| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รายงานกิจกรรมการอบรมวิปัสสนากรรมฐานรุ่นที่ ๓
สลักธรรม 1
เช้าวันนี้เราเริ่มกันที่เรื่องวัฏฏกรรมและวิวัฏฏกรรม
ซึ่งมอบหมายให้น้องกิ๊ฟนี่แหละค่ะเป็นผู้นำเสนอเรื่องราวทั้งหลาย
โดยมีสไลด์สวยงามประกอบการบรรยายมาให้ด้วยค่ะ
สไลด์ประกอบการบรรยายชุดนี้ได้
รับการออกแบบความคิดโดยอาจารย์บุษกร
และผลิตเป็นสื่อการสอนโดยอาจารย์วยุรีค่ะ
น้องกิ๊ฟน่ะพูดไป..พูดไป...เสียงเนิบนาบๆ ..น้ำไหลหลากท่วมพื้นที่เกินไปหน่อย
ผู้คนก็เริ่มแสดงความอ่อนน้อมให้เห็น ..นั่งคอพับคออ่อนกันเป็นแถว....
แหะ..แหะ..เรียกว่าไม่ประสบความสำเร็จในการพูดค่ะ
อาจารย์บุษกรก็เลยทนอยู่ในสภาพเช่นนั้นไม่ได้
ต้องออกมาสรุปให้ฟังกันชัดๆตั้งแต่สไลด์เริ่มต้นไปจนจบอีกครั้งหนึ่ง
ด้วยกิริยาอาการที่กระฉับกระเฉงมาก
ทั้งๆที่ปวดทั้งหลัง... ชาทั้งขา... และมีอาการปวดร้าวอยู่ในกระดูก
โดยเน้นประด็นที่สำคัญมากในการทำลายการหมุนวน
ให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ
โดยขณะที่มีอารมณ์มากระทบนั้น
แทนที่จะให้กิเลสเข้ามาครอบครองเป็นผู้บัญชาการใจ
ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาใหม่
ให้ปัญญาจากโยนิโสมนสิการเข้าไปแทนที่
ละลายพฤติกรรมกิเลสให้หมดไปจนกลายเป็นกรรมกิริยา
อาจารย์บอกว่าเวลาของอาจารย์เหลือน้อยแล้ว
แต่จะขอทำกุศลให้มากที่สุด ..พยายามให้ในสิ่งที่ดีที่สุด
และมีประโยชน์ต่อผู้ฟังมากที่สุด
ดังนั้น วัฏฏกรรมและวิวัฏฏกรรมในช่วงแรกของเช้าวันนี้
ก็ผ่านพ้นไปด้วยประการะฉะนี้แหละค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:47:32 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 2กลางวันวันนี้เราเลิกการบรรยายในช่วงเช้ากันที่เวลา ๑๑.๔๐ น.
และนัดมาเข้าห้องเรียนอีกครั้งในเวลา ๑๒.๓๐ น.
แต่ก่อนที่จะไปทานอาหารกันนั้น
พระมหาฉลาด จกฺกวโร ก็ได้เดินทางมาถึงมูลนิธิเพื่อลากลับไปศึกษาต่อ
อาจารย์จึงได้อยู่ต้อนรับและกล่าวขอบพระคุณ
ท่านพระมหาฉลาดแผ่ความเมตตาและปรารถนาดีมาให้เสมอ
รวมทั้งการที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อองค์พระธาตุชเวดากอง
ให้ปกป้องคุ้มครองอาจารย์บุษกรให้พ้นจากโรคภัยทั้งหลาย
และอาจารย์บุษกรก็ได้กราบถวายตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางกลับ
พร้อมทั้งปัจจัยจำนวนกว่าสองหมื่นบาทแด้พระมหาฉลาด
เพื่อที่ท่านจะได้นำไปไว้ใช้จ่าย
และได้ทำกุศลคือการถวายทานแด่พระที่อยู่อาวาสเดียวกัน
รวมทั้งข้าวของอื่นๆที่จำเป็นต่อการศึกษาในประเทศพม่า
และนอกจากนี้อาจารย์ยังได้ฝากของไปกราบถวายท่านเมยยะไวยยะ
พระภิกษุชาวพม่าซึ่งเป็นสหายสนิทของหลวงพ่อแสวงด้วย
อาจารย์ได้ตั้งเจตนาว่า ....
นับตั้งแต่หลวงพ่อแสวงได้จากไปแล้ว
ก็ยังไม่เห็นใครเลยที่เป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษา
และจะมาสืบทอดงานพระศาสนาอย่างเข้มแข็ง
แต่โชคดีที่ขณะนี้ก็มีท่านพระมหาฉลาด
ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ที่กำลังเดินไปตามทางที่หลวงพ่อแสวงเคยเดินมา
นั่นก็คือการไปศึกษาพระธรรมที่ประเทศพม่า
และนำความรู้ที่ได้รับนั้นมาเผยแผ่ให้ประชาชนต่อไป
อันเป็นการกระทำงานที่มีค่ามาก
ทำให้เกิดความรู้สึกชื่นใจและไม่เงียบเหงาแล้ว
เพราะมีผู้ที่มาเดินบนเส้นทางเดียวกับหลวงพ่อ
ขอกุศลเจตนาที่ตั้งใจกระทำทุกประการนี้
จงเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิตในภพใหม่ของหลวงพ่อแสวง
ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็ขอให้รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย
มีความเป็นอยู่ที่ไม่แร้นแค้น มีโอกาสศึกษาธรรม
ได้กลับมาอยู่ในถิ่นที่สมควรแก่การดำเนินชีวิต
และขอกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ทั้งผู้ที่ร่วมอนุโมทนา
จงเป็นผู้ที่ไม่ห่างไกลจากรัศมีพระธรรม
ไม่อดอยากยากแค้นตกไปอยู่ในถิ่นที่ไม่สมควร
ได้อยู่ใกล้ชิดบัณฑิตและได้รับการศึกษาที่ถูกทางโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:49:16 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 3ในที่สุดนั้นอาจารย์บุษกรก็ได้กราบขอกับท่านพระมหาฉลาดว่า
ต่อไปในการกระทำกุศลคราวใด
ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานให้กุศลนั้นคุ้มครองชีวิตในภพชาติใหม่ของหลวงพ่อแสวง
ให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งหลายด้วย...ซึ่งพระมหาฉลาดท่านก็รับปาก
อาจารย์บอกว่า รู้สึกปิติใจมากที่ได้ทราบว่า
ที่พระมหาฉลาดท่านเร่งรีบเดินทางกลับ ก็เพราะว่าจะกลับไปขอหนังสือจากพระพม่ารูปอื่น
เพื่อนำไปศึกษาในชั้นต่อไป
![]()
ในช่วงบ่ายนั้น
พระเมธีวรญาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม
ได้เดินทางมาเป็นผู้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับการปฏิบัติ
เนื่องจากท่านได้ทราบข่าวว่า ...
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ...
อาจารย์บุษกรมีความเจ็บปวดทางร่างกายเกิดขึ้นมาก
จนไม่สามารถที่จะนั่งหรือยืนได้นานๆ
แต่เพื่อมิให้อาจารย์ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับการอบรม
จึงได้รับที่จะมาเป็นผู้บรรยายแทนในช่วงบ่าย
โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง
และต่อจากนั้นก็จะเป็นการบรรยายเรื่องวิถีจิต โดย อาจารย์อัญชลี สมโสภณ
เป็นการปิดท้ายรายการ
แต่ในระหว่างที่รอท่านเจ้าคุณเมธีวรญาณอยู่นั้น
ก็มีเหตุการณ์ที่น่าปิติยินดีเกิดขึ้นท่ามกลางหมู่คณะอีกครั้งหนึ่ง
คุณรัชนี จียะมาภา ได้ขออนุญาตอาจารย์บุษกร
นำคุณชุติกาญจน์ อัศววงศ์เสถียร เข้ามามอบเงินจำนวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท
ให้แก่อาจารย์เพื่อนำไปสร้างเรือนปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย
ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาของมูลนิธิ
โดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:53:52 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 4
และท่านเจ้าคุณเมธีวรญาณก็ได้เป็นตัวแทนมูลนิธิ
มอบใบอนุโมทนาบัตรให้แก่คุณชุติญาณ
เพื่อเป็นเครื่องระลึกในกุศลกรรมครั้งนี้เป็นอปราปรเจตนาต่อไป
![]()
บ่ายวันนี้ท่านเจ้าคุณเมธีวรญาณ
ได้ปาฐกถาเกี่ยวกับความเป็นไปของชีวิต และวัฏฏกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
รวมทั้งการแจกแจงเรื่องทุกข์ที่ปรากฏแก่ปุถุชนทั่วไป
และทุกข์ที่ปรากฏแก่พระอริยบุคคลว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
ตลอดจนความเป็นไปในเรื่องของวิปลาสธรรม
ที่ทำให้เกิดความเห็นผิดเป็นตัวตน เราเขา..
