ...
อายเขาค่ะ อย่าพูดอย่างนั้น ...เพราะเกินความจริงไปมาก ...ที่เป็นศึกษาพระอภิธรรม เป้นผู้แนะนำทางปริยัติและการปฏิบัติ และประธานมูลนิธิมาถึงทุกวันนี้
..ก็เพราะโชคดีที่เกิดในสิ่งแวดล้อมที่ดี ..มีคุณพ่อเป็นครูสอนธรรมะ และเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ..ทำให้ได้รับการเลี้ยงดูและอบรมอยู่ในความรู้ที่แท้จริง และความถูกต้องทางสังคมมาโดยตลอด...
....สมัยเด็กๆนั้นคุณพ่อมักจะให้อ่านหนังสือธรรมะให้ฟัง ..และก็พาไปยังสถานที่บรรยายธรรมต่างๆ รวมทั้งไปทำงานที่ศาล ...จึงเท่ากับเป็นการฟูมฟักให้เติบโตอยู่ในสายทางนี้ตลอดมา
..หากปราศจากคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวแล้ว ก็คงไม้ได้รับโอกาสที่ดีเช่นนี้
อิอิ..ขอจบรายงานเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ...
เพราะเกรงว่าจะยาวเกินไป...อิอิ
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 21:22:56 น.] ( IP = 202.129.45.233 : : )
สลักธรรม 10หลังจากนั้นก็เป็นช่วงของการอบรมวิปัสสนาแบบเข้มข้นค่ะ..
เรียกว่าข้นคลั่กเลย เพราะอาจารย์อธิบายภาพรวมทั้งหมดของพระอภิธรรม ...ทุกข์ทั้ง ๕ และการโยนิโสมนสิการ ..จากนั้นก็สาธิตวิธีการกำหนดให้ดู ..ทั้งนั่ง ทั้งนอน
และก็เรียกนักศึกษาผู้ถามออกมาทดลองด้วยตนเองด้วย ...
เย็นวันนี้เราเลิกกันที่เวลาเกือบห้าโมงค่ะ ...แฮ่ก แฮ่ก..เหนื่อยหอบ..(เฉพาะอาจารย์นะคะ อิอิ)
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2546 , 21:26:48 น.] ( IP = 202.129.45.233 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |