| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
***ประเภทแห่งพระอรหันต์***
สลักธรรม 1๒. พระปัจเจกพุทธเจ้าอรหันต์ พระอรหันต์ประเภทนี้ เป็นพระอรหันต์ที่ทรงคุณวิเศษยิ่งใหญ่เป็นที่สองรองลงมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอรหันต์ ท่านต้องสร้างปัจเจกพุทธบารมีญาณจนครบกำหนดกาล ๒ อสงไขยกับเศษอีก ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป
แล้วจึงจะตรัสธรรมวิเศษสำเร็จเป็นพระอรหันต์ด้วยตนเอง โดยไม่มีผู้ใดเป็นศาสดาอีกเช่นกัน แต่เมื่อได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วไม่สามารถที่จะเทศนาสั่งสอนประชาสัตว์ทั้งหลายให้บรรลุวิมุตติธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ตามได้ได้แม้แต่สักผู้เดียว
๓. พระสาวกอรหันต์ พระอรหันต์ประเภทนี้ เป็นพระอรหันต์ที่ทรงคุณวิเศษยิ่งใหญ่เป็นที่สองรองลงมาจากพระปัจเจกพุทธอรหันต์ โดยท่านจะต้องสร้างสาวกบารมีญาณ อย่างน้อยต้องครอบกำหนดกาล ๑,๐๐๐ มหากัป
แล้วจึงจะได้เป็นพระอรหันต์โดยการจำเริญวิปัสสนากรรมฐานตามพระพุทธานุสาสนี คือต้องมีองค์สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดาสั่งสอน เมื่อได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็อาจที่จักบำเพ็ญศาสกิจเทศนาสั่งสอนประชาสัตว์ทั้งหลาย ให้ได้บรรลุวิมุตติธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้
นอกจากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ได้ ๓ ประเภทดังนี้แล้ว พระอรหันต์อริยบุคคลทั้งหลายท่านยังแบ่งแยกให้แตกต่างกันออกไป โดยวิธีการที่ท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์ และโดยคุณวิเศษที่ปรากฏมีอยู่ในองค์ของท่าน ด้วยอำนาจวาสนาบารมีที่สร้างไว้แต่ปางบรรพ์เป็นหลายอย่าง หลายประการ จริงอย่างนั้น พระอรหันตอริยบุคคลบางประเภทย่อมจะได้นามตามวิธีการที่ท่านได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ว่า พระเจโตวิมุตติอรหันต์ก็มี และว่าพระปัญญาวิมุตติอรหันต์ก็มีโดย โกกนุท [10 พ.ย. 2546 , 20:35:17 น.] ( IP = 61.44.80.176 : : )
สลักธรรม 2พระอรหันต์ที่ได้รับขนานนามว่า พระเจโตวิมุตติอรหันต์ นั้น ได้แก่ท่านที่เคยบำเพ็ญสมถกรรมฐานบรรลุฌาณสมาบัติอันจัดเป็นขัมภนวิมุตติมาก่อนแล้ว
ภายหลังได้เจริญวิปัสสนากรรมฐาน จนได้บรรลุพระอรหันตผลญาณอันจัดเป็นปฏิปัสสัทธิวิมุตติ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทรงคุณวิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนาก็ดี
หรือท่านที่เจริญแต่เฉพาะวิปัสานากรรมฐานเท่านั้น แต่ว่าเมื่อพระอรหัตมรรคญาณสมาบัติก็อุบัติผุดขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันนั้นเอง ด้วยอำนาจแห่งบุรพาธิการของท่านเช่นนี้ก็ดี
พระเจโตวิมุตติอรหันต์เหล่านี้จัดเป็นฌาณลาภีบุคคลและอภิญญาลาภีบุคคล คือได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงไว้ซึ่งฌาณและอภิญญา มีคุณวิเศษในการสำแดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ผิดมนุษย์ธรรมดาสามัญ เช่นสามารถเหาะทะยานดั้นด้นไปบนอากาศได้ เป็นต้น
สำหรับพระอรหันต์ที่มีวิธีการได้บรรลุพระอรหัตมรรคญาณตรงกันข้ามกับพระเจโตวิมุตติอรหันต์นั้น ก็คือพระอรหัตน์ที่ได้รับขนานนามว่า พระปัญญาวิมุตติอรหันต์
