มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิธีปิดการอบรมวิปัสสนาฯรุ่นที่ ๓ และพิธีเทิดพระคุณพระอาจารย์บุญมี




ปิดแล้วค่ะ ...รุ่น ๓ ปิดการอบรมแล้วค่ะ
และแล้วงานเลี้ยงก็เลิกราไปอีกครั้ง....
งานนี้เรียกว่าเจ้าภาพและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน
ต่างอิ่มหนำสำราญในบุญกันทั่วหน้า

วันนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ
มากเสียจนความทรงจำของน้องกิ๊ฟถูกเซฟทับไปหลายช่วง
แถมตอนนี้ก็ยังง่วงมากด้วย....อิอิ...แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ

ความจริงนั้นง่วงมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วค่ะ
แต่ว่าได้คาถาดีมาจากอาจารย์บุษกร..
จึงคิดว่าน่าจะนำมาเล่าให้ทราบกันเสียก่อน
ก็จะได้ทราบกันไงคะว่าง่วงออกมากมายขนาดนี้ ทำไมจึงยังไม่ยอมนอน

เรื่องมีอยู่ว่า ....
เมื่อลูกศิษย์ลูกหากลับบ้านกันหมดแล้ว
ก็เหลือแต่พวกเรานี่แหละค่ะที่อยู่ดูแลความเรียบร้อยหลังงานเลี้ยงเลิกรา
และระหว่างที่รับประทานอาหารเย็นกันเมื่อตอนทุ่มครึ่งนั้น
ได้ยินเสียงแว่วๆของอาจารย์บอกกับพี่ดา ผู้ที่มากราบลาเพื่อกลับบ้านว่า
จำให้ได้นะ เพราะคำนี้สำคัญมาก และจะทำให้เรามีพลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป
เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร
ให้ท่องคำนี้ดังๆ ให้ตนเองได้ยินชัดเจน

เพราะคำพูดนี้เปรียบเสมือนการให้กำลังใจตนเอง
และเป็นการสั่งตัวเองไม่ให้ท้อ..เหมือนอย่างที่อาจารย์เคยทำเสมอ
ในเวลาที่เจ็บป่วยหรือมีอุปสรรคเข้ามามากๆ
คำพูดนี้จะทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น และสามารถทำงานให้สำเร็จได้
คำนั้นก็คือ...

เข้มแข็ง ซื่อสัตย์ จงรัก ภักดี เพื่อพระศาสนาด้วยชีวาของเรา...

อาจารย์บอกว่า เมื่อเราตั้งใจทำความดี ความดีก็จะกลับมาคุ้มครองเราอย่างแน่นอน

นี่แหละค่ะ คำตอบที่ทำไมจึงยังไม่ไปนอน
ก็เพราะขอใช้เวลานี้เป็นก้าวแรกเพื่อที่จะเดินตามคาถาของอาจารย์
และเพื่อตอบแทนคุณของพระศาสนาและครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณก่อนไงคะ
ส่วนเวลานอนนั้นยังมีอีกหลายชั่วโมงค่ะ..อิอิ ...

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 01:44:06 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 1

เล่าตอนจบสุดท้ายไปแล้วที่นี้ก็กลับมาที่ฉากเริ่มต้นกันนะคะ
เช้าวันนี้ ....พี่พรรณขับรถไปรับอาจารย์ตั้งแต่เช้า (ตามเวลาที่อาจารย์บอกไว้)
เพื่อที่จะมาดูความเรียบร้อยและให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมอย่างเต็มที่เลยค่ะ

อาจารย์มาถึงแล้วก็ออกไปทักทายรับแขกที่มาร่วมงาน
พร้อมกันนั้นก็ตรวจงานส่วนต่างๆด้วยว่าขัดข้องที่ใดหรือไม่
อาจารย์เดินไปมาอยู่สักครู่หนึ่งแล้วก็มามอบหมายงานให้น้องกิ๊ฟช่วยกระทำแทน
ระหว่างนั้นน้องกิ๊ฟก็รับประทานอาหารเช้าไปฟังอาจารย์อธิบายงานไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง..พี่ดาค่ะ
..พี่ดาเดินผ่านมาพร้อมกับในมือมีซองสีขาวขนาดหนาปึ้กหนึ่งซอง
แล้วก็พูดว่า อาจารย์รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะไปหาพานมาใส่ก่อน...

ขอแอบกระซิบเบาๆนะคะว่า เห็นซองในมือพี่ดาแล้วเกิดความรู้สึกดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
แล้วก็คิดว่า พี่ดาต้องนำเงินมาทำบุญร่วมกับอาจารย์แน่เลย


โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 01:48:53 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 2

จริงๆด้วยค่ะ ..
พี่ดากลับมาพร้อมกับเงินสามปึกใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่บนพาน
พี่ดามาคุกเข่าต่อหน้าอาจารย์แล้วบอกว่า
ได้รับเงินปันผลมาจำนวนหนึ่ง จึงขอนำเงินมาร่วมกุศลกับอาจารย์
เพราะตั้งแต่ที่ทราบว่าตนเองได้รับเงินนั้น ก็คิดทันทีว่าจะต้องนำมาทำบุญกับอาจารย์ให้ได้
ไม่อยากเก็บไว้เหมือนอย่างแต่ก่อน เพราะทราบดีว่าตายแล้วก็เอาไปไม่ได้
จึงขอแปลงเป็นอริยทรัพย์ไว้ดีกว่า

และการที่ได้มาที่นี่และมีอาจารย์คอยอบรมสั่งสอน
จึงทำให้ได้ทราบว่า การทำบุญอย่างมีคุณค่านั้นต้องทำอย่างไร
หากไม่ได้รับการสอนจากอาจารย์แล้ว ก็จะไม่ทราบว่าทำบุญอย่างไรจึงจะดี
และก็มั่นใจว่าอาจารย์จะนำไปทำให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย
ต่างกับที่ตนเองได้ทำเอง

จึงขอมอบเงินนี้เพื่อร่วมสร้างเริอนกรรมฐาน จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท
ไว้สำหรับนำไปกระทำกุศลต่างๆ ๑๐,๐๐๐ บาท
และบำรุงมูลนิธิเป็นค่าน้ำค่าไฟ ๕,๐๐๐ บาท
รวมทั้งหมด ๒๕,๐๐๐ บาท


เมื่ออาจารย์ได้รับเงินแล้ว ก็กล่าวอนุโมทนากับพี่ดาว่า
ขอให้พี่ดาจงเป็นผู้สมบูรณ์ไปด้วยอริยทรัพย์
มีสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะครอบครัวที่ให้การเกื้อหนุน
ไม่ขัดขวางต่อการมาเรียนธรรม ปฏิบัติธรรม
กระทำการสิ่งใดก็ไม่มีศัตรูผู้ขัดขวางให้เดือดร้อนใจ
และให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ศึกษาธรรมได้อย่างไม่มีอุปสรรค....


โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 01:49:50 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 3

หลังจากนั้นอีกเล็กน้อยก็เป็นเวลาที่ต้องเข้าห้องฝึกอบรมค่ะ
ในเช้าวันนี้ ช่วงแรกเป็นเรื่องของหลักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ๑๕ ข้อ
บรรยายและแสดงท่าทางโดยอาจารย์ทวีพร พันธุ์พาณิชย์ค่ะ

พวกเราที่เสร็จจากภารกิจแล้วก็ติดตามเข้าไปนั่งฟังในห้องบรรยายด้วย
ซึ่งอาจารย์ได้เข้ามาในห้องก่อนแล้ว และจัดเตรียมเกี่ยวกับสื่อการสอนเพิ่มเติม
ระหว่างนั้นอาจารย์ทวีพรก็บรรยายไปเรื่อยๆ
เริ่มจากข้อที่ ๑ คือ ต้องเข้าใจภูมิของวิปัสสนาให้ถูกต้อง

ในข้อนี้อาจารย์ทวีพรได้อธิบายว่า การรับอารมณ์ทางทวารต่างๆนั้น
จะกำหนดรูปนามอย่างไรในการเจริญวิปัสสนา เช่น ทางจักขุทวาร
สี ที่มองเห็นนั้นเป็นรูปธรรม
การเห็นสีหรือรู้สีนั้นเป็นนามธรรม คือ จักขุวิญญาณ เป็นผู้มารู้อารมร์(สี)นั้น
เพราะฉะนั้นในการกำนดจึงต้องกำหนดว่า นามเห็น ..ไม่ใช่เราเห็น
เพื่อเป็นการทำลายความเป็นตัวตนว่า เป็น เรา
และทำลายความวิปลาสที่จะติดมาว่า สวย ไม่สวย แล้วเกิดกิเลสว่า ชอบ หรือไม่ชอบ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:08:24 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 4

ในช่วงแรกนี้อาจารย์ทวีพรอธิบายด้วยความร่าเริงมากค่ะ
เพราะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะยากแก่การทำความเข้าใจ

แต่ว่าอาจารย์บุษกรที่ได้นั่งฟังอยู่ด้วยนั้น
ได้หันมาอธิบายเพิ่มเติมให้น้องกิ๊ฟฟังเกี่ยวกับรูปธรรม ที่เป็นปรมาณูค่ะว่า
ในการกำหนดวิปัสสนากรรมฐานนั้น
การกำหนดเกี่ยวกับรูปธรรมนั้นต้องกำหนดอย่างไร

ในระหว่างที่กำลังทำความเข้าใจอยู่นั้น
อาจารย์ก็บอกกับน้องกิ๊ฟค่ะว่า ...คนอื่นน่าจะได้ทราบด้วย ...
จึงให้น้องกิ๊ฟขออนุญาตอาจารย์ทวีพรตั้งคำถามอาจารย์ทวีพรในลักษณะปุจฉา-วิสัชชนา
เพื่อเข้าสู่ประเด็นที่อาจารย์ต้องการถ่ายทอดความรู้
โดยในลำดับแรกนั้นให้อาจารย์ทวีพรอธิบายแบบย่อๆก่อนค่ะ
แล้วอาจารย์บุษกรก็จะเป็นผู้อธิบายเพิ่มเติมที่ลงลึกถึงรายละเอียดของสภาพธรรมที่ปรากฏ
รวมทั้งการกำหนดในขณะที่รับอารมณ์ หรือรู้ในอารมณ์นั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:09:34 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 5

และนี่ก็คือสถานการณ์การรวมสองวิชาในภาคเช้าเข้ามาเป็นหัวข้อเดียวกัน
เพื่อที่จะมอบประโยชน์ที่แท้จริง คือ ความเข้าใจถูกให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม
โดยอาจารย์บุษกรได้สมมุติตนเองเป็นนักเรียนตั้งคำถามอาจารย์ทวีพร
เพื่อให้เห็นภาพของการกำหนดวิปัสสนากรรมฐานอย่างต่อเนื่อง
และหลายครั้งที่อาจารย์ก็ช่วยตอบโดยยกตัวอย่างและแสดงท่าทางประกอบโดยลืมความเจ็บป่วย
ทั้งการแสดงอิริยาบถต่างๆ และการพากย์ความเป็นไปในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่อาจารย์ได้อธิบายให้ทราบชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการกำหนดอารมณ์ทางมโนทวาร
หรือทางใจในส่วนที่เกี่ยวกับรูปก็คือ ....รูปปรมัตถ์ที่เป็นนิปผันนรูป..
เป็นรูปแท้ที่สามารถกำหนดวิปัสสนาได้ ..รวมทั้งอาการของรูปที่เป็นไป คือ อิริยาบถต่างๆนั้น
เป็นการระลึกรู้สึกว่า ขณะนี้รูปธรรมส่วนต่างๆที่มาประชุมกันนี้ ..อยู่ในท่าใด หรืออิริยาบถใด
ไม่ใช่การนึกภาพว่า ขณะนี้ตนเองกำลังนั่ง หรือ เดินอยู่
เพราะนั่นเป็นการสร้างจินตนาการ ไม่ใช่ความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้น
ความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้นก็เพียงรู้เฉยๆว่าอยู่ในอิริยาบถใด
แต่ไม่มีรูปนั้นๆปรากฏขึ้นมาในใจ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:10:35 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 6

สำหรับรูปที่มาปรากฏในใจได้ก็เช่น การเห็นภาพบิดามารดา หรือบ้านที่อยู่อาศัย
ซึ่งมิได้มาปรากฏต่อจักขุทวาร แต่เป็นการนึกขึ้นมาได้
การนึกขึ้นมาได้เหล่านี้จัดเป็นรูปที่มาปรากฏทางใจ
ซึ่งผู้ปฏิบัติใหม่ๆนั้นจะรับรู้ได้ไม่ทัน แล้วก็หลายเป็นความฟุ้งซ่านต่อไป
เช่น นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับบุคคลเหล่านั้น ซึ่งเป็นไปในอดีตหรืออนาคตทั้งสิ้น
สุดท้ายนั้นอาจารย์เน้นว่า..คำว่ารูปทางใจนั้น....ใช้แล้วอาจเกิดอันตรายได้
เพราะผู้ที่ไม่เข้าในในบัญญัตินี้ก็อาจจะโจมตีได้ว่า เราใช้คำผิดไปจากความจริง


นอกจากนี้พี่ดาก็ได้เข้ามาร่วมตั้งคำถาม
เพื่อให้เกิดการอธิบายอย่างกว้างขวางต่อไปทั้งโดยอาจารย์ทวีพร และอาจารย์บุษกร
ซึ่งนำความสว่างไสวมาสู่ผู้ฟังเป็นอย่างมาก

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:11:32 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 7

จากนั้นอาจารย์ก็ได้นำเรื่องราวในกระทู้ที่ลานธรรมกระทู้หนึ่งมาอธิบาย
อาจารย์บอกว่า มีความปรารถนาอย่างยิ่งที่ต้องการให้ความเห็นถูกนี้เกิดกับพวกเราให้มากๆ
เพื่อจะได้กลัวบาป และไม่กล้าทำบาป
แต่ที่พวกเราเป็นกันอยู่ทุกวันนี้คือ การมีศรัทธาเป็นขณะๆ
.. กลัวบาปไม่จริง จึงยังกล้าทำบาป เพื่อที่จะรับผลของบาปต่อไป
อาจารย์ในฐานะผู้ที่รับผลของอดีตกรรมฝ่ายไม่ดีมาอย่างโชกโชนนั้น
ได้พยายามชี้ให้เราเห็นถึงเป้าหมายในการศึกษาเพื่อที่จะขัดเกลาอุปนิสัยให้พ้นไปจากวงเวียนแห่งวัฏฏะ

ให้ทุกคนพยายามที่จะปรับตัวปรับใจให้มีพลังมากยิ่งขึ้น
เพื่อที่จะได้ไม่เป็นศรัทธาแบบปุถุชน คือผู้ที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส
เหมือนไม้หลักปักเลน ที่ถึงแม้จะมีศรัทธา แต่ก็ไม่สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้เกิดแก่ตนได้
เพราะปริมาณของกิเลสมีมากกว่านั่นเอง

อาจารย์ได้นำอารมณ์ที่ได้รับเมื่อวันที่เข้ารับการตรวจจากแพทย์โรงพยาบาลศิริราช
และถูกกระตุ้นประสาทด้วยไฟฟ้ามาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
พร้อมทั้งเน้นว่า นี่แหละคือผลของบาปที่ทำมา
ทำให้นึกถึงคำว่า หิริและโอตตัปปะ อย่างจับใจ
จึงขอให้พวกเราที่นั่งฟังอยู่นี้พยายามปลูกฝังสัมมาทิฏฐิคือปัญญาไว้ให้มากๆ
จะได้ทราบว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ
รวมทั้งรู้ว่า คำว่าญาณสัมปยุตนั้นหมายถึงการใช้ชีวิตในด้านใด

ขอเล่าย่อๆเท่านี้นะคะสำหรับช่วงเช้า

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:12:51 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 8


ในช่วงที่มารับประทานอาหารกลางวันนั้น
พอดีมานั่งทานอาหารกับอาจารย์ค่ะ
ก็เลยได้มีโอกาสฟังคำสอนของอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง
คือ อาจารย์ย้ำว่า ในขณะนี้พวกเราโชคดีแล้วที่เริ่มชอบธรรมะ
เพราะในสมัยอดีตนั้นเราเป็นเพียงแต่ผู้ที่ตามมาหาธรรมะ คือยังไม่เกิดความชอบ
เพียงแต่รู้ว่าที่ไหนมีสอนธรรมะ ก็จะตามไปดูไปฟัง แล้วก็เสาะหาไปเรื่อยๆ
แต่ในขณะนี้เราเลิกเสาะหาแล้ว และก็ยินดีที่จะศึกษาอยู่ตรงนี้ในเรื่องของวิปัสสนากรรมฐาน
ก็นับว่าเราผ่านขั้นของการเป็นผู้ติดตามหาธรรมะมาแล้ว

แล้วเราก็ควรที่จะต้องสร้างความชอบธรรมะไว้มากๆ
เพื่อต่อไปจะได้เกิดเป็นความรัก
คือรักที่จะฟังธรรมและปฏิบัติธรรมเพื่อการขัดเกลากิเลส
ซึ่งเมื่อเกิดความรักนี้แล้วก็จะมีโอกาสได้พบกับพระมหาบุรุษ
ที่เสด็จมาเพื่อโปรดสัตว์ที่มีอุปนิสัยรักในธรรม
และให้คำสอนคำแนะนำที่ถูกต้องในการขัดเกลา
เมื่อขัดเกลาไปมากๆแล้วก็จะเข้าสู่ความศรัทธาอย่างแท้จริง
นั่นคือ ความเป็นพระอริยบุคคล...
สำหรับเราทุกคนที่มีศรัทธาอยู่ในขณะนี้
ถึงจะมีมากแค่ไหนก็เป็นเพียงศรัทธาของปุถุชนเท่านั้น..

เพราะฉะนั้น ชีวิตในขณะนี้นับว่ามีโอกาสที่ดีแล้ว
จึงต้องไม่ปล่อยโอกาสดีให้ผ่านไป
จะต้องเร่งสร้างความชอบไว้มากๆ อย่างรังเกียจว่า อ่านยากเข้าใจยาก

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:17:27 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 9


และหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว
ก็มีรายการบุญอีกรายการหนึ่งค่ะนั่นคือ
พลเรือตรีหญิง ศรีสุดา บรรลุศิลป์
ได้นำเงินบำนาญจำนวนหนึ่งเดือน..สามหมื่นกว่าบาท..
มาร่วมเดินตามทางอาจารย์บุษกร คือการคืนสู่แผ่นดิน
ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อร่วมโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา

คือหลังจากที่ได้ฟังอุดมการณ์ของอาจารย์เกี่ยวกับ
การที่เกิดมาบนแผ่นดินนี้ โดยเฉพาะข้าราชการทั้งหลาย
ควรที่จะมีการแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดินและเจ้าของแผ่นดินที่ให้อยู่อาศัย
อย่าเป็นผู้รับที่ไม่รู้จักการให้
โดยเฉพาะการให้เพื่อร่วมทำนุบำรุงประเทศในทางที่เจริญ
และการที่ได้กระทำกุศลใต้ร่มพระบารมีของกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมนั้น
นับเป็นโอกาสที่ดีมากแก่ชีวิตของข้าราชการคนหนึ่ง

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:18:22 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 10

..จึงได้ตั้งใจเก็บรวมรวมเงินบำนาญมาทุกเดือนจนครบ
แล้วก็นำมามอบให้อาจารย์เพื่อทุลเหล้าฯถวายเข้าร่วมโครงการต่อไปค่ะ...

อาจารย์ก็ได้กราบอนุโมทนากับกุศลทานครั้งนี้
พร้อมทั้งอัญเชิญพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์
มาปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากอันตราย
ให้มีครอบครัว มีบุตรธิดา ลูกหลานที่เป็นคนดี
มีความสมปรารถนาในการดำเนินชีวิตทุกประการ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:19:27 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org