ก่อให้เกิดการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกิเลส
และสุดท้ายท่านได้เน้นย้ำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของรูปนาม
และการเจริญสติปัฏฐานโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:54:47 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 5ห้องเรียนห้องใหญ่นี้เรามาเริ่มกันอีกครั้งเมื่อเวลาบ่ายสามโมงกว่านิดหน่อย
ในเรื่องของวิถีจิต...โดยอาจารย์อัญชลี
แต่ก่อนจะเล่าเรื่องที่อาจารย์อัญชลีขึ้นมาบรรยายนั้น
ขอเล่าย้อนไปเมื่อวันวานก่อนนะคะว่า
เมื่อวานนี้อาจารย์บุษกรได้เดินทางมายังมูลนิธิเพื่อทำงานบางอย่าง
แต่ที่สำคัญคือ มาสอนเรื่องวิถีจิตให้แก่นักศึกษาที่จะต้องเข้าสอบในต้นเดือนหน้า
ทั้งๆที่อาจารย์ไม่ค่อยสบาย แต่อาจารย์บอกว่ารับปากแล้วก็ต้องมาตามสัญญา
เมื่อมาถึงแล้วอาจารยืก็ให้พวกเราตั้งใจฟังที่ท่านจะอธิบาย
โดยห้ามเปิดหนังสือ ห้ามจด และห้ามทำธุระใดๆทั้งสิ้น
แต่ท่านจะค่อยๆอธิบายสรุปความเข้าใจรวบยอด และแนะนำเคล็ดลับในการทำความเข้าใจ
และการจดจำรุปแบบที่สำคัญให้ทราบอย่างช้าๆและชัดเจน
อาจารย์บอกว่าอย่าเน้นที่การท่องจำ แต่ให้ทำความเข้าใจ
เพราะความเข้าใจจะทำให้ไม่ลืม....
และทราบนัยสำคัญของความเป็นไปในทางเดินของจิตได้อย่างแท้จริง
อาจารย์บอกว่า ในการเริ่มต้นนั้นเราจะต้องให้ความเคารพในพระธรรมให้มากๆ
เพื่อสร้างศิริมงคลและจัดระเบียบชีวิตของตนให้มีระบบ
โดยอาจารย์ให้หัดเรียกชื่อจิตที่เกิดขึ้นในวิถีให้ถูกต้องและเรียงตามลำดับ ไม่สับกัน
เพื่อที่จะได้ไม่สร้างวาสนาในทางที่ไม่ดีให้เกิดขึ้นแก่ตน...โดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:56:13 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 6นอกจากนี้อาจารย์ก็ได้พยายามป้อนคำถามให้พวกเราคิดหาคำตอบ
แต่ด้วยความไม่รอบคอบและรอบรู้..พวกเราจึงพากันตอบไม่ถูก
อาจารย์ถามว่า ..ที่บอกว่าเป็นผู้พิการแต่กำเนิดนั้น เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
คำตอบก็คือ ก็เพราะ ..กัมมชรูปมีความบกพร่องอันเนื่องมาจากการถือปฏิสนธิด้วย
อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิตที่เป็นกุศลไม่สมบูรณ์..
อย่างนี้เป็นต้นค่ะ
ซึ่งการที่ได้เรียนกับอาจารย์ครั้งนี้ก็ทำให้หลายคนรู้สึกว่า
เรื่องวิถีจิตนั้นไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องหนักใจในเรื่องภาษบาลีแม้แต่น้อย
เพียงแต่ทำความเข้าใจไปตามขั้นตอนที่อาจารย์แนะนำ
ก็จะสามารถเรียนรู้เรื่องวิถีจิตได้ง่ายๆค่ะ
เลยนำมาบอกให้ทราบค่ะเผื่อว่าอาจารย์แข็งแรงขึ้นกว่านี้
จะมีหน่วยกล้าตายสักคนไปขอให้อาจารย์เปิดสอนเรื่องวิถีจิตให้ไงคะ..นะๆๆโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:57:31 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 7ถึงคิวสุดท้ายแล้วค่ะ...วิถีจิต
มาคราวนี้อาจารย์อัญชลีก็ยังเต็มร้อยอุปกรณ์ครบครันในการสอน
ไม่ว่าจะเป็นสไลด์ และเกมที่นำมาประกอบให้เกิดความเข้าใจ
เพราะวิถีจิตนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและน่างุนงงสงสัยมาก
แต่ด้วยบุคลิกที่ไม่ซีเรียสของอาจารย์อัญชลี
และการนำเสนอที่เป็นขั้นตอน..การบรรยายในภาคทฤษฎีก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
โดยมีอาจารย์บุษกรมาช่วยเสริมบรรยากาศให้เป็นระยะๆ
โดยเฉพาะการตรวจจับผู้ที่แอบหลับในห้องเรียน..อิอิ
สุดท้ายก่อนที่จะจบลงไปนั้น
อาจารย์อัญชลีก็ได้ขออาสาสมัคร จำนวน ๑๗ คน
เพื่อออกไปเป็นแบบจำลองวิถีจิต อติมหันตารมณ์...ทางโสตทวาร
โดยอาจารย์อัญชลีสมมุติบทบาทของตนเองเป็น "อารมณ์"
แล้วก็เที่ยวไปเดินปลุกภวังคจิตให้คลายจากอารมณ์เดิม
เพื่อขึ้นมารับอารมณ์ใหม่แล้วส่งต่อไปตามหน้าที่การงาน
จนกระทั่งไปถึงการตัดสิน การเสพอารมณ์ และสิ้นสุดวิถีไป
การเล่นบทบาทสมมุตินี้ให้ความเข้าใจได้มากมาย
และที่ทำให้เข้าใจมากขึ้นเข้าไปอีกก็คือ..
อาจารย์บุษกรได้ออกมาปรับเปลี่ยนอารมณ์และอธิบายให้เห็นถึงหน้าที่
ของจิตแต่ละดวง รวมทั้งวิธีการทำงานที่แตกต่างกันตามกิจ
โดยอาจารย์ได้เน้นย้ำไปมาด้วยเสียงที่ดังฟังชัดเจนมาก
และก็มีการแสดงท่าทางประกอบ..บางทีก็กระโดดตัวลอยขึ้นมาด้วย
..ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความแรงของอารมร์ที่รับมา
..การผ่อนกำลังในการรับอารมณ์ของชวนจิต
ไปจนกระทั่งการหน่วงอารมณ์ของตทาลัมพนจิต
และบางช่วงที่อาจารย์มีอาการปวดขึ้นมา
ก็จะยกมือขึ้นมาทุบที่ขาบริเวณที่ปวดนั้นสองสามครั้ง
ส่วนอีกมือนึงก็เขียนต่อไปค่ะ...
....เรียกว่า วันนี้ทุกบททุกตอน อาจารย์ทุ่มเทอย่างเต็มทีโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:58:21 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 8ภายหลังจากที่เลิกชั้นเรียนแล้ว
อาจารย์บอกว่า ..ช่วงหนึ่งที่หันไปเห็นหลายๆคนง่วงนอน
หรือหลับลงไปแล้วนั้น ...
อาจารย์รู้ว่าจะต้องปลุกให้พวกเขารู้สึกตัว
เพื่อที่จะมารับฟังเรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง
ไม่ต้องการให้พวกเขาต้องพลาดโอกาสนั้นไป
เพราะถ้าหากไม่มีอาจารย์อยู่แล้ว ..ใครจะมาเป็นคนอธิบายให้ฟัง?
