มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา




พี่ดอกแก้วยกหัวข้อธรรมนี้
มาตั้งเป็นกระทู้ก็ด้วยเหตุที่ว่า

ปัจจุบันมีท่านที่สนใจในลานที่เปิดให้หาความรู้
ทางพระพุทธศาสนา หรือแสดงความคิดเห็น
ตั้งประเด็นถามปัญหา
เพื่อคลายจากความสงสัยนั้นมีมากมาย


และก็ได้รับความนิยมชมชอบ
ตามอัธยาศัยของแต่ท่านแต่ละท่าน
และที่ลานธรรมนี้ก็เช่นกัน
นับวันจะเติบโตไปพร้อมๆกับระยะเวลา
นั่นหมายถึง อัตราผู้ที่เข้ามาเว็ป


แต่ด้วยจิตใจของพี่ดอกแก้วแล้ว
ความมุ่งมั่นที่จะคลี่คลายความเห็นผิด
ที่มีติดกันมาตั้งแต่อดีตชาติอันยาวนาน
โดยอาศัยหลักธรรมคำสอน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ทรงแสดงไว้นั้น
นำมามอบให้แก่ทุกๆท่านด้วยไมตรีจิต
ด้วยหวังให้เพื่อนผู้ร่วมเดินทางไกล
ได้แวะดื่มน้ำอมตะรส
เพื่อผ่อนคลายความแห้งโหยในใจ
อันเกิดจากความทุกข์ที่ต่างแบกภาระนี้
กันมายาวนานโดยที่ไม่รู้ว่า
ภาระที่ตนแบกคือทุกข์นั้นจะไปสิ้นสุดลงเมื่อใด


จึงได้วิริยะสร้างเว็ปนี้ขึ้นมา
ให้ดูประหนึ่งศาลาพักใจ
และมีตัวยาไว้รักษาหรือเพียงแค่สมานแผล
ก็นับเป็นความสุขใจที่ได้รับจากการเปิดเว็ปนี้แล้วค่ะ




โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 15:52:33 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ด้วยจุดประสงค์ดังกล่าว
จึงมีความคิดเสมอว่า
เราจะต้องมอบความจริงที่พระพุทธองค์
ได้มีพระพุทธประสงค์อย่างยิ่ง
ที่จะพาสัตวโลกไปจากกองทุกข์ให้ได้


โดยเส้นทางนั้นก็ได้แก่มรรค ๘
มีสัมมาทิฐิเป็นต้นและสัมมาสมาธิเป็นที่สุด
นอกเหนือจากสิ่งนี้ก็มีบ้างแต่ไม่ใช่แก่นใจ
ที่ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดมาจนทุกวันนี้


เราเลือกไม่ได้ที่จะรับ
แต่เราเลือกได้ที่จะให้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงอยากจะเรียนทุกๆท่านว่า

มีขันติในการรับ

มีวิริยะในการให้


จะทำให้เรานั้นคงทนต่อเจตนาของตนเองได้

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 16:04:37 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : )


  สลักธรรม 2


คราวนี้ก็มาดูถึงจุดยืนของตนเอง
ว่าสิ่งที่ตนให้นั้นเป็นแก่นสารในพระศาสนาหรือเปล่า

นี้คือหน้าที่ของผู้ให้



จะมาเอาอะไรให้กับชีวิตตน
และสิ่งนั้นๆดีแท้หรือเปล่า


นี้คือหน้าที่ของผู้ที่มารับ

สรุปความว่าแต่ละคนนั้นต้อง
ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบนั่นเอง

เพราะชีวิตของคนเรานั้นน้อยนัก
ไม่นานต่างก็ต้องแยกจากกันไป
คนละทิศคนละทางตามอำนาจกรรมของตน


ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
พี่ดอกแก้ว

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 16:12:43 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : )


  สลักธรรม 3


ขอเป็นเพียงใบไม้ใบเล็กๆ
ที่ได้อยู่ใกล้และดูแลต้นไม้

แม้ต้นไม้จะไม่เคยเห็นความสำคัญ
ของใบไม้ใบนี้เลย...แม้แต่นิดเดียว


เพลงใบไม้ไหวพลิ้วปลิวตามลม
ท่วงทำนองพ้องบ่มเพื่อแมกไม้
แม้นเป็นเพียงหนึ่งน้อยในร้อยกาย
คือใบไม้แห่งรักและภักดี

หวังจะบังแสงกล้าครากลางวัน
แม้นแสงนั้นแผดเผาให้ร้าวศรี
หรือลมร้ายกรายกล้ำย้ำราวี
ก็เพียงมีหวังว่าจะคุ้มครอง

ถึงแม้นมีมากมายหลายใบบัง
ขอเป็นเพียงหนึ่งยังที่คุ้มหมอง
แม้วันหนึ่งปลิดใบตามครรลอง
ยังหมายปองดูแลต้นให้พ้นภัย


โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 16:17:08 น.] ( IP = 203.170.149.62 : : )


  สลักธรรม 4

แล้วอะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม
ใกล้กรุงสาวัตถี
มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ ปิงคลโกจฉะ
เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
เมื่อได้กล่าวทักทายปราศรัยพอสมควรแล้ว พราหมณ์นั้น จึงกราบทูลว่า


“พระโคดมผู้เจริญ !
สมณพราหมณ์ที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะ
เป็นคณาจารย์ มีคนรู้จักมาก
มีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิ อันชนหมู่มาก
เข้าใจกันว่าเป็นคนดี เช่น ปูรณะ กัสสป, มักขลิ โคสาล, อชิตะ เกสกัมพล, ปกุธะ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร, และ นิครนถนาฏบุตร.

สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน หรือว่าไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลย
หรือบางพวกรู้ บางพวกไม่รู้”


โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:05:20 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )


  สลักธรรม 5

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

“อย่าเลย พราหมณ์ !
ข้อที่สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น
รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน
หรือไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยเป็นต้นนั้น จงยกไว้

เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน
ท่านจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด”


เมื่อพราหมณ์ทูลรับคำแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

“ดูก่อนพราหมณ์ ! มีข้ออุปมาว่า บุรุษผู้ต้องการแก่นไม้ แสวงหาแก่นไม้ เที่ยวเสาะหาแก่นไม้อยู่

เมื่อมีต้นไม้ใหญ่มีแก่นยืนต้นอยู่ ละเลยแก่น, กะพี้, เปลือก, และสะเก็ดไม้เสีย ตัดเอากิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น

คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้า ก็จะพึงกล่าวว่า บุรุษผู้เจริญนี้ ไม่รู้จักแก่น ไม่รู้จักกะพี้, เปลือก, สะเก็ด, กิ่งและใบไม้ เมื่อต้องการแก่นไม้ จึงละเลยแก่นเป็นต้น
ตัดเอาแต่กิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
ทั้งจะไม่ได้รับประโยชน์จากกิ่งและใบไม้นั้นด้วย”


โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:09:39 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )


  สลักธรรม 6



“ มีอุปมาอื่นอีก บุรุษต้องการแก่นไม้
แต่ถากสะเก็ดไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
หรือถากเปลือกไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น
หรือถากกะพี้ไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น

ก็จะพึงถูกหาว่า ไม่รู้จักแก่นไม้เป็นต้น
และไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ถากไปนั้น
เช่นเดียวกัน”


“ อีกอุปมาหนึ่ง บุรุษต้องการแก่นไม้
ก็ตัดเอาแต่แก่นไป ด้วยรู้จักแก่นไม้
คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้าก็จะพึงกล่าวว่า

บุรุษผู้เจริญนี้ รู้จักแก่น กะพี้ เปลือก
สะเก็ด กิ่งและใบไม้
ต้องแก่นไม้ก็ตัดเอาแต่แก่นไปด้วยรู้จักแก่นไม้
ทั้งจะได้รับประโยชน์จากแก่นไม้นั้นด้วย”

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:12:37 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )


  สลักธรรม 7

“ ดูก่อนพราหมณ์ !
ข้ออุปไมยก็เช่นเดียวกันนั่นแหละ

คือกุลบุตรบางคนในศาสนานี้
มีศรัทธาออกบวชไม่ครองเรือน ด้วยคิดว่า

เราเป็นผู้อันความเกิด ความแก่ ความตาย
ความโศก ความคร่ำครวญ ความไม่สบายกาย
ไม่สบายใจ และความคับแค้นใจ เข้าถึงตัวแล้ว

อันความทุกข์เช้าถึงตัวแล้ว
มีความทุกข์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
ไฉนหนอการทำที่สุดแห่งทุกข์
ทั้งหมดนี้จะปรากฏ
ผู้นั้นออกบวชแล้ว ลาภสักการะ
และชื่อเสียงเกิดขึ้น ก็อิ่มใจ
เต็มความปรารถนาด้วยลาภสักการะ
และชื่อเสียงนั้น
ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะลาภสักการะและชื่อเสียงนั้น ว่าเราเป็นผู้มีลาภ สักการะ และชื่อเสียง


ก็ไม่ปลูกความพอใจ - ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้ง
ซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ
เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม”


“ ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้ว่า

เปรียบเหมือน ผู้ต้องการแก่นไม้
แต่ละเลยแก่น, กะพี้, เปลือก,
และสะเก็ดเสีย ตัดเอากิ่งและใบไป

ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น”

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:17:19 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )


  สลักธรรม 8

“ อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น แต่ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะสิ่งนั้น

ทั้งยังปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น

ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะสีลสัมปทานั้นว่า เราเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ เป็นผู้ทุศีล มีธรรมอันเลวคุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสีลสัมปทา ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม

ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือน ผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่น กะพี้ และเปลือกเสีย ถากเอาสะเก็ดไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น”

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:23:46 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )


  สลักธรรม 9

“ อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช มีลาภลักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น
ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ประพฤติสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ แต่ยังไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น

ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเป็นต้นเพราะสีลสัมปทานั้น คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสีลสัมปทานั้น ก็ปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ ไม่มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวมผู้นั้นได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ (ความตั้งมั่นหรือความสงบแห่งจิต) ก็อิ่มใจ เต็มปรารถนาด้วยสมาธิสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ) นั้น

ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะสมาธิสัมปทานั้นว่า

เราเป็นผู้ตั้งมั่น มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ เป็นผู้ไม่ตั้งมั่น มีจิตหมุนไปผิดแล้ว คุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสมาธิสัมปทานั้น ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ เป็นผู้มีความประพฤติหย่อนหละหลวม

ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่นและกะพี้เสีย ฤากเอาเปลือกไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น”

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:25:59 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )


  สลักธรรม 10

“ อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช
มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น
ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะ
ชื่อเสียงนั้น

ได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ
แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา
(ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น

ได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ ก็อิ่มใจ
แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสมาธินั้น
ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะสมาธิสัมปทานั้น

คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า
ประณีตกว่าสมาธิสัมปทา ก็ปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ

ไม่เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม
ผู้นั้นไม้ญาณทัสสนะ
(ความเห็นด้วยญาณประณีตกว่าญาณทัสสนะ
ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้ง
ซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ
เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม

ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้
ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้

แต่ละเลยแก่นเสียถากเอากะพี้ไป
ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั่น”


โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:36:36 น.] ( IP = 203.107.207.119 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org