| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พิธีปิดการอบรมวิปัสสนาฯรุ่นที่ ๓ และพิธีเทิดพระคุณพระอาจารย์บุญมี
สลักธรรม 1เล่าตอนจบสุดท้ายไปแล้วที่นี้ก็กลับมาที่ฉากเริ่มต้นกันนะคะ
เช้าวันนี้ ....พี่พรรณขับรถไปรับอาจารย์ตั้งแต่เช้า (ตามเวลาที่อาจารย์บอกไว้)
เพื่อที่จะมาดูความเรียบร้อยและให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมอย่างเต็มที่เลยค่ะ
อาจารย์มาถึงแล้วก็ออกไปทักทายรับแขกที่มาร่วมงาน
พร้อมกันนั้นก็ตรวจงานส่วนต่างๆด้วยว่าขัดข้องที่ใดหรือไม่
อาจารย์เดินไปมาอยู่สักครู่หนึ่งแล้วก็มามอบหมายงานให้น้องกิ๊ฟช่วยกระทำแทน
ระหว่างนั้นน้องกิ๊ฟก็รับประทานอาหารเช้าไปฟังอาจารย์อธิบายงานไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง..พี่ดาค่ะ
..พี่ดาเดินผ่านมาพร้อมกับในมือมีซองสีขาวขนาดหนาปึ้กหนึ่งซอง
แล้วก็พูดว่า อาจารย์รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะไปหาพานมาใส่ก่อน...
ขอแอบกระซิบเบาๆนะคะว่า เห็นซองในมือพี่ดาแล้วเกิดความรู้สึกดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
แล้วก็คิดว่า พี่ดาต้องนำเงินมาทำบุญร่วมกับอาจารย์แน่เลย
โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 01:48:53 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 2จริงๆด้วยค่ะ ..
พี่ดากลับมาพร้อมกับเงินสามปึกใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่บนพาน
พี่ดามาคุกเข่าต่อหน้าอาจารย์แล้วบอกว่า
ได้รับเงินปันผลมาจำนวนหนึ่ง จึงขอนำเงินมาร่วมกุศลกับอาจารย์
เพราะตั้งแต่ที่ทราบว่าตนเองได้รับเงินนั้น ก็คิดทันทีว่าจะต้องนำมาทำบุญกับอาจารย์ให้ได้
ไม่อยากเก็บไว้เหมือนอย่างแต่ก่อน เพราะทราบดีว่าตายแล้วก็เอาไปไม่ได้
จึงขอแปลงเป็นอริยทรัพย์ไว้ดีกว่า
และการที่ได้มาที่นี่และมีอาจารย์คอยอบรมสั่งสอน
จึงทำให้ได้ทราบว่า การทำบุญอย่างมีคุณค่านั้นต้องทำอย่างไร
หากไม่ได้รับการสอนจากอาจารย์แล้ว ก็จะไม่ทราบว่าทำบุญอย่างไรจึงจะดี
และก็มั่นใจว่าอาจารย์จะนำไปทำให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย
ต่างกับที่ตนเองได้ทำเอง
จึงขอมอบเงินนี้เพื่อร่วมสร้างเริอนกรรมฐาน จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท
ไว้สำหรับนำไปกระทำกุศลต่างๆ ๑๐,๐๐๐ บาท
และบำรุงมูลนิธิเป็นค่าน้ำค่าไฟ ๕,๐๐๐ บาท
รวมทั้งหมด ๒๕,๐๐๐ บาท
เมื่ออาจารย์ได้รับเงินแล้ว ก็กล่าวอนุโมทนากับพี่ดาว่า
ขอให้พี่ดาจงเป็นผู้สมบูรณ์ไปด้วยอริยทรัพย์
มีสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะครอบครัวที่ให้การเกื้อหนุน
ไม่ขัดขวางต่อการมาเรียนธรรม ปฏิบัติธรรม
กระทำการสิ่งใดก็ไม่มีศัตรูผู้ขัดขวางให้เดือดร้อนใจ
และให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ศึกษาธรรมได้อย่างไม่มีอุปสรรค....
โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 01:49:50 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 3หลังจากนั้นอีกเล็กน้อยก็เป็นเวลาที่ต้องเข้าห้องฝึกอบรมค่ะ
ในเช้าวันนี้ ช่วงแรกเป็นเรื่องของหลักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ๑๕ ข้อ
บรรยายและแสดงท่าทางโดยอาจารย์ทวีพร พันธุ์พาณิชย์ค่ะ
พวกเราที่เสร็จจากภารกิจแล้วก็ติดตามเข้าไปนั่งฟังในห้องบรรยายด้วย
ซึ่งอาจารย์ได้เข้ามาในห้องก่อนแล้ว และจัดเตรียมเกี่ยวกับสื่อการสอนเพิ่มเติม
ระหว่างนั้นอาจารย์ทวีพรก็บรรยายไปเรื่อยๆ
เริ่มจากข้อที่ ๑ คือ ต้องเข้าใจภูมิของวิปัสสนาให้ถูกต้อง
ในข้อนี้อาจารย์ทวีพรได้อธิบายว่า การรับอารมณ์ทางทวารต่างๆนั้น
จะกำหนดรูปนามอย่างไรในการเจริญวิปัสสนา เช่น ทางจักขุทวาร
สี ที่มองเห็นนั้นเป็นรูปธรรม
การเห็นสีหรือรู้สีนั้นเป็นนามธรรม คือ จักขุวิญญาณ เป็นผู้มารู้อารมร์(สี)นั้น
เพราะฉะนั้นในการกำนดจึงต้องกำหนดว่า นามเห็น ..ไม่ใช่เราเห็น
เพื่อเป็นการทำลายความเป็นตัวตนว่า เป็น เรา
และทำลายความวิปลาสที่จะติดมาว่า สวย ไม่สวย แล้วเกิดกิเลสว่า ชอบ หรือไม่ชอบโดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:08:24 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 4ในช่วงแรกนี้อาจารย์ทวีพรอธิบายด้วยความร่าเริงมากค่ะ
เพราะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะยากแก่การทำความเข้าใจ
แต่ว่าอาจารย์บุษกรที่ได้นั่งฟังอยู่ด้วยนั้น
ได้หันมาอธิบายเพิ่มเติมให้น้องกิ๊ฟฟังเกี่ยวกับรูปธรรม ที่เป็นปรมาณูค่ะว่า
ในการกำหนดวิปัสสนากรรมฐานนั้น
การกำหนดเกี่ยวกับรูปธรรมนั้นต้องกำหนดอย่างไร
ในระหว่างที่กำลังทำความเข้าใจอยู่นั้น
อาจารย์ก็บอกกับน้องกิ๊ฟค่ะว่า ...คนอื่นน่าจะได้ทราบด้วย ...
จึงให้น้องกิ๊ฟขออนุญาตอาจารย์ทวีพรตั้งคำถามอาจารย์ทวีพรในลักษณะปุจฉา-วิสัชชนา
เพื่อเข้าสู่ประเด็นที่อาจารย์ต้องการถ่ายทอดความรู้
โดยในลำดับแรกนั้นให้อาจารย์ทวีพรอธิบายแบบย่อๆก่อนค่ะ
แล้วอาจารย์บุษกรก็จะเป็นผู้อธิบายเพิ่มเติมที่ลงลึกถึงรายละเอียดของสภาพธรรมที่ปรากฏ
รวมทั้งการกำหนดในขณะที่รับอารมณ์ หรือรู้ในอารมณ์นั้น
โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:09:34 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 5และนี่ก็คือสถานการณ์การรวมสองวิชาในภาคเช้าเข้ามาเป็นหัวข้อเดียวกัน
เพื่อที่จะมอบประโยชน์ที่แท้จริง คือ ความเข้าใจถูกให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม
โดยอาจารย์บุษกรได้สมมุติตนเองเป็นนักเรียนตั้งคำถามอาจารย์ทวีพร
เพื่อให้เห็นภาพของการกำหนดวิปัสสนากรรมฐานอย่างต่อเนื่อง
และหลายครั้งที่อาจารย์ก็ช่วยตอบโดยยกตัวอย่างและแสดงท่าทางประกอบโดยลืมความเจ็บป่วย
ทั้งการแสดงอิริยาบถต่างๆ และการพากย์ความเป็นไปในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ
สิ่งหนึ่งที่อาจารย์ได้อธิบายให้ทราบชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการกำหนดอารมณ์ทางมโนทวาร
หรือทางใจในส่วนที่เกี่ยวกับรูปก็คือ ....รูปปรมัตถ์ที่เป็นนิปผันนรูป..