ตอนนี้อาจารย์ยังอยู่และอธิบายได้ ก็อยากจะถ่ายทอดความรู้ให้หมดทั้งใจเลย
อาจารย์บอกว่า ...รู้สึกเลยว่า มีความปรารถนาเกิดขึ้นที่จิต
และรู้ว่าความปรารถนานี้คือ.. ความต้องการจะให้ผู้อื่นเข้าใจในธรรม
แล้วก็มีความรู้ต่อไปว่า ... นั่นเป็นความปรารถนาดี ที่เป็นกุศลจิต
แล้วอาจารย์ก็รู้ตามลงไปอีกว่า... จิตที่รู้ว่าเป็นกุศลจิตนี้เป็นจิตมหากุศลญาณสัมปยุต
และในระหว่างนั้นก็มีจิตรู้ว่า ...มีความตั้งใจที่จะพูดออกไป
ซึ่งรู้ว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างรูปกับนาม คือ..
โดยความรู้สึกตัวนี้รู้ว่าจิตมิได้ทำงานที่หทยวัตถุมากนัก
แต่มาทำงานทางทวารที่ให้เกิดวจี และทางกายที่เขียนหนังสือมากกว่า
นั่นคือ มีนามคือจิตทำให้เกิดจิตตัชชรูป
...แล้วก็มีการเคลื่อนไหวทางวาจาโดยใช้สัททรูป คือเสียง
โดยเปล่งออกมาจากภายในแล้วก็เป็นไปตามคำที่ต้องการอธิบาย
รวมทั้งทราบถึงความเคลื่อนไหวที่บริเวณปาก...
จึงไม่มีความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยเข้ามาแทรกแซงในขณะนั้นเลย
แต่เมื่อสอนจบแล้วก็รู้สึกว่ากระดูกร้าวไปหมดทั้งขาและหลัง
จนแทบจะเดินไม่ไหว...แต่ก็ภูมิใจเพราะถ้าตายลงไปตอนนี้ก็จะจับอารมณ์ที่ดีโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 00:59:47 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 9และในท้ายที่สุด
อาจารย์ได้ฝากข้อเตือนใจไว้ว่า
ให้พวกเรา ทำความรู้จักกับตนเองให้ดี
มองให้รู้ว่าชีวิตในขณะนี้..มีความเพียบพร้อมและบกพร่องประการใดบ้าง
บางคนก็มีสภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์
บางคนก็มีความขัดแย้งกับบิดามารดา ญาติพี่น้อง
และมีความไม่พอใจเกิดขึ้นเสมอๆ ...เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม
ณ วันนี้ได้มาอยู่ที่มูลนิธิแห่งนี้ก็นับว่ามีโชคที่ดี
จึงควรที่จะปรับตัวคบหากับมิตรที่ฝักใฝ่ในทางเดียวกันคือการศึกษาธรรม
เพื่อจะได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี
...และเป็นการสร้างสมปัจจัยให้ได้พบกับครอบครัวที่ต้องการ
บางคนอาจจะมีอุปนิสัยไม่เป้นที่ถูกใจ
แต่ก็ขอให้คิดว่า ..เขาก็ยังดีกว่าคนภายนอกที่ไม่สึกษาธรรม
แต่ถ้าหากไม่เปิดใจกว้างเพื่อคบกับมิตรเหล่านี้แล้ว
ก็อย่าหวังเลยว่า ในชาติต่อไปจะได้ครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมตามที่ตนต้องการ
และถ้าหากวันใดที่ไม่มีอาจารย์อยู่ตรงนี้แล้ว
การไม่เปิดตนเองออกมาคบผู้อื่นนั้นก็จะทำให้เป็นผู้ที่ไม่มีคนกล้าคบ
และก็จะต้องออกจากมิตรกลุ่มนี้ที่มีสายทางเดียวกันไป
ไปอยู่กับคนกลุ่มอื่นที่มีความชอบต่างกัน
นี่คืออีกบทเรียนหนึ่งที่อาจารย์ฝากไว้ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [17 พ.ย. 2546 , 01:03:44 น.] ( IP = 169.210.7.204 : : )
สลักธรรม 10
![]()
อนุโมทนาและขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ถึงแม้ไม่ได้ไปแต่ก็ได้ร่วมอนุโมทนากับกุศลที่ทุกท่านได้ทำค่ะ โดยเฉพาะการสร้างเรือนปฏิบัติวิปัสสนา และการที่ทุกท่านได้เข้ารับการรบอมการปฏิบัติวิปัสสนาค่ะ
โดย พี่เล็ก [17 พ.ย. 2546 , 08:16:13 น.] ( IP = 203.155.222.37 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |