มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๏๏ ข้อคิดจากจิตวิเวก..4 ๏๏





ปัญหา..จะไม่เป็นเรื่องเลวร้ายนัก
ถ้าเรายังควบคุมจิตใจไม่ให้เศร้าหมองได้.


ปัญหา..จะยุติลงได้แน่นอน
ถ้าเราลงมือแก้ไขปัญหานั้นเต็มความสามารถ
และควบคุมอารมณ์ไว้ด้วยสติปัญญา.





โดย บุษกร เมธางกูร [11 ม.ค. 2547 , 08:34:04 น.] ( IP = 203.107.203.204 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


พี่เณรซาบซึ้งครับ
กับการแก้ปัญหาด้วยการควบคุมอารมณ์
ให้มีสติระลึกรู้รับผิดชอบชีวิต
และมีปัญญาในการหาทางออกให้แก่ปัญหาครับ


พี่เณรขอนำเนื้อเพลงนี้มาฝากครับ

แล้วเธอคงเข้าใจ

ไม่เป็นไร... แม้ใจจะต้องทุกข์ทน
หากทำให้ใครซักคน...ที่เรารักได้เป็นสุขใจ
เพราะเราต่างกันมากมาย
ฉันควรตัดใจ ไปให้ไกลจากเธอคนดี

โลกใบนี้... ใช่มีแค่เราสองคน
ยังมีร้อยพันเหตุผล
ให้ผ่านพ้นในวันพรุ่งนี้
ขอเพียงให้เธอโชคดี
และฉันคนนี้จะเฝ้าคอยยินดีเรื่อยไป
จากนี้ชีวิตฉันคงว่างเปล่า
ต้องอยู่กับเงา.. กอดความเดียวดาย
แต่อย่างน้อย เมื่อถึงลมหายใจสุดท้าย
แล้วเธอก็คงเข้าใจ ว่าใครรักเธอ


โดย พี่เณร [11 ม.ค. 2547 , 08:45:26 น.] ( IP = 203.107.203.204 : : )


  สลักธรรม 2


เป็นข้อคิดในการแก้ไขปัญหาได้ดีมากค่ะ


ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้และควบคุมอารมณ์ไว้ด้วยสติปัญญา

และยังทันสมัยด้วยนะคะ

โดยนำเพลงในละครดังขณะนี้
มาเป็นแนวทางให้คิดถึง
เหตุผลและความเสียสละในการแก้ปัญหาอย่างจริงใจค่ะ

โดย ฟู [11 ม.ค. 2547 , 09:03:54 น.] ( IP = 203.107.203.204 : : )


  สลักธรรม 3


ขอบพระคุณพี่เณรมากครับ

ที่กรุณาชี้แนะน้องๆ ให้ดูละครอย่างมีคุณค่า
ให้รู้จักคิด และนำมาเป็นประโยชน์สอนตน

ความรักกับหน้าที่ต้องแยกออกจากกัน
ต้องแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์

โดย น้องจุก [11 ม.ค. 2547 , 11:33:38 น.] ( IP = 203.107.202.244 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านแล้วก็มองเห็นปัญหาหลายประการ...สำคัญบ้าง ...ไม่สำคัญบ้าง
อย่างไรก็ตาม ..ปัญหา..ก็ยังคงเป็นเรื่องที่เลวร้าย
และต้องการการแก้ไข ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด

การแก้ไขปัญหาอย่างสงบใจ....คงจะเรียกว่าเป็นสันติวิธี ที่ต้องอาศัยความเสียสละเป็นพื้นฐาน ..จึงไม่บอบช้ำด้วยกันทุกฝ่าย หรือปล่อยให้ปัญหาสิ้นสุดลงตามสภาพอายุ

บางครั้ง การแก้ไขปัญหาของผู้อื่น หรือปัญหาของส่วนรวมนั้น
ก็คงจะง่ายกว่าการแก้ไขปัญหาของตนเองที่เป็นส่วนตัว
ที่มีอาการคล้ายๆผงเข้าตาตนเอง ที่ต้องอาศัยผู้อื่นเขี่ยให้
มิใช่กระพือฮือโหมฝุ่นควันให้ฟุ้งยิ่งขึ้น ด้วยอำนาจของโทสะที่เกิดจากการไม่รู้จักสงบใจ