เป็นรูปแท้ที่สามารถกำหนดวิปัสสนาได้ ..รวมทั้งอาการของรูปที่เป็นไป คือ อิริยาบถต่างๆนั้น
เป็นการระลึกรู้สึกว่า ขณะนี้รูปธรรมส่วนต่างๆที่มาประชุมกันนี้ ..อยู่ในท่าใด หรืออิริยาบถใด
ไม่ใช่การนึกภาพว่า ขณะนี้ตนเองกำลังนั่ง หรือ เดินอยู่
เพราะนั่นเป็นการสร้างจินตนาการ ไม่ใช่ความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้น
ความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้นก็เพียงรู้เฉยๆว่าอยู่ในอิริยาบถใด
แต่ไม่มีรูปนั้นๆปรากฏขึ้นมาในใจ
โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:10:35 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 6สำหรับรูปที่มาปรากฏในใจได้ก็เช่น การเห็นภาพบิดามารดา หรือบ้านที่อยู่อาศัย
ซึ่งมิได้มาปรากฏต่อจักขุทวาร แต่เป็นการนึกขึ้นมาได้
การนึกขึ้นมาได้เหล่านี้จัดเป็นรูปที่มาปรากฏทางใจ
ซึ่งผู้ปฏิบัติใหม่ๆนั้นจะรับรู้ได้ไม่ทัน แล้วก็หลายเป็นความฟุ้งซ่านต่อไป
เช่น นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับบุคคลเหล่านั้น ซึ่งเป็นไปในอดีตหรืออนาคตทั้งสิ้น
สุดท้ายนั้นอาจารย์เน้นว่า..คำว่ารูปทางใจนั้น....ใช้แล้วอาจเกิดอันตรายได้
เพราะผู้ที่ไม่เข้าในในบัญญัตินี้ก็อาจจะโจมตีได้ว่า เราใช้คำผิดไปจากความจริง
นอกจากนี้พี่ดาก็ได้เข้ามาร่วมตั้งคำถาม
เพื่อให้เกิดการอธิบายอย่างกว้างขวางต่อไปทั้งโดยอาจารย์ทวีพร และอาจารย์บุษกร
ซึ่งนำความสว่างไสวมาสู่ผู้ฟังเป็นอย่างมากโดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:11:32 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 7จากนั้นอาจารย์ก็ได้นำเรื่องราวในกระทู้ที่ลานธรรมกระทู้หนึ่งมาอธิบาย
อาจารย์บอกว่า มีความปรารถนาอย่างยิ่งที่ต้องการให้ความเห็นถูกนี้เกิดกับพวกเราให้มากๆ
เพื่อจะได้กลัวบาป และไม่กล้าทำบาป
แต่ที่พวกเราเป็นกันอยู่ทุกวันนี้คือ การมีศรัทธาเป็นขณะๆ
.. กลัวบาปไม่จริง จึงยังกล้าทำบาป เพื่อที่จะรับผลของบาปต่อไป
อาจารย์ในฐานะผู้ที่รับผลของอดีตกรรมฝ่ายไม่ดีมาอย่างโชกโชนนั้น
ได้พยายามชี้ให้เราเห็นถึงเป้าหมายในการศึกษาเพื่อที่จะขัดเกลาอุปนิสัยให้พ้นไปจากวงเวียนแห่งวัฏฏะ
ให้ทุกคนพยายามที่จะปรับตัวปรับใจให้มีพลังมากยิ่งขึ้น
เพื่อที่จะได้ไม่เป็นศรัทธาแบบปุถุชน คือผู้ที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส
เหมือนไม้หลักปักเลน ที่ถึงแม้จะมีศรัทธา แต่ก็ไม่สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้เกิดแก่ตนได้
เพราะปริมาณของกิเลสมีมากกว่านั่นเอง
อาจารย์ได้นำอารมณ์ที่ได้รับเมื่อวันที่เข้ารับการตรวจจากแพทย์โรงพยาบาลศิริราช
และถูกกระตุ้นประสาทด้วยไฟฟ้ามาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
พร้อมทั้งเน้นว่า นี่แหละคือผลของบาปที่ทำมา
ทำให้นึกถึงคำว่า หิริและโอตตัปปะ อย่างจับใจ
จึงขอให้พวกเราที่นั่งฟังอยู่นี้พยายามปลูกฝังสัมมาทิฏฐิคือปัญญาไว้ให้มากๆ
จะได้ทราบว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ
รวมทั้งรู้ว่า คำว่าญาณสัมปยุตนั้นหมายถึงการใช้ชีวิตในด้านใด
ขอเล่าย่อๆเท่านี้นะคะสำหรับช่วงเช้าโดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:12:51 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 8