ก็พระอรหันต์ประเภทปัญญาวิมุตติอรหันต์นี้ได้แก่ท่านที่บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานล้วน ๆ ไม่เคยบำเพ็ญสมาถกรรมฐานบรรลุฌาณสมาบัติอันจัดเป็นวิกขัมภวิมุตติจักอุบัติผุดขึ้นนั้น
ฌาณสมาบัติที่เป็นมัคคสิทธิฌาณก็ไม่มีอุบัติเกิดขึ้นเลย
ทั้งนี้ก็เพราะเหตุที่ตนไม่เคยมีบุรพาธิการ จึงมีแต่พระอรหัตมรรคญาณบังเกิดขึ้นอย่างเดียว พระปัญญาวิมุตติอรหันต์เหล่านี้ มีนามบัญญัติที่เรียกให้รู้กันอยู่ในวงการปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาว่า พระสุกขวิปัสสกอรหันต์
คือพระอรหันต์ที่บำเพ็ญวิปัสสนามาล้วน ๆ เชี่ยวชาญวิปัสสนาฐาณอันประเสริฐอย่างเดียว แต่ไม่เชี่ยวชาญหรือไม่มีฌาณอภิญญาเอาเลย นับว่าเป็นผู้มีฌาณอภิญญาอันแห้งแล้ง ไม่สามารถที่จะแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ เช่นเหาะเหินเดินอากาศได้เป็นต้น
นอกจากนี้ พระอรหันตมหาขีณาสวเจ้าทั้งหลาย ยังมีเรียกชื่อให้แตกต่างกันออกไปโดยคุณวิเศษที่ปรากฏมีในองค์ท่าน ด้วยอำนาจบุรพาธิการหรือวาสนาบารมีที่สร้างไว้แต่ปางบรรพ์ว่า พระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์ก็มีและว่าพระอัปปฏิสัมทัปปัตตอรหันต์ก็มีโดย โกกนุท [10 พ.ย. 2546 , 20:36:34 น.] ( IP = 61.44.80.176 : : )
สลักธรรม 3พระอรหันต์ที่ได้รับขนานนามว่า พระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์ นั้นได้แก่พระอรหันตอริยบุคคลที่แตกฉานในปฏิสัมภิทาญาณ เพราะเมื่อท่านจะได้บรรลุพระอรหัตมรรคญาณอันเป็นสมุจเฉทวิมุตติชั้นสูงสุดนั้นปฏิสัมภิทาญาณทั้ง ๔ เหล่านี้ คือ
๑. อรรถปฏิสัมภิทา ความแตกฉานในอรรถ
๒ . ธรรมปฏิสัมภิทา ความแตกฉานในธรรม
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ความแตกฉานในภาษา
๔. ปฏิสัมภิทา ความแตกฉานในปฏิภาน
ปฏิสัมภิทาญาณทั้ง ๔ นี้ อุบัติขึ้นในขันธสันดานพร้อมกันกับพระอรหัตมรรคญาณอันประเสริฐของท่าน โดยมีลักษณาการเช่นเดียวกับมัคคสิทธิฌาณที่อุบัติเกิดขึ้นแก่พระเจโตวิมุตติอรหันต์ฉะนั้น
สำหรับพระอรหันต์ที่มีวิธีการบรรลุพระอรหันตมรรคญาณตรงกันข้ามกับพระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์นั้น ก็คือพระอรหันต์ที่ได้รับขนานนามว่า พระอัปปฏิสัมภิทัปปัตอรหันต์ ก็พระอรหันต์ประเภทอัปสัมภิทัปปัตตอรหันต์นี้
ก็ได้แก่พระอรหันต์ที่ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เฉย ๆ โดยธรรมดา ไม่แตกฉานในปฏิสัมภิทาญาณทั้ง ๔ ที่กล่าวมาแล้วนั้นแต่ประการใด
ทั้งนี้ก็เพราะเหตุที่ตนไม่เคยมีบุรพาธิการ ดังนั้น เมื่อจะได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ จึงมีพระอรหัตมรรคญาณพลันอุบัติเกิดขึ้นในขัรธสันดานแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีปฏิสัมภิทาญาณอุบัติเกิดขึ้นด้วยเลย
พระอรหันต์ประเภทนี้ มีนามบัญญัติที่เรียกให้รู้กันอยู่ในวงการปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาว่า พระมูคอรหันต์ แปลตรง ๆ ก็ว่า พระอรหันต์ใบ้ความจริงท่านไม่ใช่เป็นคนใบ้คนหนวกอะไรดอก
การที่ออกชื่อบัญญัตินามเช่นนั้น
เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่าท่านไม่มีปฏิสัมภิทาญาณอันวิเศษ เป็นผู้หมดกิเลสสัญโญชน์ทรงคุณประเสริฐชั้นมหาขีสวเจ้าเท่ากันกับพระอรหันต์อื่น ๆ แต่ไม่มีความรู้ลึกซึ้งถึงห้องพระไตรปิฏกกธรรม ที่จะนำเอามาสั่งสอนผู้อื่นให้วิจิตรพิสดารได้เท่านั้น
โดย โกกนุท [10 พ.ย. 2546 , 20:37:23 น.] ( IP = 61.44.80.176 : : )
สลักธรรม 4รวมความว่า พระอรหันต์ผู้ทรงคุณวิเศษว่าพระเจโตวิมุตติอรหันต์ก็มี ว่าพระปัญญาวิมุตติอรหันต์ก็มี ว่าพระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์ก็มี และว่าพระอัปปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์ก็มี
บรรดาพระอรหันต์เหล่านี้ พระอรหันต์ที่เป็นอัปปฏิสัมภิทัปตอรหันต์ คือท่านที่ไม่มีปฏิสัมภิทาญาณก็เพราะท่านไม่มีบุรพาธิการ กล่าวคือในอดีตชาติ เมื่อท่านประกอบกองกุศลสิ่งใดแล้วก็แล้วกันไป
ไม่เคยใส่ใจตั่งอธิษฐานเพื่อให้ได้สำเร็จเป็นฌาณลาภีบุคคล อภิญญาลาภีบุคคล หรือเพื่อให้ได้สำเร็จเป็นพระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์เอาไว้ ฉะนั้นคุณวิเศษมหัศจรรย์คือฌาณอภิญญาและปฏิสัมภิทาญาณ จึงไม่มีโอกาสอุบัติเกิดขึ้นแก่ท่าน
ในขณะที่ได้บรรลุพระอรหัตมรรคญาณอันประเสริฐนั้น
ฝ่ายว่าพระอรหันต์ที่เป็นเจโตวิมุตติอรหันต์ คือท่านที่มีฌาณอภิญญาสำเร็จเป็นฌาณลาภีบุคคล อภิญญาลาภีบุคคล และพระอรหันต์ที่เป็นพระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์
คือท่านที่มีปฏิสัมภิทาญาณแตกฉานในปฏิสัมภิทาทั้ง ๔ ก็ด้วยอำนาจแห่งบุรพาธิการที่ท่านได้อบรมสั่งสมมาแต่อดีตชาติ กล่าวคือในอดีตชาติปางก่อนนั้น ท่านประกอบการอันเป็นบุญกุศลใด ๆ ย่อมได้เคยตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้ โดยนัยเป็นต้นว่าโดย โกกนุท [10 พ.ย. 2546 , 20:38:00 น.] ( IP = 61.44.80.176 : : )
สลักธรรม 5ต่อไปภายหน้า เมื่อข้า ฯ ได้บรรลุมรรคผลเป็นพระอรหันต์สาวกแห่งองค์สมเด็จพระทศพลสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงคุณวิเศษแล้วไซร้
ขอให้มัคคสิทธิฌาณ หรือพระปฏิสัมภิทาญารจงบังเกิดขึ้นพร้อมกับการได้บรรลุมรรคญาณผลญาณอันประเสริฐสุดดี ด้วยเดชะแห่งบุญกุศลที่ข้า ฯ ทำไว้นี้จงบังดาลให้สัมฤทธิผลสมหวัง ดังข้า ฯ ตั้งจิตอธิษฐานไว้นี้ด้วยเทอญ..
โดยอำนาจแห่งการตั้งจิตอธิษฐานเป็นบุรพาธิการเช่นนี้ เมื่อถึงคราวที่ท่านจะบรรลุพระอรหัตมรรคญาณอันประเสริฐ มัคคสิทธิฌาณและพระปฏิสัมภิทาญาณ ย่อมจักพลันบังเกิดขึ้นพร้อมกับพระอรหัตมรรคญาณนั้น
ทำให้ท่านได้สำเร็จเป็นฌาณลาภีบุคคล อภิญญาลาภีบุคคล หรือได้สำเร็จเป็นพระปฏิสัมภิทัปปัตตอรหันต์ ซึ่งทรงคุณวิเศษอันศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์ในพระบวรพุทธศาสนา ตามบุรพาธิการที่ท่านได้สั่งสมอบรมไว้นั้น.....โดย โกกนุท [10 พ.ย. 2546 , 20:38:23 น.] ( IP = 61.44.80.176 : : )
สลักธรรม 6สวัสดีค่ะน้องโกกนุท
วันนี้เราใจตรงกันมากๆเลยนะค่ะ
เพราะพี่ดอกแก้วก็เพิ่งกลับออกมาจากที่บ้าน
ของน้องค่ะและบ้านแม่พลอยค่ะ
พี่ดอกแก้วขอบคุณน้องมากๆเลยค่ะ
ตอนแรกจะส่งกระทู้ไปให้น้อง
แต่พี่ไม่มี อีเมล์ของน้องค่ะ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [10 พ.ย. 2546 , 21:12:15 น.] ( IP = 203.107.160.245 : : )
สลักธรรม 7อนุโมทนาขอรับคุณโกกนุท โดย ซาโย [12 พ.ย. 2546 , 16:24:17 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |