มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้วงคำนึง..




ลมลูบไล้ใบหน้าก็ว่าหนาว
หากอุ่นผ่าวราวใจกับไหวหวัง
เฉกว่าสางย่างพ้นจากหม่นบัง
ย่อมจะยังปลั่งจ้านภาบน

แดดทักทายสายหมอกและดอกไม้
ขจ่างใสให้พิศวิจิตรผล
นัยเมื่อสื่อคือหมายของสายมน
ย่อมแจ้งพ้นอำไพอุทัยรอง

ลมยังโชยโรยสายยังคล้ายหนาว
คำนึงน้าวคราวนี้ไม่มีหมอง
มรรคานั้นหันด้านสำราญครอง
ที่หมายปองต้องนัยก็ไขว่คืน

กระอุอุ่นกรุ่นในฤทัยนี้
อุรามีกระแสล้นเฉกชลผืน
หลากภิรมย์บ่มขวัญอยู่ครั่นครืน
ถั่งยอดคลื่นเป็นประกายออกสายตา.

โดย สดายุ [27 พ.ย. 2546 , 19:55:10 น.] ( IP = 203.156.28.84 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ][ 3 ] [ 4 ]


  สลักธรรม 31

แม้นพระพุทธองค์เองก็มิได้ทรงย้อนไปแก้อดีตเหตุที่ตรงไหน ...แต่ทรงใช้ปัญญาพิจารณาเข้าไปในสภาวธรรมที่ปรากฏ จนกระทั่งทราบว่า นายช่างผู้สร้างเรือนคือใคร ..ทั้งในขณะพิจารณานั้นก็เป็นเวลาปัจจุบัน...มีธรรมารมณ์ต่างๆ และพระนิพพานเป็นอารมณ์ปัจจุบันตามลำดับ ..มิได้มีการทำฌานเพื่อย้อนอดีตแม้แต่น้อยเลยนะคะ .... ไม่มีสักนิดที่บอกว่าเข้าไปแก้ไขเหตุอดีตทในอดีตกาลตรงไหนค่ะ ..หรือกลับไปละที่ละเงื่อนที่เคยผูกไว้แต่อย่างใด

และเรื่องของภพภูมิเป็นการกล่าวสอนเพื่อให้ทราบว่า ...ในการเวียนว่ายตายเกิดของสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถกำเนิดได้ที่ใดบ้าง และในแต่ละที่นั้นจะต้องมีกรรมประเภทใดเป็นผู้นำไปเกิด....แม้กระทั่งมนุษย์ภูมิเองก็มีอยู่หลายทวีป เช่น ชมพูทวีป หรือ อุตตรกุรุทวีป เป็นต้น

เพื่อจะได้ทราบถึงผลแห่งปฏิจสมุปบาทธรรมคือการเวียนว่ายตายเกิดซึ่งเป็นผลจากการกระทำกรรมที่มาจากอวิชชาและตัณหาไงคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 23:16:36 น.] ( IP = 203.170.129.167 : : )


  สลักธรรม 32

การตัดวัฏฏะกรรมจึงกระทำที่ปัจจุบัน คือ เมื่อกระทบอารมณ์ทางทวารนั้น ก็มีโยนิโสมนสิการเข้าไปแทนที่ความชอบความชัง หรือความคิดที่มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นตัวตนคนสัตว์ ....แต่การมนสิการนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของปัญญาที่ทราบว่า

ชีวิตนี้ประกอบด้วยรูปและนาม ...จะแยกย่อยกระกระจายอย่างไร ก็จะเหลือองค์ประกอบเพียงสองส่วนเท่านั้นคือรูปธรรมและนามธรรม (สำหรับภูมิที่มีขันธ์ ๕ นะคะ)

และต้องทราบว่ากระบวนการทำงานของชีวิตนั้นทำกันอย่างไร ...การเกิดขึ้นและการสืบต่อของรูปและนามธรรมนั้น ไปจนกระทั่งดับนั้นเป็นอย่างไร..เขาทำงานกันอย่างไร ...ก็เพื่อจะได้คลายจากความเห็นผิดในความเป็นสัตว์บุคคล ...และความชอบความชัง

