มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๓ ข้อ ๒๔๘ - ๒๕๐




[๒๔๘] ว. ก็ภิกษุผู้มีจิตพ้นวิเศษแล้วอย่างนี้ จะเกิดในที่ไหน?
.
          -พ. คำว่าจะเกิดดังนี้ ไม่ควรเลย .


ว. ถ้าเช่นนั้น จะไม่เกิดขึ้นหรือ? .
          -พ. คำว่าไม่เกิดดังนี้ ก็ไม่ควร .


ว. ถ้าเช่นนั้น เกิดก็มี ไม่เกิดก็มีหรือ?
.
          -พ. คำว่าเกิดก็มี ไม่เกิดก็มีดังนี้ ก็ไม่ควร
.


ว. ถ้าเช่นนั้น เกิดก็มิใช่ ไม่เกิดก็มิใช่หรือ? .
          -พ. คำว่าเกิดก็มิใช่ ไม่เกิดก็มิใช่ดังนี้ ก็ไม่ควร .
          ว. ข้าพเจ้าถึงความไม่รู้ ถึงความหลงแล้ว แม้เพียงความเลื่อมใสของข้าพเจ้าที่ได้มีแล้ว เพราะพระวาจาที่ตรัสไว้ในเบื้องแรกของท่านพระโคดม บัดนี้ได้หายไปเสียแล้ว .
          พ. ควรแล้วที่ท่านจะไม่รู้ ควรแล้วที่ท่านจะหลง เพราะว่าธรรมนี้เป็นธรรมลุ่มลึก ยากที่จะเห็น .


โดย แววตะวัน [24 ธ.ค. 2546 , 23:36:08 น.] ( IP = 169.210.4.3 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

[๒๕๐] พ. เราจักย้อนถามท่านในข้อนี้ ท่านเห็นควรอย่างใด ก็พึงพยากรณ์อย่างนั้น ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน . ถ้าไฟลุกโพลงอยู่ต่อหน้าท่าน ท่านจะพึงรู้หรือว่า ไฟนี้ลุกโพลงต่อหน้าเรา? .
          -ว. ข้าพเจ้าพึงรู้ .


พ. ไฟที่ลุกโพลงอยู่ต่อหน้าท่านนี้ อาศัยอะไรจึงลุกโพลง ท่านถูกถามอย่างนี้แล้วจะพึงพยากรณ์ว่าอย่างไร? .
          -ว. อาศัยเชื้อ คือ หญ้าและไม้จึงลุกโพลงอยู่ .


พ. ถ้าไฟนั้นพึงดับไปต่อหน้าท่าน ท่านพึงรู้หรือว่า ไฟนี้ดับไปต่อหน้าเราแล้ว?
.
          -ว. ข้าพเจ้าพึงรู้
.

พ. ถ้าใครๆ พึงถามท่านอย่างนี้ว่า ไฟที่ดับไปแล้วต่อหน้าท่านนั้น ไปยังทิศไหนจากทิศนี้ คือทิศบูรพา ทิศปัจจิม ทิศ อุดร หรือทิศทักษิณ ท่านถูกถามอย่างนี้แล้ว จะพึงพยากรณ์ว่าอย่างไร?
.
          -ว. ข้อนั้นไม่สมควร เพราะไฟนั้นอาศัยเชื้อ คือ หญ้าและไม้จึงลุก แต่เพราะเชื้อนั้นสิ้นไป และเพราะไม่มีของอื่นเป็นเชื้อ ไฟนั้นจึงถึงความนับว่าไม่มีเชื้อ ดับไปแล้ว. .

โดย แววตะวัน [24 ธ.ค. 2546 , 23:38:38 น.] ( IP = 169.210.4.3 : : )


  สลักธรรม 2

          พ. ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเมื่อบัญญัติว่าเป็นสัตว์ พึงบัญญัติเพราะรูปใด รูปนั้นตถาคตละได้แล้ว ตถาคตพ้นจากการนับว่ารูปมีคุณอันลึก อันใครๆ ประมาณไม่ได้ ไม่ควรจะกล่าวว่าเกิดก็มี ไม่เกิดก็มี เกิดก็หามิได้ ไม่เกิดก็หามิได้ บุคคลเมื่อบัญญัติว่าเป็นสัตว์ พึงบัญญัติเพราะเวทนาใด ... เพราะสัญญาใด ... เพราะสังขารเหล่าใด ... เพราะวิญญาณใด ... วิญญาณนั้น ตถาคตละได้แล้ว…ฯลฯ…เกิดก็หามิได้ ไม่เกิดก็หามิได้ .

จบ อัคคิวัจฉโคตตสูตร ที่ ๒.
.

รายละเอียดของพระสูตรดูได้จากเว็บนี้ครับ.
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=13&lstart=4316&lend=4440

ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.


โดย แววตะวัน [24 ธ.ค. 2546 , 23:39:35 น.] ( IP = 169.210.4.3 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบคุณมากค่ะคุณแววตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [26 ธ.ค. 2546 , 19:26:45 น.] ( IP = 202.47.238.189 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org