และที่ยากมากๆก็คงจะเป็นการตกเป็นปัญหาของผู้อื่น...โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ตัว...ว่ากำลังเป็นปัญหาของใคร..และการเป็นปัญหานั้นเป็นความสมควรแล้วหรือไม่ ...ซึ่งเรามักจะได้พบกันในส่วนหนึ่งในความหมายของคำว่า...ความหวังดี..หรือปรารถนาดี ที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุให้ทราบ
จึงเป็นผู้หมดโอกาสในการแก้ไขปัญหา และไม่มีโอกาสรับรู้สภาพปัญหา ..นี่ก็เป็นปัญหาอีกประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน

ทำให้เห็นว่า การดำรงชีวิตอยู่นี้นอกจากความยุ่งยากในการบำรุงเลี้ยงชีวิตที่เป็นปัญหาปากท้องความเป็นอยู่แล้ว
ยังมีปัญหาที่เกิดจากกิเลสตนและผู้อื่นได้อย่างไม่หยุดหย่อน
ยิ่งอยู่ร่วมกันกับบุคคลที่มีความหวาดระแวง
มีความแตกต่างในพื้นฐานของคุณธรรม
ก็ยิ่งมีปัญหาได้มาก..หากไม่รู้จักสงบใจด้วยสติและปัญญาจริงๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [11 ม.ค. 2547 , 23:00:38 น.] ( IP = 169.210.7.131 : : )


  สลักธรรม 5

นี่คือสิ่งที่ได้จากการอ่านข้อคิดนี้
ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะที่กรุณาให้ข้อคิดที่ตักเตือนและตรวจตราใจ



สำหรับบทเพลงที่พี่เณรนำมาฝากไว้นั้น
ก็คงจะมิได้หมายความจะให้เป็นผู้เสียสละไม่สมหวังไปเสียทุกคนกระมังคะ

คงจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เป็นทางเลือกให้เกิดความสมหวัง..ที่มีพื้นฐานมาจากความไม่เห็นแก่ตัวเลือกที่จะให้ประโยชน์เกิดแก่ผู้อื่นมากกว่าตน และเป็นผู้ที่รักษาวาจาสัตย์ มั่นคงอยู่กับหน้าที่และอุดมการณ์
ที่ไม่ต้องการสร้างปัญหาระหว่างฝ่ายที่มีความแตกต่างกันมากๆ

เป็นมุมมองที่ดีมากๆอีกมุมหนึ่งในการฟังเพลงอย่างสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณที่นำมาฝากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [11 ม.ค. 2547 , 23:01:26 น.] ( IP = 169.210.7.131 : : )


  สลักธรรม 6


น้องแก้วขอขอบคุณน้องกิ้ฟมากค่ะ
ที่ได้ให้การจำแนกแยกจ่ายเรื่องปัญหา
ไว้อย่างละเอียดดี


แต่น้องแก้วกลับคิดว่า...
ถ้าเรารู้จักหน้าที่และควบคุมจิตของเรา
ให้มั่นคงอยู่ภายใต้หลัก


พรหมวิหารธรรม

อย่างเข้มงวดกวดขันแล้ว
น้องแก้วก็ต้องขอบอกว่า

การกระทำนั้นๆไม่มีปัญหาแน่นอนนะคะ
เพราะจิตที่มีกุศลปรุงแต่งดีแล้วย่อมยังวิบากกุศลแน่นอน


แต่เพราะเรามักนำเอาปัญหาเก่ามาปะปนกับการกระทำใหม่นั่นเอง
โดยขาดการแยกแยะระหว่าง

กรรมกับวิบาก
ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันชาติ
ได้อย่างถูกต้องนั่นเอง


เราจึงทุกข์ใจและเดือดร้อนใจไปอย่างผิดๆ
ทั้งๆที่สิ่งที่ทำนั้นเมื่อกระทำออกไปโดยชอบธรรมแล้ว

ไม่เป็นปัญหาแน่นอนนะคะ
เพียงเพิ่มอำนาจศรัทธาในเรื่องกรรม
ความชอกช้ำก็จะหมดไป


ด้วยรักจากน้องแก้วค่ะ

โดย น้องแก้ว [12 ม.ค. 2547 , 06:02:16 น.] ( IP = 203.107.203.137 : : )