ในช่วงที่มารับประทานอาหารกลางวันนั้น
พอดีมานั่งทานอาหารกับอาจารย์ค่ะ
ก็เลยได้มีโอกาสฟังคำสอนของอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง
คือ อาจารย์ย้ำว่า ในขณะนี้พวกเราโชคดีแล้วที่เริ่มชอบธรรมะ
เพราะในสมัยอดีตนั้นเราเป็นเพียงแต่ผู้ที่ตามมาหาธรรมะ คือยังไม่เกิดความชอบ
เพียงแต่รู้ว่าที่ไหนมีสอนธรรมะ ก็จะตามไปดูไปฟัง แล้วก็เสาะหาไปเรื่อยๆ
แต่ในขณะนี้เราเลิกเสาะหาแล้ว และก็ยินดีที่จะศึกษาอยู่ตรงนี้ในเรื่องของวิปัสสนากรรมฐาน
ก็นับว่าเราผ่านขั้นของการเป็นผู้ติดตามหาธรรมะมาแล้ว
แล้วเราก็ควรที่จะต้องสร้างความชอบธรรมะไว้มากๆ
เพื่อต่อไปจะได้เกิดเป็นความรัก
คือรักที่จะฟังธรรมและปฏิบัติธรรมเพื่อการขัดเกลากิเลส
ซึ่งเมื่อเกิดความรักนี้แล้วก็จะมีโอกาสได้พบกับพระมหาบุรุษ
ที่เสด็จมาเพื่อโปรดสัตว์ที่มีอุปนิสัยรักในธรรม
และให้คำสอนคำแนะนำที่ถูกต้องในการขัดเกลา
เมื่อขัดเกลาไปมากๆแล้วก็จะเข้าสู่ความศรัทธาอย่างแท้จริง
นั่นคือ ความเป็นพระอริยบุคคล...
สำหรับเราทุกคนที่มีศรัทธาอยู่ในขณะนี้
ถึงจะมีมากแค่ไหนก็เป็นเพียงศรัทธาของปุถุชนเท่านั้น..
เพราะฉะนั้น ชีวิตในขณะนี้นับว่ามีโอกาสที่ดีแล้ว
จึงต้องไม่ปล่อยโอกาสดีให้ผ่านไป
จะต้องเร่งสร้างความชอบไว้มากๆ อย่างรังเกียจว่า อ่านยากเข้าใจยากโดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:17:27 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 9
และหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว
ก็มีรายการบุญอีกรายการหนึ่งค่ะนั่นคือ
พลเรือตรีหญิง ศรีสุดา บรรลุศิลป์
ได้นำเงินบำนาญจำนวนหนึ่งเดือน..สามหมื่นกว่าบาท..
มาร่วมเดินตามทางอาจารย์บุษกร คือการคืนสู่แผ่นดิน
ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อร่วมโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา
คือหลังจากที่ได้ฟังอุดมการณ์ของอาจารย์เกี่ยวกับ
การที่เกิดมาบนแผ่นดินนี้ โดยเฉพาะข้าราชการทั้งหลาย
ควรที่จะมีการแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดินและเจ้าของแผ่นดินที่ให้อยู่อาศัย
อย่าเป็นผู้รับที่ไม่รู้จักการให้
โดยเฉพาะการให้เพื่อร่วมทำนุบำรุงประเทศในทางที่เจริญ
และการที่ได้กระทำกุศลใต้ร่มพระบารมีของกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมนั้น
นับเป็นโอกาสที่ดีมากแก่ชีวิตของข้าราชการคนหนึ่งโดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:18:22 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
สลักธรรม 10..จึงได้ตั้งใจเก็บรวมรวมเงินบำนาญมาทุกเดือนจนครบ
แล้วก็นำมามอบให้อาจารย์เพื่อทุลเหล้าฯถวายเข้าร่วมโครงการต่อไปค่ะ...
อาจารย์ก็ได้กราบอนุโมทนากับกุศลทานครั้งนี้
พร้อมทั้งอัญเชิญพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์
มาปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากอันตราย
ให้มีครอบครัว มีบุตรธิดา ลูกหลานที่เป็นคนดี
มีความสมปรารถนาในการดำเนินชีวิตทุกประการโดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:19:27 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |