มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิธีปิดการอบรมวิปัสสนาฯรุ่นที่ ๓ และพิธีเทิดพระคุณพระอาจารย์บุญมี




ปิดแล้วค่ะ ...รุ่น ๓ ปิดการอบรมแล้วค่ะ
และแล้วงานเลี้ยงก็เลิกราไปอีกครั้ง....
งานนี้เรียกว่าเจ้าภาพและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน
ต่างอิ่มหนำสำราญในบุญกันทั่วหน้า

วันนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ
มากเสียจนความทรงจำของน้องกิ๊ฟถูกเซฟทับไปหลายช่วง
แถมตอนนี้ก็ยังง่วงมากด้วย....อิอิ...แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ

ความจริงนั้นง่วงมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วค่ะ
แต่ว่าได้คาถาดีมาจากอาจารย์บุษกร..
จึงคิดว่าน่าจะนำมาเล่าให้ทราบกันเสียก่อน
ก็จะได้ทราบกันไงคะว่าง่วงออกมากมายขนาดนี้ ทำไมจึงยังไม่ยอมนอน

เรื่องมีอยู่ว่า ....
เมื่อลูกศิษย์ลูกหากลับบ้านกันหมดแล้ว
ก็เหลือแต่พวกเรานี่แหละค่ะที่อยู่ดูแลความเรียบร้อยหลังงานเลี้ยงเลิกรา
และระหว่างที่รับประทานอาหารเย็นกันเมื่อตอนทุ่มครึ่งนั้น
ได้ยินเสียงแว่วๆของอาจารย์บอกกับพี่ดา ผู้ที่มากราบลาเพื่อกลับบ้านว่า
จำให้ได้นะ เพราะคำนี้สำคัญมาก และจะทำให้เรามีพลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป
เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร
ให้ท่องคำนี้ดังๆ ให้ตนเองได้ยินชัดเจน

เพราะคำพูดนี้เปรียบเสมือนการให้กำลังใจตนเอง
และเป็นการสั่งตัวเองไม่ให้ท้อ..เหมือนอย่างที่อาจารย์เคยทำเสมอ
ในเวลาที่เจ็บป่วยหรือมีอุปสรรคเข้ามามากๆ
คำพูดนี้จะทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น และสามารถทำงานให้สำเร็จได้
คำนั้นก็คือ...

เข้มแข็ง ซื่อสัตย์ จงรัก ภักดี เพื่อพระศาสนาด้วยชีวาของเรา...

อาจารย์บอกว่า เมื่อเราตั้งใจทำความดี ความดีก็จะกลับมาคุ้มครองเราอย่างแน่นอน

นี่แหละค่ะ คำตอบที่ทำไมจึงยังไม่ไปนอน
ก็เพราะขอใช้เวลานี้เป็นก้าวแรกเพื่อที่จะเดินตามคาถาของอาจารย์
และเพื่อตอบแทนคุณของพระศาสนาและครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณก่อนไงคะ
ส่วนเวลานอนนั้นยังมีอีกหลายชั่วโมงค่ะ..อิอิ ...

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 01:44:06 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 11

และในช่วงบ่ายวันนี้
เรามีแขกรับเชิญอีกแล้วค่ะ เป็นพระภิกษุ
คือ พระมหาวิสูตร วิสุทธิเมธี ปธ.๙ วัดศรีประวัติ
ซึ่งเป็นพระนักศึกษา
อีกรูปหนึ่งที่อาจารย์บุษกรสนับสนุนให้ไปศึกษาที่ประเทศพม่า
รวมทั้งส่งเสียบิดามารดาของท่านที่อยู่จังหวัดนครราชสีมาเป็นประจำทุกเดือน
เพื่อให้ท่าพระมหาวิสูตร มีความปลอดโปร่งใจในระหว่างที่ไปศึกษา

ท่านพระมหาวิสูตรนี้พูดไปก็คล้ายกับเป็นตัวแทนของหลวงพ่อแสวง
เพราะท่านเป็นพระลูกวัดศรีประวัติทั้งในสมัยที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่และในขณะนี้
และท่านยังเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาอภิธรรมบัณฑิตจากโชติกะวิทยาลัยแล้วด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:20:47 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 12

