มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระราชดำรัชวันฉลิมพระชนมพรรษา




ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระราชวโรกาสให้
คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร
เนื่องในวโรกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2546
ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ทรงมีพระราชดำรัสความว่า


ขอขอบใจนายกฯ และท่านทั้งหลาย ทั้งข้างในทั้งข้างนอก
ที่ได้มาชุมนุมกันเพื่อให้พรในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ซึ่งนับว่า เป็นกำลังใจที่จะมีชีวิตการทำงานต่อไป ที่นายกฯ ได้พูดถึงกิจการที่ได้ปฏิบัติมาในรอบปี ก็ความจริงในรอบปีนี้

สำหรับส่วนตัวไม่ได้ทำอะไรมากนัก เพราะว่ากำลังกายไม่ค่อยดี ประกอบด้วยการไปเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง และเมื่อเข้าโรงพยาบาลจะต้องฟื้นกำลัง เมื่อเดือนก่อนนี้ได้เข้าไปตรวจร่างกายและใช้เครื่องสมัยใหม่สำหรับตรวจดู เมื่อตรวจดูแล้ว เขาให้ดูผลด้วยเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งถือว่าเป็นเอกซเรย์ธรรมดา

แต่ว่าสมัยใหม่ที่สุด เวลาเขาเอามาให้ดูก็ตกใจว่า เราข้างในเป็นอย่างนั้น เขาปอกเปลือกหมด เขาเอาออกหมด แม้กระดูกก็หักกระดูกไปให้เห็นข้างใน เลยดู รู้ทำไมเราเดินไม่ตรง เพราะว่ากระดูกมันคด อย่างที่ว่า คดในข้องอในกระดูก เรางอจริงๆ กระดูก เราก็เชื่อว่า ทุกท่านถ้าไปเข้าเครื่องนั้นคงงอ งอเหมือนกัน ไม่ทราบว่าจะคดเหมือนกันหรือเปล่า แต่ว่าดูแล้วก็ตกใจ แล้วก็ไอ้งอในกระดูกนี่ มันก็ทำให้ประสาทที่อยู่แถวๆ นั้นถูกบีบไป เลยทำให้เดินไม่ตรง อย่างบางคนเขาบ่นว่า พระเจ้าอยู่หัวหมู่นี้ทำไมเดินไม่ตรง ใจมันตรง แต่ว่ากายมันไม่ตรง แล้วนี่ก็ทราบ

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:24:22 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 11

ท่านผู้ว่าฯ นั้นเพิ่งมา 2 อาทิตย์ มา 2 อาทิตย์ ก็ไม่รู้จักที่เลยไม่เคยมา ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ทำหน้าที่ ซีอีโอ เหมือนกัน ก็เลยเละ น้ำเขาบอกว่าน้ำที่ถนนมีน้ำ 1 เมตร ซึ่งรถแล่นไม่ได้ทำไปทำมาภายในชั่วโมงนึง เขาบอกว่าเขาจัดการได้แล้ว มีน้ำเพียง 10 เซนติเมตร เออมันเป็นยังไงนะ ตอนนั้นบอกมีน้ำ 1 เมตร หมายความว่าผู้ว่าฯ ซีอีโอ ภายใน 10 นาที ภายในชั่วโมงท่านเรียนรู้แล้ว สั่งอย่างนั้นไม่ให้ปล่อยน้ำมาทางนี้ ให้ปล่อยน้ำไปทางโน้น ลงท้ายก็แล่นรถไปได้ มาที่เขาประชุม ซีอีโอกัน ท่านนายกฯ สั่งหมด แล้วขากลับแห้ง ถึงให้เงิน 18,100,000 ให้กับเขาเพื่อที่จะทำ

เพราะว่าน้ำมันไม่ไปน้ำมันไม่ลง เพราะว่า น้ำมันถูกกัก มีคันเขื่อนกั้น เขาทำไว้สำหรับไม่ให้น้ำทะเลเข้ามา อันนี้น้ำทะเลมันไม่เข้า อันนี้น้ำจืด น้ำเขื่อนเขาปล่อยลงมา มันไม่ออก มันเป็นอย่างนี้เรื่องวิธีปราบน้ำท่วม หรือน้ำแล้ง ถ้าน้ำแล้งก็ต้องกั้นเอาไว้เพื่อที่จะให้น้ำเอาไว้เป็นประโยชน์ได้

…

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:49:20 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 12


แต่ว่าถ้าน้ำมันมากก็ต้องปล่อยให้ออกไป ทั้งนี้มันทำไม่ได้เพราะว่าไม่มีทางออก เพราะกั้นน้ำทะเลไม่ให้เข้า น้ำจืดที่มาท่วม 1 เมตร ที่จริงมากกว่า 1 เมตร เมื่อออกไม่ได้ก็เลยให้ต้องตัด ตัดถนน หรือตัดเขื่อน ตัดคันป้องกันน้ำเค็ม ตัดออกน้ำท่วมมันก็ออกไป หลักวิชาของชลประทาน อันนี้เป็นเรื่องของชลประทาน ที่เขื่อนเพชร เขื่อนเพชรนั่นนะรับน้ำจากแม่น้ำเพชร แล้วก็ยกระดับน้ำขึ้น อันนี้เป็นวิชาการชลประทาน ยกระดับน้ำขึ้นแล้วก็ดันให้เข้าไปในคลองส่งน้ำ คลองส่งน้ำนั้นนะ เขาก็เอาใช้ออกไปในนา ในสวน ในบึงที่ต้องการน้ำ ในยามปกติก็เป็นอย่างนั้น ก็คลองมีเขื่อนยกระดับน้ำดันเข้าไปในคลอง ในคลองซึ่งส่งไปในที่ที่ทำการเพาะปลูก แต่ตอนนี้น้ำมันมากในคลองนั้นนะ ต้องเป็นคลองระบายน้ำ ซึ่งที่เพชรบุรีไม่มีคลองระบายน้ำ มีแต่คลองส่งน้ำ ท่านอาจจะไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างคลองส่งน้ำ กับคลองระบายน้ำ ส่งน้ำเนี่ยเอาน้ำไปในที่ต้องการ ระบายน้ำแปลว่าน้ำนั่นออกจากที่ที่ไม่ต้องการ ที่เพชรบุรีไม่มีคลองระบายน้ำ แล้วก็ไม่มีประตูควบคุมน้ำ ประตูมันกั้นน้ำทั้งนั้น ก็เลยทำให้วุ่นวายไม่ใช่ความคิดของผู้ว่า ซีอีโอ แต่ท่านไม่รู้ท่านไม่เคยเรียน ท่านไม่เคยเรียนชลประทาน ท่านไม่เคยเรียนดูแผนที่มันผิด นายกบอกว่ามีวิชาดูแผนที่ ท่านไม่รู้ แต่ท่านเรียนเร็วลงท้ายก็เรียบร้อย เราก็เชื่อว่าปีหน้าไม่มีน้ำท่วมอันใหม่ แต่ก็ต้องทำโครงการให้ครบถ้วน


โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:50:39 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 13

แล้วก็ที่นายกฯ พูดถึงโครงการที่กบินทร์บุรี กบินทร์บุรีทำตั้งนานแล้วเป็นอ่างเก็บน้ำที่เก็บน้ำได้ 32,000,000 ลูกบาศก์เมตร แต่น้ำมันเยอะที่นั่น น้ำก็ต้องปล่อยออกมาแต่มาสมทบทำให้น้ำท่วมด้านประจวบฯ คือที่ทำเขื่อนนั้นไม่ได้สูง ไม่ได้ใหญ่เพราะว่าไม่มีเวลา สมัยที่สร้างนั้นเป็นสมัยที่มีก่อการร้าย ท่านไม่กล้าที่จะชักช้าอยู่ที่นั่น มีคนที่ถูกยิงตาย มีช่างถูกยิงตาย แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุ้มกัน ก็ถูกระเบิด ก็ไม่ใหญ่พอ แต่ที่หลังเนี่ยก็ไปได้เรียบร้อยคนก็เข้าไปทำมาหากินมากขึ้น ไม่ลำบากในการที่จะสร้างเพิ่มเติมที่นั่น แล้วก็มิหนำซ้ำยังมีก่อการร้ายช้าง ช้างก็อยู่ในนั้นมาก่อการร้ายผู้ที่เข้าไปอยู่ในนั้น คนที่เคยอยู่ในนั้นก็เคยเป็นก่อการร้าย ก็เท่ากับกรรมสนองกรรม คนที่ทำในนั้น ไอ้ช้างมันก่อการร้ายมันมักจะกินสับปะรดของก่อการร้าย ต้องทำโครงการช่วยช้าง เพื่อที่จะให้ช้างมากินของเกษตรกร แล้วเกษตรกรก็เชื่อการก่อการร้ายเป็นยังไงก็เลยเป็นอันว่าตกลง อันนี้ก็ต้องสร้างเขื่อนให้เก็บน้ำดีขึ้นอย่างมากที่สุดก็ขึ้น 2 เมตรกว่าๆ ก็นับว่าจะดีได้น้ำเพิ่มเติม 9,000,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งนับว่ามันไม่เลวมันไม่มาก สู้ที่อื่นไม่ได้มันไม่มากแต่ว่าดีกว่าที่มี ความจริงควรจะมีอย่างนี้ทั่วตลอด ให้สามารถที่จะเก็บน้ำป้องกันให้น้ำมาท่วมตอนหน้าฝน หรือมีพายุเข้ามาไม่ให้น้ำแล้งให้มีน้ำใช้สำหรับการกสิกรรมหรือการบริโภค

…

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:52:29 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 14


เดี๋ยวนี้ทั่วโลกเขาบ่นว่าขาดน้ำๆ ในระหว่างที่บ่นว่าขาดน้ำๆ มีคนเขาตายเพราะถูกน้ำท่วมอย่างฝรั่งเศสใต้ เดี๋ยวนี้ ตายไปเกือบ 10 คนแล้ว ทำไมเพราะว่าเขาไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำโครงการระบายน้ำ ระบายน้ำที่ถูกต้อง เห็นในแผนที่เขาก็โชว์ มันผิด แต่ถ้าแก้ไขลำบาก เพราะว่าวิธีที่เขาทำ ถึงเป็นห่วงอย่างกรุงเทพเนี้ยเป็นห่วง ถ้าทำโครงการกั้นน้ำไม่ให้ท่วมกรุงเทพ อาจจะกำลังสนใจ คือคันข้างแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดกรุงเทพ ถ้าทำให้สำเร็จ ให้มีประสิทธิภาพสูงน้ำก็จะท่วม เพราะว่าน้ำจะขึ้นสูงขึ้น อันนี้เป็นหลักของชลศาสตร์ ถ้าทางระบายน้ำ หรือทางเป็นคลอง น่าจะท่อ ถ้าแคบต้องทำให้สูงขึ้น เพื่อให้น้ำผ่านได้มากขึ้น แต่ที่กรุงเทพลำบากมาก เพราะน้ำมาอยู่มาใกล้ทะเล ขึ้นสูง น้ำทะเลก็ขึ้นสูง มันดุลกัน น้ำก็ท่วม มันไม่มีที่ที่จะอยู่ ฉะนั้นจะต้องทำโครงการน้ำมีที่อยู่ ถึงว่ามีโครงการแก้มลิง ซึ่งต่างประเทศเดี๋ยวนี้เขาทำโครงการแก้มลิง

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:54:46 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 15

มีการป้องกันน้ำท่วมที่บูอาลิน ซึ่งบูอาลินเป็นเมืองอยู่ต่ำกว่าระดับทะเล เขาทำเขื่อนสูงเป็นกำแพง ตลอดรอบ น้ำทะเลขึ้นมาไม่เข้า แต่ว่าเขาจะกั้นปิดแม่น้ำมิซิซิบีไม่ได้ เพราะว่าต้องมีทางให้เรือเข้า เขากำลังเดือดร้อน มิซิซีบีน้ำมันมากขึ้น เพราะทำไม ฝนตกมากขึ้น และข้างบนเขากั้นไว้หมด ไม่ให้มิซิซีบีแผ่ออกไป แต่ก็มีโครงการเหนือบูอาลิน ซึ่งเป็นทางสำหรับระบายออกทะเล ไปลงแก้มลิงยักษ์ของเขา ซึ่งไม่ใช่แก้มลิง ซึ่งเป็นทะเลนั่นเอง แต่ถึงเวลาเขาก็ปล่อยข้างๆ ไปข้างๆ ไปทางตะวันออก ถ้าไม่พอ เขายังทำการปล่อยน้ำลงทางตะวันตกของเมือง ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นซุปเปอร์คลอง คืออะชะภะระยะ ไม่ใช่คลองเป็นที่ที่จะกว้างออกไป ปกติน้ำไม่ท่วม

