มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๓ ข้อ ๒๙๔




๖. สันทกสูตร
.
เรื่องสันทกปริพาชก
.

[๒๙๔] ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะสันทกปริพาชกว่า . เมื่อกี้นี้ ท่านทั้งหลายประชุมสนทนาอะไรกัน และเรื่องอะไรที่ท่านทั้งหลายหยุดค้างไว้ในระหว่าง? .
          -ส. ท่านพระอานนท์ เรื่องที่ข้าพเจ้าทั้งหลายประชุมสนทนาเมื่อกี้นั้น ขอยกไว้เสียเถิดขอเรื่องที่เป็นธรรมในลัทธิแห่งอาจารย์ของตนจงแจ่มแจ้งแก่ท่านพระอานนท์เถิด .
( สันทกะเมื่อจะวิงวอนขอพระธรรมเทศนา จึงกล่าวว่า กถาที่เป็นธรรมจงแจ่มแจ้งแก่ท่านผู้เจริญเถิด – อรรถกถา เล่ม ๒๐ หน้า ๕๓๗ )
.
          อา. ถ้าเช่นนั้นท่านจงฟัง จงมสิการให้ดี เราจักกล่าว .
          ดูกรสันทกะ ลัทธิสมัยอันไม่เป็นโอกาสที่จะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ๔ ประการ และพรหมจรรย์อันเว้นความยินดี ๔ ประการ ที่วิญญูชนไม่พึงอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ถึงเมื่ออยู่ก็ยังกุศลธรรมเครื่องออกไปจากทุกข์ให้สำเร็จไม่ได้ .


ส. ข้าแต่ท่านพระอานนท์ . ก็ลัทธิสมัยอันไม่เป็นโอกาสที่จะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ๔ ประการเป็นไฉน? .
          -อ. ๑. ศาสดาบางคนกล่าวว่า ทานไม่มีผล ทั้งพาลทั้งบัณฑิตย่อมขาดสูญพินาศสิ้น เบื้องหน้าแต่ตายไปย่อมไม่มี วิญญูชนย่อมตระหนักว่า ถ้าคำของศาสดาผู้นี้เป็นคำจริง กรรมในลัทธินี้ที่เราไม่ได้ทำเลยเป็นอันทำแล้ว พรหมจรรย์ในลัทธินี้ที่เราไม่ได้อยู่เลยเป็นอันอยู่แล้ว แม้เราก็จักเป็นผู้มีคติเสมอๆ กับท่านศาสดานี้ในภพหน้าได้ เรานั้นรู้อะไร เห็นอะไรอยู่จึงจักประพฤติพรหมจรรย์ในศาสดานี้ วิญญูชนนั้นครั้นรู้ว่าลัทธินี้ไม่เป็นโอกาสที่จะอยู่ประพฤติ-
พรหมจรรย์ได้ ย่อมเบื่อหน่ายหลีกไปจากพรหมจรรย์นั้น
.

โดย แววตะวัน [28 ธ.ค. 2546 , 22:46:32 น.] ( IP = 169.210.5.47 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

          ๒. ศาสดาบางคนกล่าวว่า บาปไม่มี บุญไม่มี วิญญูชนย่อมตระหนักว่า…ฯลฯ…ย่อมเบื่อหน่ายหลีกไปจากพรหมจรรย์นั้น
.

          ๓. ศาสดาบางคนกล่าวว่า ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย เพื่อความเศร้าหมองแห่งสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย วิญญูชนย่อมตระหนักว่า…ฯลฯ…ย่อมเบื่อหน่ายหลีกไปจากพรหมจรรย์นั้น .

          ๔. ศาสดาบางคนกล่าวว่า สภาวะ ๗ กอง . ( คือ กองดิน กองน้ำ กองไฟ กองลม สุข ทุกข์ ชีวะ ) . เหล่านี้ ไม่มีใครทำ ไม่มีใครนิรมิต เป็นสภาวะอันยั่งยืน ไม่อาจให้เกิดสุขหรือทุกข์หรือทั้งสุขและทุกข์แก่กันและกัน เพราะแม้บุคคลจะเอาศาตราอย่างคมตัดศีรษะกัน ก็ไม่ชื่อว่าใครปลงชีวิตใคร เป็นแต่ศาตราสอดไปในช่องแห่งสภาวะ ๗ กองเท่านั้น พาลและบัณฑิต
เร่ร่อนท่องเที่ยวไปแล้วจักทำที่สุดทุกข์ได้เอง วิญญูชนย่อมตระหนักว่า…ฯลฯ…ย่อมเบื่อหน่ายหลีกไปจากพรหมจรรย์นั้น
.

รายละเอียดของพระสูตรดูได้จากเว็บนี้ครับ.
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=13&lstart=5062&lend=5497
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.

โดย แววตะวัน [28 ธ.ค. 2546 , 22:47:40 น.] ( IP = 169.210.5.47 : : )


  สลักธรรม 2

ขอบคุณมากค่ะคุณแววตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ธ.ค. 2546 , 23:15:45 น.] ( IP = 202.129.45.226 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [31 ธ.ค. 2546 , 14:26:21 น.] ( IP = 202.133.141.106 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org