| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
..เปรตปากเน่า...ตอนจบ
สลักธรรม 1ภิกษุผู้มีความปรารถนาลามกชั่วช้านั้น
เฝ้าครุ่นคิดอยู่เช่นนั้นจนถึงกับเกิดอาการเศร้าซึมล้มป่วยลง
อีกทั้งมิมีผู้ใดคอยดูแล ก็ยิ่งคิดเสียใจว่า
เมื่อครั้งที่พระเถระทั้งสองยังอยู่ เราป่วยไข้ไม่สบาย
ท่านทั้งสองยังจะคอยช่วยปรนนิบัติ ดูแลช่วยเหลือ
บัดนี้เราต้องมานอนป่วยอยู่แต่ผู้เดียว
โดยมิมีใครช่วยเหลือเอาใจใส่
ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนบังเกิดลมกำเริบขึ้นภายใน
ดันหัวใจให้หยุดเต้น ตายลงในที่สุด
ภิกษุนั้นเมื่อตายลงแล้ว ด้วยอำนาจผลกรรมชั่วที่ตนทำ
ส่งให้ไปบังเกิดเป็นสัตว์นรกอเวจี
หมกไหม้เวียนเกิดเวียนตายอยู่ในนรกขุมนั้น
เป็นเวลานานแสนนาน
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 พ.ย. 2546 , 07:32:26 น.] ( IP = 169.210.26.136 : : )
สลักธรรม 2กล่าวฝ่ายพระเถระทั้งสอง ต่างองค์ต่างออกเดินทาง
รอนแรมไปทั่วครามนิคมชนบท
ในที่สุดก็มาพบกัน ณ อาวาสแห่งหนึ่ง
และก็พากันทักทายปราศรัย เล่าเหตุทั้งหลาย
ที่ได้ฟังมาจากปากของภิกษุอาคันตุกะผู้ปรารถนาชั่วนั้น ทั้งสองรูป
ครั้นพระเถระทั้งสองได้ทราบความจริงของกันและกันแล้ว
ก็ชักชวนกันกลับไปยังอาวาสเดิมของตน
หมู่คนชนชาวบ้านทั้งหลาย เมื่อได้เห็นพระเถระทั้งสองกลับมาสู่อาวาส ก็พากันยินดี ออกจากบ้านนำเอาเครื่องใช้ น้ำฉัน มาถวายแด่พระเถระที่ตนเคารพเลื่อมใส แล้วก็กล่าวว่า บัดนี้ภิกษุผู้เป็นอาคันตุกะนั้นได้ป่วยตายเสียแล้ว
พระเถระทั้งสอง พอได้สดับข่าวอวมงคลเช่นนั้น
ก็บังเกิดธรรมสังเวช
เมื่อชาวบ้านพากันกลับไปยังเรือนของตนหมดแล้ว
พระเถระทั้งสองก็ชักชวนกันเจริญสติ
ทำสมาธิภาวนา ยังญาณปัญญาให้เกิด
เห็นธรรมชาติแท้ของชีวิตและสรรพสิ่งว่า
ทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป
ไม่มีใคร สิ่งใดดำรงอยู่ได้ตลอดกาลตลอดสมัย
จิตก็คลายจากความยึดมั่นถือมั่น
บรรลุอรหัตผลพร้อมปฏิสัมภิทาญาณ
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 พ.ย. 2546 , 07:33:19 น.] ( IP = 169.210.26.136 : : )
สลักธรรม 3
ข้างฝ่ายภิกษุผู้ปรารถนาชั่วช้านั้น
เมื่อตายแล้วไปตกอยู่ในอเวจีมหานรก
สิ้นเวลาไปตลอด ๑ พุทธันดร จึงได้พ้นจากขุมนรกนั้น
แล้วมาบังเกิดเป็นเปรต
ผู้มีรูปกายสีทองเหลืองอร่าม แต่มีปากอันเน่า
มีหมู่หนอนชอนไชกัดกินลิ้นและปาก
ร่วงหล่นออกมาจากปากอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ปากนั้นมีกลิ่นเน่าเหม็นตลบอบอวนไปทั่วกายของเปรตนั้น
ขณะนั้นพระนารทะเถระเจ้า
เดินลงมาจากยอดเขาคิชฌกูฏถิ่นที่พำนัก
ระหว่างทางได้มาพบเปรตผู้มีกายเรืองรองดุจทอง
เดินวนเวียนไปมา มีหมู่หนอนชอนไชล่วงหล่นลงมาจากปาก
ดุจดังลำธารที่ไหลจากหินผา มีกลิ่นดังเนื้อเน่า
พระเถระเจ้าจึงกล่าวถามว่า
ดูก่อนผู้จมทุกข์ เหตุไฉนรูปกายและปากเจ้าจึงมีสภาพดังนี้
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 พ.ย. 2546 , 07:34:07 น.] ( IP = 169.210.26.136 : : )
สลักธรรม 4เปรตภิกษุอาคันตุกะนั่น จึงกล่าวตอบว่า
อดีตสมัยพระศาสนาของพระบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนามว่าพระกัสสปะ