ขออนุญาตใครอยากไปทำกสิกรรม ที่นั่น แต่เขาไม่รับรองว่าน้ำจะไม่ท่วม พอถึงเวลาน้ำก็ท่วม ไม่ท่วมบูอาลิน ก็ลงมาอะชะภะระยะ แต่เดี๋ยวนี้กำลังเดือดร้อนเพราะอะชะภะระยะนั้น มีผักตบชวา น้ำไม่ไหล น้ำไหลยาก ก็ไม่ทราบว่าจะทำอะไร ถ้าอยากรู้ต้องไปถาม ต้องให้พวกที่เอ็มไอที ที่เขามาช่วย มาช่วยเรื่องของเมืองไทย แต่ถ้าเมืองไทยไม่พยายามทำ แก้ไข สถานการณ์น้ำท่วม กรุงเทพนี้จะท่วม คนเขากลัวมาหลายปีแล้ว เราก็ฟังๆ ไม่อยากพูดว่าจริง แต่ความจริงเป็นจริงได้ ว่ากรุงเทพจะท่วม ไม่ใช่เพราะว่าดูดน้ำบาดาล ทรุดก็ทรุดแน่นอน

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:56:04 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 16

เพราะว่ากรุงเทพฯ เป็นที่เขาเรียกว่าเป็นพลุทั้งคัน ไม่ใช่

ที่รู้ว่าเป็นพลุอย่างสวนหลวง ร.9 นั้นน่ะ ขุดไปมันเป็นพลุ แล้วก็ดินมันเปรี้ยว ที่ทั่วกรุงเทพดินเปรี้ยว มีคนเขาซื้อดินเพราะว่าไปขุดดินมาขาย อย่างที่ที่สวนหลวง ร.9 ดินมันโหว่ เพราะว่าทำไมมันไปแอบขุดดินมาขาย แต่สมน้ำหน้าคนที่ซื้อดินมาปลูกต้นไม้ ต้นไม้ตายหมด เพราะมันเปรี้ยว เลยทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ถ้าเอาดินของสวนหลวง ร.9 มาจ้างพระเจ้าอยู่หัว มาจ้างเทคโนโลยี การแก้ดินเปรี้ยว ไปเรียนที่พิกุลทอง ที่นราธิวาส ดินเปรี้ยว ขุดบ่อทำบ่อเลี้ยงปลา ปลาโดดหนีหมด โดดจริงๆ ไม่เคยเห็น แม้จะเอาปลาเงิน ปลาทอง ที่ทนเปรี้ยวยังกระโดดๆ เพราะว่ามันเปรี้ยว ไปปลูกดอกบัว ดอกบัวเหี่ยว เพราะว่ามันเปรี้ยว เราต้องแก้ไขจนได้ แก้ไขไม่ให้เปรี้ยว จนปลูกข้าวได้ ล้างพลุที่เปรี้ยว คงไม่มีใครได้เห็นดินพลุเป็นยังไง
…

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 06:59:46 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 17

เล่าให้ฟัง ดินพลุนั่นนะ เขาขุดลงไปประมาณ 2 เมตร ข้างบนก็สีแดงๆ แต่ลงไปๆ สีเขียว สีม่วง นั่นนะเป็นดินที่มีกัมมะถัน กัมมะถันมาเจอน้ำกับอากาศ กลายเป็นกรดกัมมะถันลงไป กรดกัมมะถัน ทางพัฒนาที่ดินเขาบอกว่า ขุดอย่างนั้นตายแน่จะกลายเป็นกรดกัมมะถัน ปลูกอะไรไม่ได้ เราก็นึกว่าดินก็เป็นกรดกัมมะถัน มาสร้างโรงงานทำแบตเตอรี เราก็เอากรดกัมมะถันใส่ เราก็ได้ไฟฟ้า ไฟฟ้ามันหายาก ทำแบตเตอรี่กรดกัมมะถัน แต่ทำไปทำมาภายใน 2 ปี ได้กินข้าว

…
แต่ก่อนนี้ที่ตากใบ ติดกับอำเภอเมือง ติดกับเขตแดน ชาวบ้านปลูกข้าวไม่ได้ เขาปลูกข้าวดูตอนแรกขึ้นเขียว ไม่เท่าไรก็เหลือง ไม่ใช่เหลืองเพราะว่าสุก เหลืองเพราะว่าแห้งตาย มีเป็นหย่อมๆ บางแห่งที่เขียว และในที่สุดได้ข้าว ไร่หนึ่งได้ประมาณครึ่งถัง ไม่ถึงครึ่งถัง ก็ไปทำวิธีแก้ไข 2 ปี เขาได้ข้าว ไร่ละ 30 ถัง แล้วก็เวลาเขาชวนไปดู ได้เห็นข้าวใส่ในถุงเล็กๆ ระหว่างข้างทางเราก็จอดอยู่ เขาก็ยกข้าวเป็นถุงๆ มาใส่ เต็มรถ เยอะแยะ เขาบอกว่าเอาไว้กิน มีถมเถ เขาขายแล้ว ได้ขายมีกิน เก็บกิน เพราะว่านี่เป็นเทคโนโลยีที่ท่านให้ เป็นวิชาการของการทำให้ดินเปรี้ยวกลายเป็นดินที่ใช้ได้ เราก็ทำได้…

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 07:01:24 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 18

แต่ก่อนนี้ไม่ได้ทำ แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องของต้องศึกษา และต้องใช้จินตนาการด้วย ไม่ใช่มีในตำรา ถ้ามีในตำรา มลายูก็ทำแล้ว ข้ามฟากไปทางนู้น วิธีปลูกข้าว ไม่เหมือนของเรา แต่ของเราเพิ่งพบวิธีปลูกข้าวในพลุ และทำให้นราธิวาสมีกินและขายได้ อันนี้ที่หมายความว่าจะต้องสอนให้เด็กๆ มีจินตนาการ ซึ่งตอนนั้นฝ่ายมาเลเซีย ฝ่ายมลายู เขามีเทคโนโลยีสูงมาก เราก็ชื่นชมรัฐบาลมาเลเซียว่าเขาเก่ง เขามีความสามารถ เขาฉลาด จริงๆ ก็ฉลาด แต่ตอนนั้นเขาก็ปลูกข้าวไม่เป็น เขาต้องเอาคนไทยไปสอน แต่ที่เราสอนได้จากคนที่มีความรู้ แล้วเรียนเกี่ยวข้องกับการเกษตรและมาพลิกแพลง พลิกแพลงให้สามารถทำให้ดินมีผลิตผลได้ และอันนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ จะต้องสามารถเลี้ยงตัวได้ ถึงมาเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง แต่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปก้าวหน้าไปอีก ไม่ใช่เพียงแต่ปลูกให้พอกิน ไม่ใช่พอกินอย่างนั้น มันต้องมีพอที่จะตั้งโรงเรียน มีพอที่จะมี แม้จะศิลปะ ทำให้ศิลปะเกิดขึ้น และประเทศชาติก็จะถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เจริญในทุกทาง เจริญในทางไม่หิว มีกิน คือ ไม่จนและมีกิน แล้วก็มีอาหารใจ หรืออะไรอื่นๆ ให้มากๆ ความสะดวกให้สามารถที่สร้างอะไรๆ นี่ก็เศรษฐกิจพอเพียงทั้งนั้นแหละ…

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 07:02:49 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 19