  สลักธรรม 7

การที่น้องกิ๊ฟจำแนกปัญหาออกมาอย่างนี้
ก็เพราะบางครั้ง มีปัญหาใหญ่โตเกิดจากสิ่งที่ไม่ควรเป็นปัญหา เช่น เกิดจากความหวังดี....น่ะค่ะ
เพราะบางทีตัวน้องกิ๊ฟเองก็เคยเป็นผู้สร้างปัญหาชนิดนั้นให้เกิดขึ้น..ประเภทความหวังดีที่ไม่มีใครปรารถนา

จึงจำแนกไว้เพื่อท่านที่เข้ามาอ่านบางท่าน
จะได้ไม่กระหยิ่มใจว่า ..ความหวังดีส่วนตัว เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ..เพราะบรรทัดฐานและมุมมองของแต่ละคนไม่เหมือนกันน่ะค่ะ

แต่พอมาอ่านคำตอบของน้องแก้วแล้ว
น้องกิ๊ฟกลับรู้สึกว่า ...ไม่ค่อยเข้าใจในข้อคิดข้างต้นเสียแล้วค่ะ

เพราะน้องกิ๊ฟเข้าใจว่า..เมื่อพบกับปัญหา...
ในขั้นแรกหากเราสามารถยุติปัญหาไว้ด้วยสันติ ..ก็จะมีความเลวร้ายไม่มากนัก แม้ปัญหาจะยังคงอยู่เพราะเป็นการยุติปัญหาแบบทางโลก...แต่ในขั้นนี้ปัญหาก็ยังถูกถือว่าเป็นความเลวร้าย เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข

...ในขั้นต่อไป(หรือข้ามขั้นแรกมาขั้นนี้เลย)สำหรับผู้ศึกษาธรรมะแล้วก็คือ ..
การควบคุมโดยรู้ว่าเป็นผลของการกระทำในอดีต..ก็จะเป็นเรื่องเลวร้ายมาก เพราะอาจลุกลามใหญ่โตทั้งภายนอกและภายในใจที่ก่อให้เกิดกรรมใหม่ ..และต้องแก้ไขให้เด็ดขาดด้วย..สติปัญญา..ทุกขณะจิตที่ได้รับเรื่อง..ซึ่งเป็นการแก้ไขอย่างเด็ดขาด

มาแสดงความรู้สึกต่อด้วยความงงๆ น่ะค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [12 ม.ค. 2547 , 08:05:07 น.] ( IP = 169.210.4.198 : : )


  สลักธรรม 8


ความหวังดี = เมตตาจิต

ส่วนที่น้องกิ้ฟกล่าวว่า..
ประเภทความหวังดีที่ไม่มีใครปรารถนา


ท่อนนี้น้องแก้วต้องข้อโต้แย้งนะคะ
เพราะไม่มีจารึกไว้ในหลักธรรม
หมวดหมู่ใดๆเลยนิคะ
แม้ในพระไตรปิฏกก็ตาม
พระองค์มิเคยทรงเทศนาสอน ใครเลยแน่นอนนะคะ


เป็นการนึกคิดส่วนตนมากกว่า


น้องแก้วเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเรื่องกรรมและวิบากนะคะว่าเรายังไม่มีปัญญาแกร่งกล้าพอที่จะสังเกตุได้ทันความจริงเราจึงต่างตกเป็นทาสอารมณ์กันไงคะ

น้องแก้วไม่ได้มาชมเชยหรือตำหนิใดๆในข้อคิดของทุกท่านเลยคะ เพียงให้มุมมองที่ถูกเท่านั้นว่า..


เพียงเพิ่มอำนาจศรัทธาในเรื่องกรรม
ความชอกช้ำก็จะหมดไป


น้องกิ้ฟอย่าหลงประเด็นนะคะ
เพราะน้องแก้วต้องการให้มั่นใจในความดี
ในสิ่งที่ได้ประพฤติและกระทำกันมาเท่านั้น
นี้คือความตั้งใจคะ


นอกเหนือจากความศรัทธาทั้ง ๔ แล้ว...น้องแก้วคงไม่มีอะไรเพิ่มเติมด้วยเพราะว่า...ทั้งน้องแก้วและทุกๆคนที่ยังใช้ชีวิตนอกอารมณ์วิปัสสนาแล้วต่างก็สันทัดจัดเจนในการคิดเอง-นึกเองโดยหย่อนปัญญาด้วยกันทั้งนั้นค่ะ