เมื่อครั้งที่หลวงพ่อแสวงมรณภาพใหม่ๆ
ก็ท่านพระมหาวิสูตรนี่แหละค่ะที่มาเป็นธงชัย
นำผ้ากาสาวพัตร์มาโบกสะบัดอยู่แทนหลวงพ่อแสวง
ทำให้อภิธรรมมูลนิธิไม่ร้างราไปจากพระผู้ทรงความรู้

ในช่วงแรกพระมหาวิสูตรท่านก็ไปตกระกำลำบากเช่นเดียวกับพระมหาฉลาดนั่นแหละค่ะ
และต่อมาท่านก็ยิ่งลำบากยิ่งกว่า เพราะย้ายไปอยู่วัดที่แร้นแค้นกว่าเดิม
แต่ท่านก็ไม่เคยพูดออกมาสักคำเลยนะคะว่า ท้อใจ

กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ท่านขึ้นมาพูดคุยถึงเรื่องราวของท่านนั้น
มีแต่คำว่า ความเพียร และการอดทนต่อสู้กับอุปสรรคค่ะ
ไม่มีสักนิดที่บอกว่า อาตมายอมแพ้แล้ว
มีแต่บอกว่า มาจากบ้านไกลก็ต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่น เพื่อมิให้เสียเวลาและโอกาส

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:22:21 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 13

ก็พอดีกับเวลาที่พระพิพิธธรรมสุนทร ประธานในพิธี
เดินทางมาถึงมูลนิธิเพื่อมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้ที่สำเร็จการอบรมค่ะ
จึงได้เชิญท่านพระมหาวิสูตรลงจากแท่นปาฐกถาในช่วงแรกนี้ก่อน

หลังจากที่อาจารย์ทวีพรในฐานะตัวแทนคณะกรรมการมูลนิธิ
กล่าวรายงานความเป็นไปต่อประธานในพิธีเสร็จสิ้นแล้ว
พิธีมอบวุฒิบัตรก็เป้นไปอย่างเรียบร้อยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:23:41 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 14

หลังจากนั้นท่านประธานก็กล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้ารับการอบรม
ให้เป็นผู้รู้จักตนเอง ทราบว่าเป็นเองเป็นคนเช่นไร และรักตนเองให้ถูก
ไม่ประพฤติตนอย่างเอาแต่ใจ ฝักใฝ่ในลาภสักการะทั้งหลายที่ได้มาโดยมิชอบ
หรือต้องทำให้ผู้อื่นเดือนร้อน

(ความจริงท่านพูดยาวมากเลยนะคะ ...และก็มีคำกลอนที่สรุปเป็นข้อคิดให้ด้วยค่ะ
แต่เนื่องจาก ดึกเอย..ดึกแล้ว ...และน้องกิ๊ฟก็ไม่ได้จดไว้ด้วย
จึงต้องขออภัยทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ
ที่ไม่สามารถนำกลอนยาวบมนั้นมาให้ท่านอ่านกันได้
และก็เลยพลอยไม่สามารถอธิบายเนื้อหาสาระที่ท่านนำข้อคิดในแต่ละช่วงคำกลอน
ออกมาถอดความเพื่ออธิบายให้ฟังอย่างละเอียดอีกด้วยค่ะ)

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:24:57 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 15

หลังจากที่ท่านเจ้าคุณพิพิธธรรมสุนทรให้โอวาทจบลงแล้ว
ท่านก็แหล่ให้พรค่ะ...และธรรมเนียมของการแหล่นั้น
ก็จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่กล่าวถึงการติดกัณฑ์เทศน์
ซึ่งท่านก็จะแหล่วนซ้ำอยู่ตรงนี้เพื่อความสนุกสนาน
พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ทำบุญโดยการร่วมถวายปัจจัยกันด้วย

และทั้งๆที่อาจารย์บุษกรได้เตรียมปัจจัยไทยทานไว้สำหรับถวายท่านแล้ว
เมื่อถูกเร่งรัดพร้อมทั้งระบุชื่อให้ติดกัณฑ์เทศน์อีกครั้ง
อาจารย์ก็ได้นำเงินไปถวายกัณฑ์เทศน์ทันที่เป็นจำนวน ๒,๕๐๐ บาท
อาจารย์บอกว่าแม้นจะทราบดีว่า เงินในกระเป๋าเหลือน้อยลงแล้ว
แต่ก็ขอให้การถวายทานครั้งนี้จงเป็นพลวปัจจัย
ดึงรูปนามคือชีวิตนี้ให้ไหลไปสู่ความเปี่ยมพร้อมในอินทรีย์ทั้ง ๕ ได้โดยเร็ว
นั่นคือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:26:15 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 16

ในช่วงท้ายนั้นอาจารย์บุษกรและคณะศิษย์
ก็ได้กราบถวายปัจจัยจำนวน ๒๒,๐๐๐ บาท
แด่ท่านพระมหาวิสูตร เพื่อให้ท่านนำไปสร้างกุศลกับบิดามารดา
และไปใช้จ่ายส่วนตัวในระหว่างศึกษา

โดยอาจารย์บุษกรได้กล่าวคำตั้งเจตนาที่จะอุดหนุนส่งเสริมเจตนาที่ท่านเป็นผู้รักการศึกษา
และหากประกอบกุศลใดๆแล้วก็ตาม
ก็ขอให้ช่วยนำกุศลนั้นมาคุ้มครองชีวิตในภพใหม่ของ
ท่านพระอาจารย์บุญมี ...หลวงพ่อแสวง..ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงด้วย


และสำหรับเงินในพานที่ติดกัณฑ์เทศน์นั้น
ท่านเจ้าคุณพระพิพิธธรรมสุนทรก็ได้มอบหวายให้เป็นทุนการศึกษาสมทบด้วยค่ะ
ไม่แน่ใจว่าจำนวนเท่าใดนะคะ ...

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:27:59 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 17

ต่อจากนั้นในระหว่างที่รอพระสงฆ์มาทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุล
เพื่ออุทิศกุศลแด่ท่านพระอาจารย์บุญมีนั้น
คุณสมคิด ประธานของรุ่นก็ได้ขึ้นมาพูดคุยเพื่อย้ำเตือนให้เพื่อนร่วมรุ่น
ได้นำความรู้ทางทฤษฎีไปใช้ปฏิบัติให้มากขึ้น
ซึ่งเปรียบเสมือนการเพิ่มทุนให้แก่ตนเอง
อย่าปล่อยให้ตนเองขาดทุนได้

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:29:26 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 18

และเมื่อพระสงฆ์ได้มาพร้อมแล้ว พิธีก็เริ่มขึ้นค่ะ
ในช่วงแรกก็คือการถวายผ้าจีวรสำหรับเปลี่ยนที่รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านอาจารย์บุญมี
ซึ่งในระหว่างที่กล่าวคำถวายนั้น
อาจารย์บุษกรเป็นผู้ถือพานที่วางผ้าจีวรสำหรับถวายค่ะ
แต่เนื่องจากผ้าและพานมีน้ำหนักพอสมควร
และถึงแม้ว่าจะใช้เวลาไม่นาน...
แขนของอาจารย์ก็สั่นมากเหมือนจะทานน้ำหนักไว้มิได้

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:30:25 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 19

แต่ถึงแม้แขนจะสั่นขนาดไหน
ก็ไม่มีผลกระทบกับเสียงที่อาจารย์ตั้งใจเปล่งออกมาเพื่อกล่าวคำบูชาเลยนะคะ
เสียงของอาจารย์ยังคงดังกังวานและไม่ขาดช่วงเลยค่ะ
จนกระทั่งเสร็จสิ้นการการบูชา
และอาจารย์ก็เป็นผู้ที่นำผ้านั้นไปถวายที่เบื้องหน้าของรูปปั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:31:36 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )


  สลักธรรม 20

จากนั้นพระสงฆ์ก็เริ่มพิธีสวดมาติกา และบังสุกุล จำนวน ๗ รูปค่ะ
ซึ่งมีพระเทพวิมลโมลี เป็นประธานสงฆ์

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2546 , 02:32:48 น.] ( IP = 169.210.6.207 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org