มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพิ่มความหวังพลังใจ ตอนจบ




ตอนที่สอง อ่านที่นี่ครับ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4344&page=1



เพิ่มความหวังพลังใจ ตอน ๓

เราจึงต้องสร้างความรู้
คือ
สัมมาทิฏฐิ ให้เกิดขึ้น

เพราะสัมมาทิฏฐิเท่านั้น
ที่จะทำให้เราคลายออก
และละวางสิ่งที่เรายึดถือว่ามีสาระ


เมื่อเราสามารถคลายออก ละออก
ความทุกข์ที่เคยมีมากก็น้อยลง
เพราะคนที่อุปาทานขันธ์มาก
ยึดมาก ย่อมเป็นทุกข์มาก

เช่น เรายึดถือว่านี่เป็นของเรา
แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้
มีความแปรเปลี่ยนไปด้วยธรรมชาติ
ด้วยเหตุปัจจัย
ความยึดมากเมื่อเห็นของแปรเปลี่ยนไป
เราก็ทุกข์มาก

ถ้าหากเราไม่ยึดเลย
เราก็ไม่ทุกข์เลย

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:41:58 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1


ดั่งบุตรธิดาของเรา
เรายึดว่าเป็นลูกของเรา
เมื่อไม่ได้ดั่งใจ
เราก็ทุกข์มาก
เมื่อเขาไม่ดีสมดั่งใจเรา
เขาพูดไม่เพราะ และดื้อ
เราก็ทุกข์มาก

แต่ลูกของคนอื่นๆ
ที่เราคิดว่าไม่ใช่ของเรา
เขาจะเป็นอะไร
เราก็ไม่เห็นทุกข์เท่ากับเป็นของ ๆ เราเลย
บางครั้งรู้สึกเฉย ๆ ด้วยซ้ำไป

การมีปัญญารู้อย่างนี้ คือ
วิปัสสนาปัญญาที่จะทำลายความเห็นผิด
และเกิดความเห็นถูกต้องว่า

รูปนามเป็นของไม่สวยงาม สกปรก
รูปนามนี้ไม่เป็นความสุข
แต่เป็นความทุกข์
รูปนามนี้ไม่เที่ยง
รูปนามนี้ไม่ใช่ตัวตน
บังคับบัญชาไม่ได้
ไม่เป็นไปตามความต้องการ
หรือจะต้องการให้เป็นไป
ก็เป็นไปไม่ได้

เกิดมาแล้ว
จะบังคับบัญชาไม่ให้แก่
ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ตาย ไม่ได้

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:43:28 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 2


ปัญญาที่รู้ถึงความเป็นจริงในรูปนามนี้
ทำให้สามารถละวางกิเลสได้ คือ
กิเลสที่ค่อย ๆ หลุดออกจากใจทีละน้อยๆ
จนกระทั่งหลุดออกจากใจหมดสิ้น

ในที่สุดได้เข้าถึงความบริสุทธิ์
หมดจดจากกิเลสของจิตใจ
จิตที่เคยสกปรกจะเป็นจิตที่สะอาด
เพราะไม่มีกิเลส
เป็นจิตที่สว่าง
เพราะประกอบไปด้วยปัญญา
ที่เห็นสภาพธรรมทุกอย่าง
ตามความเป็นจริง

และก็เป็นจิตที่สงบ
เพราะไม่ถูกความรบกวนด้วยกิเลส คือ
โลภะ โทสะ โมหะ

การที่สัตว์โลก
ต้องเวียนว่ายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในภพภูมิน้อยใหญ่
ในแหล่งกำเนิดทั้ง ๔
บนถนนชีวิตทั้ง ๖ สาย
อย่างไม่รู้จักจบสิ้น

ก็เพราะไม่รู้ว่า
ธรรมชาติของรูปนาม
ตามความเป็นจริงเป็นอย่างไร

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:44:54 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 3


ทำให้ถูกกระแสของกิเลสพัดพาไป
ซัดให้ไปกระทบกับโลภะบ้าง
โทสะบ้าง โมหะบ้าง

เมื่อมีกิเลสก็ต้องทำตามกิเลส
จิตตกอยู่ภายใต้อำนาจกิเลส
เมื่อกิเลสครอบคลุมแล้ว
ชักนำแล้ว
ก็เกิดการกระทำ

พอการกระทำเกิดขึ้น
ก็ต้องรับได้ผลของกรรมที่ตนเองทำไว้
เรียกว่า วิบากกรรม
หรือผลของกรรม

วิบากก็จะเป็นที่อาศัยเกิดขึ้นของกิเลสอีก
เพราะว่ากิเลสเมื่อเกิดแล้ว
ก็จะสนับสนุนให้เกิดการกระทำอีก
แล้วต้องมารับผลกรรมอีก
หมุนเวียนอยู่เช่นนี้ไม่มีวันจบสิ้น

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:45:20 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 4


พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
เราอยู่ภายใต้วงกลม ๓ เปลาะ คือ
กิเลสวัฏฏ์
กัมมวัฏฏ์
และวิบากวัฏฏ์

กิเลส

เป็นเหตุให้เกิดการกระทำกรรม
กรรม
เป็นเหตุให้ได้รับผลของกรรม

เมื่อเราไม่รู้เท่าทันตรงนี้
ก็จะเกิดกิเลสอีก
เมื่อเกิดกิเลสแล้ว
ก็จะมีการกระทำอีก

วัฏฏกรรมจึงเกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทำให้เราต้องเวียนว่ายตายเกิด
เป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส
อย่างนับภพนับชาติไม่ถ้วน

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงค้นพบวิธีหรือพบวิชา
ที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์
และทรงมาสั่งสอนแก่สัตว์โลก
เพื่อให้เกิดปัญญา
และมีความสามารถที่จะปฏิบัติตน
ให้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสได้
เข้าถึงความพ้นทุกข์ได้

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:45:51 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 5


พระพุทธองค์ทรงประกาศว่า
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
หรือการเจริญสติปัฏฐาน
เป็นทางสายเอก
เป็นทางสายเดียว

ที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส
เข้าถึงความพ้นทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง
ปราศจากความทุกข์โศก
ความพิไลรำพัน

ชีวิตจะประสบสันติสุขอย่างแท้จริง
เป็นประโยชน์สูงสุดทางพระพุทธศาสนา
เป็นประโยชน์สูงสุดของชีวิต
และเป็นเป้าหมายสูงสุด
ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ขณะนี้เราจะมาเริ่มทำความรู้จัก
สิ่งที่สูงสุด และวิธีการปฏิบัติ
สิ่งที่สูงสุดนี้กันดีกว่านะคะ
กว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้
เราต้องผ่านความยากลำบากมาถึง ๔ ประการ

บางคนไม่เคยสังเกต
จึงยังไม่ทราบว่า
เราผ่านความลำบากมาอย่างไร

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:46:18 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 6


ความยากประการที่ ๑
การเกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก

เพราะการเกิดเป็นมนุษย์
ต้องมีกุศลกรรมนำเกิด

พระองค์เคยเปรียบเทียบไว้ว่า
เหมือนเต่าตาบอดตัวหนึ่ง
ที่แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร

ไม่รู้ว่าฟากฝั่งอยู่ข้างใด
เพราะมองไม่เห็น

ก็มีชาวประมงทอดแห
ทอดอวนไป เพื่อหวังได้ปลา
บังเอิญเจ้าเต่าตาบอดตัวนี้
ไปติดอยู่ในอวนนั้นด้วย
โดยที่เจ้าของไม่ตั้งใจ
แล้วก็ลากขึ้นฝั่ง

ความยากลำบาก
หรือความประสบโชคขณะนี้
เป็นไปได้ยากเหมือนเต่าตาบอดตัวนี้ฉันใด
การเกิดมาเป็นมนุษย์ก็ยากฉันนั้น

เพราะต้องอาศัยคุณธรรม
และต้องอาศัยศีลธรรม
เป็นแรงผลักดัน

และจิตก่อนจะตายจากอดีตภพ
จิตนั้นจะต้องจับอารมณ์ คือ
มรณาสันนกาลด้วยกุศล
และกุศลเป็นตัวเหวี่ยง
ให้มีภพเป็นมนุษย์ภูมิ คือ
ได้กุศลนำเกิด นั่นเอง
ฉะนั้น จึงเป็นการยากประการที่ ๑

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:46:43 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 7


ความยากประการที่ ๒
การได้มีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้

นับว่าเป็นของยาก

ชีวิตเป็นของน้อยนิด สั้นมาก
เกิดขึ้นแล้วก็ดับลง
เราจะต้องฟันฝ่าอุปสรรค
ผ่านกี่ร้อนกี่หนาว
รถราม้าช้างก็มาก
การเดินข้ามถนนเราต้องคอยระวัง
มองซ้ายที มองขวาที
เพื่อไม่ให้ถูกรถชน

เราต้องเผชิญกับอุปสรรคนานาประการ
ด้วยความระวังและความระแวงตลอดเวลา
เพื่อดำรงชีวิตให้อยู่ได้
ต้องรับประทานอาหาร
ต้องดื่มน้ำ ต้องนอนพักผ่อน
เพื่อให้ชีวิตนี้ทนไหว
และอยู่ต่อมาได้
นี่คือ ความยากประการที่ ๒

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:47:05 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 8


ความยากประการที่ ๓
การได้ฟังพระสัจจธรรม

เป็นของยาก

เพราะว่า
หาบุคคลที่จะแสดงธรรมได้ยาก
เพราะต้องสู้กับชีวิต
แสวงหาเพื่อปากท้อง
แต่ละคนเกิดมาต้องดิ้นรนทั้งสิ้น
การได้ฟังคำสั่งสอน
ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หรือฟังพระธรรม จึงนับว่าเป็นการยาก

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:47:30 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 9


ความยากประการที่ ๔
การอุบัติขึ้นแห่ง
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่มีมา

เป็นสิ่งที่ยากยิ่งนัก

พระสมณโคดมเจ้า
พระองค์บำเพ็ญเพียรเพื่อโพธิญาณ
กว่าจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า
ทรงใช้เวลานานนับ ๔ อสงไขย
กับแสนกัปป์

คำนวณวันเวลาไม่ถูกเลยนะคะ
พูดถึงเรื่องกัปป์
เราไม่สามารถมอง
หรือคะเนไปรู้เลย
จึงต้องมีความเข้าใจและศึกษา

ดังที่มีในพระสูตรท่านบอกว่า
มีภูเขาลูกใหญ่ลูกหนึ่งสูงมหึมา
มีพระพรหมเหาะลงมาจากพรหมโลกปีละครั้ง
แล้วถือผ้าเช็ดหน้า
ที่ละเอียดอ่อนดุจสำลีลงมาที่ภูเขานี้

พอมาถึงก็เอาผ้าดุจสำลี
ลูบเช็ดภูเขาครั้งหนึ่ง
แล้วก็เหาะกลับไปที่พรหมโลก

พระพรหมองค์นี้ทำอย่างนี้อยู่ทุกปี
ทำปีละครั้ง
จนกระทั่งภูเขานี้เรียบเท่ากับพื้นดิน
นี่เรียกว่า ๑ กัปป์

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:47:54 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )


  สลักธรรม 10


ฉะนั้น ๔ อสงไขยกับแสนกัปป์
พูดแล้วคำนาณไม่ถูก
ฟังดูแล้วยาก
นี่แหละ การอุบัติขึ้นมา
แห่งองค์พระตถาคตเจ้ายากยิ่งนัก

ขณะนี้พระองค์ทรงดับขันธปรินิพพานไปแล้ว
แต่ยังเป็นโชคดีของเราทุกคน
ที่ยังอยู่ภายใต้พระธรรมคำสั่งสอน
ขององค์พระตถาคต
ศาสนาของพระตถาคตเจ้ายังไม่หมดไป
จะตั้งอยู่ถึง ๕,๐๐๐ ปี

นี่ก็กึ่งพุทธกาลมานานแล้ว
ปีนี้ ๒๕๔๒ แล้ว
เมื่อปี พ.ศ. มากขึ้น
ความเสื่อมความหมดไป
ของธรรมะที่พระองค์ทรงตรัสรู้
ก็จะมีมากขึ้น
ในที่สุดจะไม่เหลือเลย

ขณะนี้เราโชคดีที่ยังได้ประทีปธรรม
อันเกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ
พระบริสุทธิคุณ
พระปัญญาธิคุณของพระองค์
ให้เราได้ศึกษาแสวงหาความจริง
และสร้างสัมมาทิฏฐิให้เกิดขึ้น

โดย วิชิต ธรรมรังษี [11 ม.ค. 2547 , 08:48:16 น.] ( IP = 169.210.6.76 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org