ด้วยรักจากน้องแก้วค่ะ

โดย น้องแก้ว [12 ม.ค. 2547 , 10:49:18 น.] ( IP = 203.170.156.11 : : )


  สลักธรรม 9


บอกตนเองเมื่อหม่นหมองก็ต้องแข็ง
แม้หัวใจมันอ่อนแรงและท้อขวัญ
มันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามานานวัน
ถูกเจ็บช้ำห้ำหั่นไม่เหลือดี
ความอึดอัดดิ้นรนทนรู้สึก
ความสำนึกตนว่ามีหน้าที่
อันเป็นความเข้มแข็งแห่งวันนี้
จึงท่าทีเหมือนหยิ่งพอไม่ง้อใคร


หัดซิคะ..แล้วจะได้อิสระจากใครๆเหมือนน้องแก้ว.

โดย น้องแก้ว [12 ม.ค. 2547 , 11:08:41 น.] ( IP = 203.170.156.11 : : )


  สลักธรรม 10

น้องแก้วคะ....ประโยคที่น้องแก้วเน้นเป็นตัวสีแดงนั้น
เป็นประโยคที่น้องกิ๊ฟไม่ได้บัญญัติขึ้นมาเองหรอกค่ะ
แต่ถูกระบุคำจำกัดความนี้ และได้รับฟังความหมายนี้มาจากบางท่าน...
และท่านเหล่านั้นก็คงจะนึกคิดขึ้นมาเองอย่างที่น้องแก้วบอกมานั่นเองค่ะ...

เพราะน้องกิ๊ฟนั้นก็คิดอยู่เสมอว่า
ทำดีย่อมต้องได้ดี ..แน่ๆ
ผลไม่ดี..ย่อมไม่ได้เกิดจาการทำดี
แต่เวลาที่ได้รับผลไม่ดีนั้นก็มักจะพลาดพลั้งเหมารวมว่าเป็นเพราะการกระทำในขณะนี้
ซึ่งน้องกิ๊ฟเป็นบ่อยๆ...ที่ขาดสติขาดปัญญา

อย่างการแสดงความคิดเห็นในกระทู้ทั้งหลาย
ก็เช่นเดียวกัน ....ซึ่งคิดว่าเป็นการกระทำที่ดี และควรได้รับคำอธิบายที่นุ่มนวลชัดเจนขึ้นแต่บางทีก็มิได้เป็นเช่นนั้นก็มีค่ะ ..แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ..ไม่น่าทำ..ก็มี

ถึงแม้ประโยคนั้นไม่มีในพระพุทธพจน์ แต่ก็น่าระมัดระวังอยู่ไม่น้อยนะคะในการอยู่ร่วมกัน

น้องกิ๊ฟก็ไม่ได้คิดจะมาโต้แย้งอะไรหรอกค่ะ ....น้องแก้ว
เพียงแต่ต้องการคำอธิบายที่ตรงตามข้อความ ที่อาจารย์บุษกรกล่าวไว้
ซึ่งน้องกิ๊ฟเองอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้องตามประเด็นที่ต้องการให้เข้าใจไงคะ

นอกจากจะเป็นธรรมทานแล้ว
ก็ยังเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นที่อาจแวะเข้ามาอ่าน
แล้วเข้าใจไปคนละทางอย่างน้องกิ๊ฟก็ได้น่ะค่ะ ...

ถ้าน้องกิ๊ฟไม่บอกออกมาอย่างนี้ ก็คงไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าแต่ละคนเข้าใจกันอย่างไร
..ประเด็นที่ควรทำความเข้าใจอยู่ที่ไหน

กราบขอบพระคุณน้องแก้วมากนะคะที่กรุณามาอธิบายให้ทราบ
ต่อไปน้องกิ๊ฟจะระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นและคำพูดในกระทู้ให้มากกว่านี้ค่ะ

และก็ต้องขอโทษน้องแก้วด้วยนะคะที่ทำให้ต้องเสียเวลาอธิบายซ้ำๆ...แต่ก็ทำให้น้องกิ๊ฟเข้าใจอะไรๆได้อีกหลายอย่าง....โดยเฉพาะการไม่ก่อปัญหาใดๆให้เกิดขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ม.ค. 2547 , 11:27:01 น.] ( IP = 202.183.178.182 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org