แต่เศรษฐกิจพอเพียงสำคัญว่าจะต้องรู้จักขั้นตอน คือถ้านึกจะทำอะไรให้เร็วเกินไปไม่พอเพียง แต่ถ้าไม่เร็วเกินไป หรือช้าเกินไปก็ไม่พอเพียง ต้องให้รู้จักก้าวหน้า อาจจะเร็วก็ได้ แต่ให้ก้าวหน้าโดยที่ไม่ทำให้คนเดือดร้อน อันนี้เศรษฐฏิจพอเพียง ก็คงได้ศึกษามาแล้วว่าเราพูดมา 10 ปีแล้วเรื่องเศรษฐกิจพเพียง ก็ต้องปฏิบัติด้วย ปฏิบัติที่ประหลาดที่สุดที่เริ่มต้นที่สระบุรี ที่วัดมงคลชัยพัฒนา เริ่มต้นมา 15 ปีแล้ว ก่อนถึงอายุ 60 ก่อนมีมูลนิธิชัยพัฒนาด้วยซ้ำ ใช้เงินเริ่มต้นที่นี้ในศาลาดุสิต มีเพื่อนฝูงเอาไหม ไปซื้อที่ ต่างคนให้พันสองพันบาท เราก็ได้ไปจัดการที่ตรงนั้น 15 ไร่ก่อน นั่นแหละเศรษฐกิจพอเพียง ก็ค่อยๆ ขยาย จนกระทั่งไปทั่วประเทศ จนกระทั่งรัฐบาลสนใจ พวกที่เป็นนักเศรษฐกิจเก่งๆ สนใจ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องโฆษณาแล้ว เพราะว่านักเศรษฐกิจที่มีความรู้เข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วสบายใจ มาถวายพระพร ให้สบายใจอย่างนี้ถ้าเข้าใจ ที่พูดที่ทำอะไร อันนี้เป็นพรที่ดีที่สุด แล้วพอใจ ในเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องข้าวเท่านั้นเอง ในเรื่องด้านปกครองทั้งหลาย ในด้านวิชาการอื่นๆ ทั้งหลาย มันก็มีพอเพียงเหมือนกัน คราวนั้นพูดถึงรัฐศาสตร์ ถ้าไม่พอเพียงใช้ไม่ได้ ทำให้เละเทะไปหมด ตะลอมให้กลับใจ ให้พอเพียงไม่ใช่เศรษฐกิจ ให้พอเพียงในความคิด ให้พอเพียง ให้สามารถอยู่ได้ แม้แต่กองทัพก็ต้องพอเพียง พอเพียงเยอะแยะ ที่สมควรที่จะทำเราก็ทำได้ ทหารเรือ เศรษฐกิจพอเพียง พังแล้ว แต่ว่าก็ได้รับราชการมานานพอสมควร อื่นๆ ก็ควรจะคิดถึงพอเพียง

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 07:04:37 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )


  สลักธรรม 20

ต้องพูดเพราะว่านายกฯ มาพูดเมื่อวานนี้ ที่สนามหลวง ถือธง ถือธงชนะๆ ไชโย ทราบดีว่านายกฯ ไม่ชอบให้ค่อยให้เตือน เพราะว่าเตือน ใครเตือนเรา มันเคือง มันเคือง

เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
สมเด็จพระบรม เราอายุ 40-50 แล้ว
ท่านชม โอ้ย เก่ง แม่ชอบ แต่ท่านต่ออย่าลืมตัว
ท่านว่าอย่างนั้น อย่าลืมตัว อย่าลอย
ขาต้องอยู่กับดิน

ท่านบอกว่าชื่อลูก ภูมิพล
ภูมิพลต้องเหยียบดิน
ไอ้การลอยไม่เหยียบดินเสร็จ ใช้ไม่ได้

ภูมิพล เหยียบดิน (กระทืบเท้า) ถึงเดิน
เดินบนดิน ห้ามไม่ให้ลอย
จนกระทั่งอายุเกือบ 60 ท่านหยุด
ท่านไม่เตือนแล้ว

แม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี
แต่อย่าไปเห่อมากเกินไป

โดย พี่เณรชิต [7 ธ.ค. 2546 , 07:08:42 น.] ( IP = 203.155.232.219 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org