การที่จะเจริญสติปัฏฐานสี่ คือ มีสติอยู่กับอารมณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นตามฐานที่ตั้งต่างๆ โดยรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือผู้ที่เข้าไปรู้นั้นเป็นผู้ใด...การทำได้อย่างนี้ก็เท่ากับเป็นการกระทำกรรมที่เป็นกิริยา..คือไม่ก่อให้เกิดผลเป็นบุญหรือบาปให้เป็นวิบาก ...เรียกว่า วิวัฏฏะกรรมค่ะ

และผู้ที่จะกระทำได้ก็ต้องศึกษาให้เข้าใจในองค์ประกอบของชีวิตก่อนนะคะ ...จากนั้นก็มาสู่การทำความรู้จักเกี่ยวกับภูมิวิปัสสนา ..อารมณ์ที่เกี่ยวข้อง ..ทวารที่เกี่ยวข้อง...ฐานที่ตั้งทั้งสี่ ...และหลักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากนั้นก็ฝึกปฏิบัติไปเรื่อยๆค่ะ.. ก้จะค่อยๆชำนาญขึ้นตามความสามารถ

แต่ถ้าหากต้องการฝึกสติเพียงประการเดียว ก็มีวิธีอยู่หลายประการนะคะ และได้อ่านพบเหมือนกันค่ะว่าในพระไตรปิฎกและหนังสือหลายเล่มก็ระบุไว้ว่า อานาปานสติสามารถเจริญให้เป็นวิปัสสนากรรมฐานได้ ..แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะฝึกเพื่อกระทำสมถภาวนามากกว่า.... จึงไม่สามารถกล่าวถึงเรื่องของอานาปนสติได้มากนักนะคะ คิดว่าในพระไตรปิฎกนั้นน่าจะให้ความกระจ่างชัดได้มากกว่าที่จะอธิบายสั้นๆในกระทู้นี้

ลองอ่านคำตอบดูก่อนนะคะ.... หากมีประเด็นใดที่ไม่ชัดเจนหรือตกหล่นไปก็ถามเพิ่มเติมเข้ามาได้นะคะ


โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 23:17:42 น.] ( IP = 203.170.129.167 : : )


  สลักธรรม 33


. ..

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ต้องขออนุโมทนากับการตั้งคำถาม…ด้วยนะคะ
เพราะอาจมีหลายๆ ท่านที่สงสัยเช่นนี้ เพียงแต่ไม่ได้ถามมา
ก็จะได้อาศัยอ่านคำตอบ..แก้ข้อสงสัยที่มีอยู่มานาน

เพราะ ก่อนที่จะมาศึกษาพระอภิธรรม เมื่อพูดถึง"องคุลีมาล"ทีไร
ก็จะนึกถึงจอมโจรที่มีแต่ความโหดร้าย…
แล้วไหง ! … เพียงแค่คำพูดสั้นๆ..ที่พระพุทธองค์โปรดก็สามารถสำเร็จได้
ก็คงเหมือนที่คุณสดายุเขียนว่า ..วางดาบก็เป็นพระอรหันต์ได้เลย

แต่พอได้มาศึกษาพระอภิธรรม ได้เรียนรู้เรื่องกรรม ได้ฟังเกี่ยวกับอดีตชาติของพระองคุลีมาล
…ที่เมื่อทำอะไรก็แล้วแต่ จะกระทำด้วยอำนาจของอสังขาริก (ไม่ว่าจะเป็นอกุศล หรือกุศลก็ตาม)
พอศึกษาหลายๆ ปีเข้า เดี่ยวนี้ เมื่อพูดถึง "องคุลีมาล" เมื่อไร
จะนึกถึงพระอรหันต์ มากกว่าความเป็นจอมโจรของท่าน

เมื่อก่อนก็เคยคิดว่า พระอภิธรรมเรียนยาก …
แต่ปัจจุบันนี้…กลับคิดว่า พระอภิธรรมเรียนสนุก
เป็นเรื่องที่น่าเรียน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเอง
โดยเฉพาะเมื่อเรียนเรื่องจิต โดยเฉพาะเรื่องวิถีจิตแล้ว เกิดความเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า ตายแล้วเกิด

คุณสดายุบอกว่า เคยอ่าน อภิธรรม ของอาจารย์รวี ภาวิไล
ดิฉันเคยทราบ (ตอนมาศึกษาที่มูลนิธิใหม่ๆ) ว่า อาจารย์รวีเอง เมื่อก่อนก็ไม่เชื่อว่า พระอภิธรรมเป็นพุทธพจน์

ดูเหมือนจะไม่เชื่อเรื่องอำนาจจิตด้วยซ้ำ…
เพราะยังเคยเห็นภาพของท่านมาพิสูจน์เรื่องอำนาจจิต ที่ท่านอาจารย์บุญมีจัดให้มีการแสดง
…แม้แต่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ก็มาพิสูจน์เช่นเดียวกัน
(ตอนนั้นดิฉันยังไม่ได้มาศึกษา …เพียงแต่ได้เห็นภาพของท่านทั้งสองพิสูจน์ตอนปิดตาอาจารย์บุษกร)


โดย วยุรี [30 พ.ย. 2546 , 22:49:33 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : )


  สลักธรรม 34



แต่ตอนหลังก็ได้ทราบมาว่า …
อาจารย์รวีพูดว่า ในที่สุดก็ต้องมาเรียนในเรื่องที่ไม่เคยเชื่อมาก่อน…คือ พระอภิธรรม นั่นเอง
คิดว่าในหนังสือ…ท่านก็คงเขียนเรื่อง "อำนาจจิต" ที่วิจิตรถึง 6 ประการ โดยเฉพาะในข้อที่ว่า
……วิจิตรในการสั่งสมกรรม และกิเลส
……วิจิตรในการรักษาวิบาก ที่กรรม และกิเลสได้สั่งสมไว้
……วิจิตรในการสั่งสมสันดานตนเอง
โดยเฉพาะในข้อความที่ว่า จิตดวงเก่าที่ดับไปนั้น ย่อมส่งมอบกิจการให้จิตดวงใหม่…

ยิ่งได้ศึกษารายละเอียดแล้ว จะทำให้เรากลัวการทำความชั่ว (หิริ)
กลัวที่จะต้องไปรับผล (โอตตัปปะ)
เพราะเมื่อทำอะไรไปแล้วก็ตาม จะค่อยๆ เป็นการสั่งสมให้เกิดความสันทัดเป็นสันดานได้
ไม่เพียงแค่นั้นนะคะ….
เราไม่รู้เลยว่า กรรมที่สั่งสมมานั้น จะมาเป็นอุปฆาตกรรมฝ่ายไหน

…
ฉะนั้นเรื่อง กรรมเป็นเรื่องลึกซึ้ง ที่น่าศึกษาจริงๆ ค่ะ


ประการสำคัญ พระอภิธรรม จะให้คำตอบที่เราสงสัยได้

ดิฉันอาจโชคดี ที่ได้มาเป็นลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์บุญมี
แม้ท่านมรณภาพไปแล้ว ก็ยังได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์บุษกร

ตั้งแต่เรียนมา…ดิฉันไม่เคยเห็นว่า
คำถามใดที่อาจารย์บุษกรตอบไม่ได้ …ตอบได้ทุกคำถาม
และท่านก็ย้ำกับพวกเราลูกศิษย์ทุกคนว่า …
เพราะ พระอภิธรรม จึงทำให้ท่านตอบได้


ขอขอบพระคุณทั้ง คุณสดายุ และพี่ดอกแก้วค่ะ
สำหรับคำถาม-ตอบ ที่นำประโยชน์มาให้…พวกเราผู้ที่ได้เข้ามาอ่านทุกคน..


โดย วยุรี [30 พ.ย. 2546 , 22:53:46 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : )


  สลักธรรม 35


ขอบพระคุณคุณพี่ครับที่อดทน...อธิบายผู้รู้น้อยอย่างผมให้...พอรู้อะไรขึ้นมาบ้าง....นับเป็นแบบอย่างของผู้ฝักใฝ่ในธรรมอย่างแท้จริง....ปราศจากการเสียดสีอันมักกิดในผู้มีอัตตะมานะสูง....อันไม่ให้ประโยชน์อะไรแก่ใคร....อันนี้ต้องขอคารวะในจิตใจเช่นนี้อันผมเองยังทำไม่ได้....เช่นกัน

ผมเป็นหนึ่งในพวก...ลังเลสงสัยสูง....ศรัทธาน้อย...มีความเพียรแต่น้อย....มักใช้การไตร่ตรองเชิงตรรกะมาทำความเข้าใจในข้อธรรม....เป็นหลัก

ชอบที่จะจินตนาการ...ย้อนไปครั้งพุทธกาลถึงรูปกายที่เคลื่อนไหวไปมาโปรดสัตว์...อย่างในรูป....

เมื่อวันที่ 30 ที่ผ่านมา....ผมนิมนต์..พระป่าสายปฏิบัติมา 2 รูปมาที่บ้าน.....

สนทนากับท่าน...ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นไว้บางประการน่าสนใจว่า..... จิตคือตัวรู้อารมณ์....หากทุกครั้งที่เรารับรู้อารมณ์ตกกระทบแล้วจิต เราสามารถจับและตัด/ข่มอารมณ์นั้นได้....จิตจะเข้าสู่ภาวะ..ว่าง...ไม่สุข..ไม่ทุกข์...หากทำได้ชั่วขณะใดขณะหนึ่งก็เป็นภาวะว่างชั่วคราว....หากทำได้ทุกครั้งก็เหมือนเข้าสู่กระแสอริยะมรรคอันจิตจะไม่ตกต่ำอีกตลอดไป....
แต่ไม่ง่าย!.... ความสามารถที่จิตจะจับและตัดอารมณ์ได้ต้องผ่านการฝึกฝน.....อย่างหนักต่อเนื่อง....ด้วยหลักการของสมาธิ
คงต้องลองปฏิบัติดูครับคุณพี่

โดย สดายุ [1 ธ.ค. 2546 , 23:34:36 น.] ( IP = 202.47.238.212 : : )


  สลักธรรม 36

การเข้าสู่ภาวะที่ไม่สุขไม่ทุกข์ ...ไม่ชอบไม่ชัง
เป็นเรื่องที่ยากมากค่ะ
....นอกจากความมีสติและปัญญาแล้ว
จะต้องใช้ความเพียรในการฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง


และก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกนั่นแหละค่ะ
ที่จะสงสัยในสิ่งที่ตนเองไม่ได้พบด้วยตนเอง
ซึ่งก็เป็นการดีนะคะ...ที่เป็นแรงกระตุ้นให้มีการค้นคว้าหาคำตอบ....

แต่เมื่อใดที่มีประสบการณ์ด้วยตนเองแล้ว
ความสงสัยนั้นก็จะสิ้นไป

....ขออวยพรให้คุณสดายุ ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา..โดยเฉพาะในทางธรรมนะคะ...

โดย พี่ดอกแก้ว [1 ธ.ค. 2546 , 23:38:50 น.] ( IP = 202.47.238.212 : : )


  สลักธรรม 37

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
เข้ามาศึกษาหาความรู้ ความเห็นถูก ต่อค่ะ

โดย เซิ่น [2 ธ.ค. 2546 , 20:47:57 น.] ( IP = 203.156.46.29 : : )


  สลักธรรม 38

ขอบพระคุณสนับสนุนเรื่องธรรมะ
เป็นสัจจะพระองค์ทรงค้นหา
ปฏิบัติขัดใจให้ปัญญา
ถึงภพหน้าภพไหนไม่เปลี่ยนแปร

โดย ใจเป็นธรรม [3 ธ.ค. 2546 , 12:35:44 น.] ( IP = 203.145.13.137 : : )


  สลักธรรม 39


สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ขอบคุณที่ตั้งคำถามค่ะ
อ่านซะตาลายเลย
เข้าอ่านมาสองรอบแล้ว

และขอบอกว่า
เรียนพระอภิธรรมทำให้มองตัวเราเองและคนรอบข้างได้อย่างมีเหตุมีผลค่ะ

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [4 ธ.ค. 2546 , 09:18:05 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.116 )


  สลักธรรม 40

..ได้ความรู้สึก..ดีมากเลยคะ...
.. ชอบที่ได้อ่าน... แบบนี้..นะคะ...

โดย เรนน้อยของพี่ดอกแก้ว.. [7 ธ.ค. 2546 , 11:28:57 น.] ( IP = 203.156.70.162 : : )
[ 1 ][ 2 ][ 3 ] [ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org