ข้าพเจ้ามีจิตศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา
ออกบวชปฏิบัติในพระธรรมคำสอนพระบรมศาสดา
เหตุนี้จึงทำให้กายของข้าพเจ้ามีสีเรืองรองดังทอง
ครั้นต่อมาเกิดความประมาทมัวเมา
หลงอยู่ในลาภสักการะและเกียรติภูมิ
จึงได้กระทำกรรมชั่วด้วยการกล่าววาจายุแหย่
พระเถระผู้ทรงศีล ทรงธรรม ๒ รูป ผู้เป็นสหายกัน ให้แตกแยก
แล้วหนีออกจากอาวาสที่ข้าพเจ้าต้องการจะครอบครอง
ด้วยเห็นแก่ลาภที่จะบังเกิดแก่ข้าพเจ้าคนเดียว
เมื่อพระเถระทั้งสองไปแล้ว
ลาภมิได้เกิดดังปรารถนา
เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าเสียใจจนล้มป่วยแล้วตายลงในที่สุด
กรรมอันนั้น นำพาข้าพเจ้าไปตกนรกหมกไหม้
อยู่ในอเวจีสิ้นเวลา ๑ พุทธันดร ครั้นพ้นจากนรกขุมนั้นแล้ว
เศษกรรมอันนั้นยังส่งผลให้ข้าพเจ้าเป็นเปรต
ผู้มีรูปกายและปากดังที่ท่านผู้เจริญได้เห็นในเวลานี้นี่แหล่ะ
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 พ.ย. 2546 , 07:35:35 น.] ( IP = 169.210.26.136 : : )
สลักธรรม 5
เปรตนั้นจึงกล่าววาจาสุภาษิตแก่พระมหาเถระนารทะ
ต่อไปว่าท่านผู้เจริญได้รู้เห็นรูปกายและปากของข้าพเจ้าดังนี้แล้ว
โปรดจงจำนำเอาไปอบรมสั่งสอน มหาชนคนทั้งหลายว่า
อย่าทำกรรมชั่วด้วยปาก อย่าใช้ปากเป็นเหตุ
ให้พาตนไปบังเกิดในนรก
อย่าสร้างความทุกข์ทรมานด้วยปากของตนเลย
มิเช่นนั้นจะมีสภาพเดียวกันกับข้าพเจ้า
พระนารทะเถระเจ้า พอได้ฟังคำของเปรตปากเน่าดังนั้นแล้ว
จึงเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมสุคตเจ้า
แล้วเล่าเรื่องทั้งปวงที่ตนได้เห็นได้ฟัง
ถวายแด่พระพุทธองค์ให้ทรงทราบ
พระพุทธองค์ จึงทรงยกเรื่องเปรตปากเน่านั้นให้เป็นเหตุ
แล้วทรงโปรดแสดงธรรมสั่งสอนพระภิกษุและประชุมชนทั้งปวง
ให้ละวจีทุจริต ตั้งมั่นอยู่ในวจีสุจริต คือ
งดเว้นจากการพูดเท็จ งดเว้นจากการพูดส่อเสียด
งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ งดเว้นจากการพูดคำหยาบ
แล้วปฏิบัติวจีสุจริตจะได้รับผลเป็นสุข
ไม่ต้องตกนรกเพราะคำพูดของตน
ข้อคิดนะครับ ว่าเตือนอยู่เสมอๆ ว่า
ไม่อยากได้ผลไม่ดี
ต้องหยุดสร้างเหตุชั่วทั้งปวงครับ.....
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 พ.ย. 2546 , 07:37:39 น.] ( IP = 169.210.26.136 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณค่ะ
ในข้อคิด
ไม่อยากได้ผลไม่ดี
ต้องหยุดสร้างเหตุชั่วทั้งปวง.....![]()
โดย น้องฟู [21 พ.ย. 2546 , 12:30:29 น.] ( IP = 202.47.247.130 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากค่ะ
![]()
อ่านเรื่องนี้แล้ว เกิดความรู้สึกเกรงความชั่ว กลัวผลบาป ย้ำเตือนให้เห็นว่าผลของการทำบาปนั้น น่ากลัวเพียงใด
อย่าประมาทเวรกรรมว่าทำน้อย
จะจดจำคำเตือนท่านเทพธรรมให้ขึ้นใจเลยค่ะโดย ธัญธร [21 พ.ย. 2546 , 14:19:55 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : )
สลักธรรม 8ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้มากๆเลย
โดย เปิ้ล [29 พ.ย. 2546 , 14:30:31 น.] ( IP = 203.209.107.80 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |