| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ด้วยจุดประสงค์ดังกล่าว
จึงมีความคิดเสมอว่า
เราจะต้องมอบความจริงที่พระพุทธองค์
ได้มีพระพุทธประสงค์อย่างยิ่ง
ที่จะพาสัตวโลกไปจากกองทุกข์ให้ได้
โดยเส้นทางนั้นก็ได้แก่มรรค ๘
มีสัมมาทิฐิเป็นต้นและสัมมาสมาธิเป็นที่สุด
นอกเหนือจากสิ่งนี้ก็มีบ้างแต่ไม่ใช่แก่นใจ
ที่ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดมาจนทุกวันนี้
เราเลือกไม่ได้ที่จะรับ
แต่เราเลือกได้ที่จะให้
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงอยากจะเรียนทุกๆท่านว่า
มีขันติในการรับ
มีวิริยะในการให้
จะทำให้เรานั้นคงทนต่อเจตนาของตนเองได้
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 16:04:37 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : )
สลักธรรม 2
คราวนี้ก็มาดูถึงจุดยืนของตนเอง
ว่าสิ่งที่ตนให้นั้นเป็นแก่นสารในพระศาสนาหรือเปล่า
นี้คือหน้าที่ของผู้ให้
![]()
จะมาเอาอะไรให้กับชีวิตตน
และสิ่งนั้นๆดีแท้หรือเปล่า
นี้คือหน้าที่ของผู้ที่มารับ
สรุปความว่าแต่ละคนนั้นต้อง
ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบนั่นเอง
เพราะชีวิตของคนเรานั้นน้อยนัก
ไม่นานต่างก็ต้องแยกจากกันไป
คนละทิศคนละทางตามอำนาจกรรมของตน
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
พี่ดอกแก้วโดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 16:12:43 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : )
สลักธรรม 3
ขอเป็นเพียงใบไม้ใบเล็กๆ
ที่ได้อยู่ใกล้และดูแลต้นไม้
แม้ต้นไม้จะไม่เคยเห็นความสำคัญ
ของใบไม้ใบนี้เลย...แม้แต่นิดเดียว
เพลงใบไม้ไหวพลิ้วปลิวตามลม
ท่วงทำนองพ้องบ่มเพื่อแมกไม้
แม้นเป็นเพียงหนึ่งน้อยในร้อยกาย
คือใบไม้แห่งรักและภักดี
หวังจะบังแสงกล้าครากลางวัน
แม้นแสงนั้นแผดเผาให้ร้าวศรี
หรือลมร้ายกรายกล้ำย้ำราวี
ก็เพียงมีหวังว่าจะคุ้มครอง
ถึงแม้นมีมากมายหลายใบบัง
ขอเป็นเพียงหนึ่งยังที่คุ้มหมอง
แม้วันหนึ่งปลิดใบตามครรลอง
ยังหมายปองดูแลต้นให้พ้นภัย
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 16:17:08 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : )
สลักธรรม 4แล้วอะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม
ใกล้กรุงสาวัตถี
มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ ปิงคลโกจฉะ
เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
เมื่อได้กล่าวทักทายปราศรัยพอสมควรแล้ว พราหมณ์นั้น จึงกราบทูลว่า
พระโคดมผู้เจริญ !
สมณพราหมณ์ที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะ
เป็นคณาจารย์ มีคนรู้จักมาก
มีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิ อันชนหมู่มาก
เข้าใจกันว่าเป็นคนดี เช่น ปูรณะ กัสสป, มักขลิ โคสาล, อชิตะ เกสกัมพล, ปกุธะ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร, และ นิครนถนาฏบุตร.
สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน หรือว่าไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลย
หรือบางพวกรู้ บางพวกไม่รู้
![]()
![]()
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:05:20 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
สลักธรรม 5พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
อย่าเลย พราหมณ์ !
ข้อที่สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น
รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน
หรือไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยเป็นต้นนั้น จงยกไว้
เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน
ท่านจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด
เมื่อพราหมณ์ทูลรับคำแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
ดูก่อนพราหมณ์ ! มีข้ออุปมาว่า บุรุษผู้ต้องการแก่นไม้ แสวงหาแก่นไม้ เที่ยวเสาะหาแก่นไม้อยู่
เมื่อมีต้นไม้ใหญ่มีแก่นยืนต้นอยู่ ละเลยแก่น, กะพี้, เปลือก, และสะเก็ดไม้เสีย ตัดเอากิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้า ก็จะพึงกล่าวว่า บุรุษผู้เจริญนี้ ไม่รู้จักแก่น ไม่รู้จักกะพี้, เปลือก, สะเก็ด, กิ่งและใบไม้ เมื่อต้องการแก่นไม้ จึงละเลยแก่นเป็นต้น
ตัดเอาแต่กิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
ทั้งจะไม่ได้รับประโยชน์จากกิ่งและใบไม้นั้นด้วย
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:09:39 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
สลักธรรม 6
มีอุปมาอื่นอีก บุรุษต้องการแก่นไม้
แต่ถากสะเก็ดไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
หรือถากเปลือกไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
หรือถากกะพี้ไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
ก็จะพึงถูกหาว่า ไม่รู้จักแก่นไม้เป็นต้น
และไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ถากไปนั้น
เช่นเดียวกัน
อีกอุปมาหนึ่ง บุรุษต้องการแก่นไม้
ก็ตัดเอาแต่แก่นไป ด้วยรู้จักแก่นไม้
คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้าก็จะพึงกล่าวว่า
บุรุษผู้เจริญนี้ รู้จักแก่น กะพี้ เปลือก
สะเก็ด กิ่งและใบไม้
ต้องแก่นไม้ก็ตัดเอาแต่แก่นไปด้วยรู้จักแก่นไม้
ทั้งจะได้รับประโยชน์จากแก่นไม้นั้นด้วย
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:12:37 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
สลักธรรม 7 ดูก่อนพราหมณ์ !
ข้ออุปไมยก็เช่นเดียวกันนั่นแหละ
คือกุลบุตรบางคนในศาสนานี้
มีศรัทธาออกบวชไม่ครองเรือน ด้วยคิดว่า
เราเป็นผู้อันความเกิด ความแก่ ความตาย
ความโศก ความคร่ำครวญ ความไม่สบายกาย
ไม่สบายใจ และความคับแค้นใจ เข้าถึงตัวแล้ว
อันความทุกข์เช้าถึงตัวแล้ว
มีความทุกข์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
ไฉนหนอการทำที่สุดแห่งทุกข์
ทั้งหมดนี้จะปรากฏ
ผู้นั้นออกบวชแล้ว ลาภสักการะ
และชื่อเสียงเกิดขึ้น ก็อิ่มใจ
เต็มความปรารถนาด้วยลาภสักการะ
และชื่อเสียงนั้น
ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะลาภสักการะและชื่อเสียงนั้น ว่าเราเป็นผู้มีลาภ สักการะ และชื่อเสียง
ก็ไม่ปลูกความพอใจ - ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้ง
ซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ
เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม
ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้ว่า
เปรียบเหมือน ผู้ต้องการแก่นไม้
แต่ละเลยแก่น, กะพี้, เปลือก,
และสะเก็ดเสีย ตัดเอากิ่งและใบไป
ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:17:19 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
สลักธรรม 8
อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น แต่ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะสิ่งนั้น
ทั้งยังปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น
ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะสีลสัมปทานั้นว่า เราเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ เป็นผู้ทุศีล มีธรรมอันเลวคุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสีลสัมปทา ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม
ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือน ผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่น กะพี้ และเปลือกเสีย ถากเอาสะเก็ดไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:23:46 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
สลักธรรม 9 อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช มีลาภลักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น
ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ประพฤติสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ แต่ยังไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น
ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเป็นต้นเพราะสีลสัมปทานั้น คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสีลสัมปทานั้น ก็ปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ ไม่มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวมผู้นั้นได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ (ความตั้งมั่นหรือความสงบแห่งจิต) ก็อิ่มใจ เต็มปรารถนาด้วยสมาธิสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ) นั้น
ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะสมาธิสัมปทานั้นว่า
เราเป็นผู้ตั้งมั่น มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ เป็นผู้ไม่ตั้งมั่น มีจิตหมุนไปผิดแล้ว คุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสมาธิสัมปทานั้น ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ เป็นผู้มีความประพฤติหย่อนหละหลวม
ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่นและกะพี้เสีย ฤากเอาเปลือกไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:25:59 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
สลักธรรม 10 อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช
มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น
ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะ
ชื่อเสียงนั้น
ได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ
แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา
(ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น
ได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ ก็อิ่มใจ
แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสมาธินั้น
ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะสมาธิสัมปทานั้น
คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า
ประณีตกว่าสมาธิสัมปทา ก็ปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ
ไม่เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม
ผู้นั้นไม้ญาณทัสสนะ
(ความเห็นด้วยญาณประณีตกว่าญาณทัสสนะ
ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้ง
ซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ
เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม
ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้
ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้
แต่ละเลยแก่นเสียถากเอากะพี้ไป
ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั่น
โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:36:36 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |