มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลวงตาตอบปัญหาต่อแล้วจ้า






เจริญพรทุกท่านโดยเฉพาะเด็กๆและเณรน้อยทุกคนนะ

วันนี้เรามาหาปัญญากันต่อดีกว่านะ..
อย่าไปเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเลย
ทำความเห็นให้ถูกเท่านั้นเราก็จะรู้ว่า..
เพราะเหตุใดคนเหล่านั้นจึงดื้อนัก
เราจะตอบคำถามให้แก่ตัวเราเองได้ดีที่สุดเลย.

วันนี้ใครจะถามอะไรบ้างละ เห็นมีปัญหากันมากทุกคนเลยเอาเชิญๆๆถามได้เลย.



กราบสวัสดีครับหลวงตา..จ้อยอยากรู้ว่า.
.หน้าตาของพวกเรา ที่นั่งอยู่นี้นะทำไมไม่เหมือนกัน..ยิ่งบางคนนะหลวงตาครับ ตาบอกด้วยครับ เห็นพี่แก้วชอบพูดว่า.. กรรมชรูปอะไรนี่นะครับ จ้อยอยากรู้เสียจริงว่า คืออะไรเจ้ากรรมชรูปนี่ครับผม?




อ้อ..ตัวแค่นี้นะช่างสงสัยดีนิและเป็น ความสงสัยที่ดีมากด้วย เพราะถ้ารู้แล้วจะมีปรโยชน์มากจริงๆ

ตั้งใจฟังนะ..
.กรรมชรูป คือกรรมที่ได้กระทำมาแล้ว
ผลิตสร้างรูปขึ้นมานั้นก็ไม่ใช่ว่า อำนาจของกรรมดลบันดาล ให้รูปนั้นๆ ซึ่งเป็นรูปใหม่เกิดขึ้น หรือลอยลงมาจากอากาสก็ไม่ใช่ หากแต่กรรมชรูปหมายถึงอำนาจกรรม
ทำให้รูปเดิมผันแปรออกไปทีละน้อยๆ แล้วก็กลายเป็นรูปใหม่ขึ้นมาในที่สุด

เริ่มตั้งแต่ปฎิสนธิในขณะแรกที่ยังเป็นน้ำใสๆเล็กๆ เรียกว่า กลละ ( แก๊กแรก ) อำนาจของกรรมก็ได้กำหนดไว้ว่า
เซลที่ถ่ายถอดมาจากพ่อแม่ร่วมกันนั้นเด็กคนนี้จะต้อง ตาบอด..
ที่เรียกว่าตาบอดมาแต่กำเนิดคือ
ตั้งแต่เกิด ในขณะแรกปฎิสนธิ ไม่ใช่ตอนเด็กเกิดคือ คลอดออกจากครรภ์มารดานะ

การปฎิสนธิในขณะแรกเกิดนี้ จิตดังกล่าวมีชื่อว่า...อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก คือ: มีกุศลผลบุญนำเกิด แต่กุศลนี้มีกำลังอ่อน เพราะอดีตชาติอกุศลกรรมที่ทำให้สัตว์ตาบอดเช่น ไปยิงสัตว์มา กรรมนั้นเข้ามาพัวพันร่วมด้วย ทำให้กำลังกุศลลดลง

การเกิดมาด้วยอำนาจของบุญก็จริง แต่การที่ทำให้สัตว์ตาบอดนั้นเข้ามาพัวพัน จึงทำให้เด็กที่เกิดมาตาบอดเสียข้างหรือสองข้างก็ได้ นี่และกรรมที่มีอำนาจเหนือการดลบันดาล เหนือการร้องขอได้มาเป็นตัวกำหนดชีวิตผู้ทำกรรมนั้นให้ได้ รับผลของกรรมเอง.
กรรมชรูปก็ค่อยๆตกแต่ง ให้สำเร็จตามอำนาจกรรมนี่ไงจ้อยเอ๋ย.. .เรียกว่ากรรมชรูป
เข้าใจหรือยังละเรา ?

ครับหลวงตาจ้อยเข้าใจแล้วครับและไม่ไปยิงตาสัตว์เลยเด็ดขาดเพราะจ้อยกลัวตาบอดครับกราบขอบพระคุณครับผม

โดย น้องจ้อยผู้ถามเย้ๆ - [8 ต.ค. 2544 , 18:46:26 น.] ( IP = 202.183.157.157 : : 202.183.157.157 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



กราบนมัสการขอรับหลวงตา น้องจ้อยเก่งมากเลยครับที่ตั้งคำถามมาทำให้ผมและเพื่อนๆได้ความรู้มากเลยครับกราบขอบพระคุณครับ

พี่เณรสิงห์ขอบใจน้องจ้อยมากๆนะที่ถามธรรมะให้หลวงตาตอบขอบใจนะ

โดย เณรสิงห์ [8 ต.ค. 2544 , 19:08:41 น.] ( IP = 202.183.157.157 : : 202.183.157.157 )


  สลักธรรม 2

น้องจ้อยถามต่อครับผม คือ สมัยนี้พวกนักวิชาเกินชอบใช้คำว่า "จิตวิญญาณ" ผมสงสัยจริงๆ ว่าคำที่เขาใช้นี้มันต่างกับคำว่า "จิต" อย่างไรครับผม เช่น เขาบอกว่าธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มีจิตวิญญาณ แต่ธรรมศาสตร์รังสิตไม่มีจิตวิญญาณ มันอย่างไรกันแน่ครับ สถานที่มีจิตวิญญาณด้วยหรือครับผม

โดย น้องจ้อย [8 ต.ค. 2544 , 21:12:07 น.] ( IP = 203.145.15.96 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องจิตวิญาณนั้น ไม่ใช่พูดกันมา
วันสองวันนี้นะจ้อยเอ้ย... พูดผิดๆอย่างนี้มานานนมแล้ว เพราะไม่ยอมศึกษาแล้วก็พูดเอาตามความคิดตนเอง.
เพราะคำว่าจิต กับคำว่าวิญาณนั้นก็เป็นคำๆเดียวกันนั่นแหละ เช่น จิตมีหน้าที่รู้อารมณ์ คือรูปารมณ์ (แสง)
และวิญาณก็คือธรรมชาติรู้เห็น, ได้ยินเป็นต้น
ใช่คำว่าจักขุวิญญาณ

คราวนี้มาดูว่า การเห็นกับการรู้อารมณ์นั้นไม่แตกต่างกันเลย เพราะสิ่งที่รู้และเห็นนั้นต่างก็ เป็น อารมณ์ด้วยกันทั้งสิ้นที่มาให้จิตรู้ และการที่จิตรู้ใช้คำเต็มๆว่า..จักขุวิญาญ..คือจิตเห็นนั่นเอง

เหมือนจ้อยละลูก เวลาไปโรงเรียนจ้อยก็ต้องเรียกตัวเองว่าจ้อยได้ไหม? ไม่ได้นะต้อยใช้ชื่อเต็มไม่ใช่นิคเนม นั่นเห็นไหมเราใช้ต่างโอกาสเท่านั้นหรือจ้อยจะพูดว่า.. ผมชื่อจ้อยนายสมชายละไม่ถูกใช่ไหม ฉันนั้นก็เหมือนจิตกับวิญญาณนั่นเอง เราไม่พูดซ้ำกันหรอกนะ ใช้ต่างวาระกันไง ไม่รู้จริง
ไม่เข้าใจแล้วไปพูด ให้ไขว่เขวไปหมด.

ดังนั้นธรรมศาสตร์เป็นชื่อไม่มีจิตแน่ ตึกต่างๆเห็นอะไร ได้ยินอะไรไม่ได้ก็ไม่มีวิญาณแน่นอน 100% นะเจ้าจ้อย เข้าใจไหมละ

โดย หลวงตา - [9 ต.ค. 2544 , 10:55:23 น.] ( IP = 203.170.147.19 : : 203.170.147.19 )


  สลักธรรม 4

กราบมนัสการหลวงตา
ได้อ่านธรรมะของหลวงตาแล้วเข้าใจถึงการที่กรรมให้ผลขณะเกิดและหลังเกิด
เห็นมีตัวการสำคัญคืออำนาจกรรม
อำนาจกรรมตรงนี้ให้ผลไปทายาทของคนนั้นด้วยหรือครับเห็น บางคนบ่นเพ้อรำพันว่าเพราะกรรมอะไรหนอที่ทำให้ตัวเองต้องมีลูกเช่นนี้
ขอมนัสการกราบเรียนถามขอรับ

โดย เณรวัส [9 ต.ค. 2544 , 11:12:58 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 5

กระทู้นี้ดีจังเลยฮะ เณรจิ๋วชอบ หลวงตายกตัวอย่างได้เข้าใจง่ายดีมากเลย ขำน้องจ้อย ฮิ ฮิ ... คราวหลังจะให้น้องจ้อยแนะนำตัวกับพี่ๆว่า ผมชื่อด.ช.จ้อยสมชายครับ ฮิ ฮิ ฮิ ...

ส่วนคำถามของท่านพี่เณรวัส เณรจิ๋วว่าน่าจะเป็นเพราะธรรมนั้นไหลมาตามเหตุหรือเปล่าฮะ บิดามารดามีอกุศลเป็นมูลราก แล้วยังวางใจไม่ดี ทายาทที่มาเกิดก็เป็นธรรมที่ไหลมาตามเหตุ คือต่างคนต่างทำกรรมของตัวเองมา และก็ได้รับวิบากของกรรมที่ตัวเองกระทำไว้ เพียงแต่ว่าวิบากนั้นมันสอดคล้องอุดหนุนกันเท่านั้น เอ ... หลวงตาฮะ เณรจิ๋วเข้าใจถูกไหมฮะเนี่ย พูดไปพูดมาชักงงๆแล้วฮะ ...

โดย เณะจิ๋ว [9 ต.ค. 2544 , 11:50:20 น.] ( IP = 130.54.247.240 : : )


  สลักธรรม 6

โอโฮ เณรจิ๋ว เล่นศัพท์แสงยากๆ เลยนะเนี่ย เล่นเอาน้องจ้อยงงไปเลย

โดย น้องจ้อย [9 ต.ค. 2544 , 12:31:20 น.] ( IP = 161.200.63.145 : : 161.200.63.145 )


  สลักธรรม 7

กราบนมัสการหลวงตาเจ้าค่ะ
เณรจิ๋วเก่งจัง ตัวแค่นี้ ที่เณรจิ๋วอธิบายมา
ก็แสดงว่า พ่อแม่มีอกุศลกรรมอะไรเป็นมูลแล้ว ลูกที่จะมาเกิดก็จะต้องมี อกุศลเป็นมูลแบบเดียวกันมาเกิดนะสิ ถ้าอย่างนั้นครอบครัวไหนพ่อแม่เป็นคนไม่ดี ลูกที่เกิดมิเป็นคนไม่ดีไปหมด หรือเจ้าค่ะ แต่ที่เห็นบางครอบครัว ลูกที่ดีผิดพ่อผิดแม่ก็มี หลวงตาขา ช่วยอธิบายหน่อยค่ะ

โดย ดาค่ะ [9 ต.ค. 2544 , 20:07:47 น.] ( IP = 203.170.156.228 : : 203.170.156.228 )


  สลักธรรม 8



มาแล้วจ้า.....น้องแก้วมาแล้วค่ะ
ไปสงบจิตใจมาค่ะ รู้ว่าถ้าไม่แก้ที่ตัวเรา
เราจะไม่มีทาง ชนะอารมณ์ได้เลย

น้องแก้วจึงไปดูตะวัน ขึ้นๆลงๆมา 2 วันค่อยหายปวดใจ ที่ใครต่อใครเข้าใจผิด

ดีใจจังเลย ที่พวกเราพยายามตั้งใจ หาความรู้กับผู้รู้มีหลวงตาเป็นผู้ตอบ และช่วยกันแก้ไขทิฐิให้ตรงมากขึ้น

ตอนนี้หลวงตาท่านจำวัดอยู่
เดี๋ยวคงออกมาตอบปัญหา
ให้พวกเราได้แสงสว่างแก่ชีวิต
รอเดียวนะจ๊ะ

โดย น้องแก้วค่ะ [9 ต.ค. 2544 , 20:25:04 น.] ( IP = 203.170.156.228 : : 203.170.156.228 )


  สลักธรรม 9



อ้อ..สำคัญๆมานั่งกันอยู่เป็นแถวมารอฟังธรรมะกันดีจริง
โตขึ้นมาจะได้ช่วยกันอบรบ สั่งสอนเยาวชนของชาติให้มีปัญญามากๆนะ

เรื่องที่เณรวัส เณรจิ๋วและหนูดาถามมานั้นดีมาก

เพราะเรื่องกรรมนี้ลึกซึ้งมาก
กรรมนี้ต้องศึกษาให้เข้าใจนะว่า มีกรรมชนิดใดบ้างไม่อย่างนั้น จะสัปสนไปกันใหญ่

คำว่ากรรม แบ่งใหญ่ๆหลักๆแล้วเอาแค่ ๔ จำพวกก่อนนะ

คือ 1. ชนกกรรม
2. อุปถัมภกกรรม
3. อุปปีฬกกรรม
4. อุปฆาตกกรรม


จำง่ายๆนะหนู ชนกกรรม เปรียบเสมือนมารดาผู้ให้กำเนิดบุตร มีหน้าที่เพียงนำปฎิสนธิเท่านั้น ไม่มีหน้าที่อื่น

ส่วนอุปถัมภกกรรม นี้มีหน้าที่ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูสัตว์ทั้งหลาย ที่ไปเกิดในภูมิต่างๆ ให้ได้รับความสุข และความทุกข์ตามสมควรแก่กรรมตน

ส่วนอุปปีฬกกรรม มีหน้าที่เบียกเบียนกรรมอื่นๆ ที่มีสภาพตรงกันข้าม กับกรรมของตนคือเบียดเบียนทั้ง ฝ่ายกุศลและฝ่ายอกุศล เมื่ออุปปีฬกกรรมมีโอกาสเมื่อใด มันจะตรงเข้าไปเบียดเบียนทำร้ายสภาพธรรมที่ตรงกันข้ามทันที

ส่วนอุปฆาตกกรรม หรือ อุปัจเฉทกกรรม เป็นกรรมที่ตัดรอน กรรมที่มีสภาพตรงข้ามโดยเด็ดขาดในปัจจุบันทันด่วน ให้ตายเลยก็ได้ เช่นเกิดอุบัติเหตุที่ตึกสูงๆ ที่อเมริกานี่ไงตายกันโดยไม่ทันรู้ตัว
หรือตัดรอนจากความจน
ให้ร่ำรวยในพริบตาก็ได้นะจะบอกให้
เช่นถูกรางวัลที่ 1.ไงละเห็นไหม
เห็นหรือยังอำนาจกรรม
นั้นเกินที่ใครจะไปหยุดยับยั้งเขาได้.


ส่วนเด็กที่เกิดมานั้นดีชั่ว อยู่ที่การสร้างสมกรรมในอดีตมา

เรียกว่า นิสสยปัจจัย, ปกตูนิสสยปัจจัย
เรื่องนี้เป็นสมบัติส่วนตัว ไม่มีทางมอบให้กันได้เด็ดขาด ต้องสร้างเอง
เช่นพ่อแม่เป็นคนดีทั้งคู่
แต่ได้ลูกปัญญาอ่อนนั้น ก็มิใช่ว่าต้องมีพ่อแม่ปัญญาอ่อนที่ไหนกัน
สำคัญอยู่ตรงที่กำลังจะเป็นฐาน รับการเกิดนั้นพ่อแม่ได้ทำอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น อาจจะเป็นช่วงที่ไปเที่ยวสนุกสนานกินเหล้ากันยกใหญ่ เพราะถือว่าพักร้อนไม่ได้ทำงาน ก็เลยเพลิดเพลินขาดสติและตกอยู่ในความประมาทช่วงนั้น

แหละช่วงนั้นพอดี ที่มีเหตุสมพร้อมที่จะมีบุตร จึงได้บุตรปัญญาอ่อนมาเกิดไง เพราะพ่อแม่ตั้งตนไว้ผิด... อย่างนี้พอจะเข้าใจกันไหมเด็กๆ ว่าความประมาทนี้น่ากลัวเห็นไหม?
พ่อแม่ก็ดีดีละแต่ขาดสตินิดเดียว ธรรมะชนิดนั้นๆก็ไหลมาได้.

แล้วอย่างนี้จะไปโทษใครก็ทำกรรมร่วมกันมานี่ละ


ไปพักกันได้แล้วไป....

โดย หลวงตา - [9 ต.ค. 2544 , 22:35:51 น.] ( IP = 203.170.154.90 : : 203.170.154.90 )


  สลักธรรม 10



จ้อยดีใจมาก... ครับหลวงตา จ้อยเข้าใจแล้วครับว่าการไม่ประมาทดีที่หนึ่งเลยครับ
แต่จะทำอย่างไร ? จึงจะไม่ประมาทละครับ
หลวงตา ยังไม่ต้องตอบตอนนี้หรอกครับเวลาพักเดี๋ยว จ้อยไปทานโจ๊กสามย่านก่อนนะครับ อิ อิ.

โดย น้องจ้อย [10 ต.ค. 2544 , 06:51:03 น.] ( IP = 203.148.169.137 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org