มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๓ ข้อ ๑๗๙ - ๑๘๐




[๑๗๙] พ.ดูกรอุทายี เปรียบเหมือนบุรุษคนจน เห็นภิกษุผู้อยู่ในอาราม นั่งอยู่ในที่อันร่มเย็น ประกอบในอธิจิต. เขาดำริว่า ความเป็นสมณะเป็นสุขหนอ เราควรจะออกบวชบ้างหนอ แต่เขาไม่อาจละเรือนเล็กออกบวชเป็นบรรพชิตได้ . ผู้ใดพึงกล่าวว่าบุรุษนั้นถูกเขาผูกด้วยเครื่องผูก ไม่อาจละเรือนเล็กๆ หลังหนึ่ง ออกบวชเป็นบรรพชิตได้ ก็เครื่องผูกของเขานั้นเป็นเครื่องผูกไม่มีกำลัง ผู้นั้นชื่อว่าพึงกล่าวโดยชอบหรือหนอ? .
          -อ. ไม่ชอบ พระเจ้าข้า เครื่องผูกของเขานั้นเป็นเครื่องผูกมีกำลัง เหมือนท่อนไม้ใหญ่ พระเจ้าข้า .
          พ. โมฆบุรุษก็ฉันนั้น เมื่อเรากล่าวว่า……( เหมือนข้อ ๑๗๗ ) .

โดย แววตะวัน [8 ธ.ค. 2546 , 01:04:38 น.] ( IP = 169.210.15.93 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

[๑๘๐] พ. ดูกรอุทายี เปรียบเหมือนคฤหบดีผู้มั่งคั่ง เห็นภิกษุผู้อยู่ในอาราม นั่งอยู่ในที่อันร่มเย็น ประกอบในอธิจิต เขาดำริว่า ความเป็นสมณะเป็นสุขหนอ เราควรจะออกบวชเป็นบรรพชิตบ้างหนอ เขาอาจละทองแล้วออกบวชเป็นบรรพชิตได้ . ผู้ใดพึงกล่าวว่า เครื่องผูกคฤหบดีเป็นเครื่องผูกมีกำลังมั่น ผู้นั้นชื่อว่าพึงกล่าวโดยชอบหรือหนอ? .
          -อุ.ไม่ชอบ พระเจ้าข้า เครื่องผูกคฤหบดีเป็นเครื่องผูกไม่มีกำลัง .
          -พ. กุลบุตรก็ฉันนั้น เมื่อเรากล่าวว่า…..( เหมือนข้อ ๑๗๘ )
.

รายละเอียดของพระสูตรดูได้จากเว็บนี้ครับ.
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=13&lstart=3253&lend=3507
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.

โดย แววตะวัน [8 ธ.ค. 2546 , 01:05:35 น.] ( IP = 169.210.15.93 : : )


  สลักธรรม 2


          ข้อความว่า
                    -พ. กุลบุตรก็ฉันนั้น เมื่อเรากล่าวว่า…..( เหมือนข้อ ๑๗๘ )

          ขอเสนอความเห็นว่า ควรคัดลอกเนื้อความเต็ม มาแสดงครับ.

โดย ฐานาฐานะ [8 ธ.ค. 2546 , 02:29:48 น.] ( IP = 203.118.74.35 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบคุณที่แนะนำครับ .
ข้อความเต็มมีดังนี้ครับ .
          พ. กุลบุตรก็ฉันนั้น เมื่อเรากล่าวว่า จงละโทษนี้เสียเถิด เขากล่าวว่า ทำไมจะต้องว่ากล่าวเพราะโทษเพียงเล็กน้อยที่ควรละนี้ ซึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสให้เราทั้งหลายละด้วยเล่า . ( น่าจะหมายความว่า พระพุทธองค์ตรัสไว้แล้วว่าให้ละ ก็ต้องละ ทำไมจะยังมีข้อสงสัยให้ถกเถียงกันอีก ) . เขาละโทษนั้นด้วย เข้าไปตั้งความยำเกรงในเราด้วย อนึ่ง ภิกษุนั้นละโทษนั้นแล้วเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย . ( คือเป็นผู้ไม่ขวนขวายในกิจอย่างอื่น อรรถกถา เล่ม ๒๐ หน้า ๓๘๘ ) . โทษเพียงเล็กน้อยนั้น เป็นเครื่องผูกไม่มีกำลัง เปื่อย ไม่มีแก่นสาร .

โดย แววตะวัน [10 ธ.ค. 2546 , 23:47:15 น.] ( IP = 169.210.9.238 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org