มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับวิปัสสนากรรมฐาน เฉพาะอิริยาบถบรรพ โดย..ท่านพระครูศรีโชติญาณ




คำถาม-คำตอบ ตอนก่อนๆ อ่านได้ที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4358


ถาม คำที่ว่าการปฏิบัติวิปัสสนาเป็นการถ่ายเทความเข้าใจผิดออกจากรูปนามนั้น อยากทราบนักว่า บัดนี้เรากำลังมีความเข้าใจผิดอะไรในรูปนามอยู่เล่า ?

ตอบ อันที่จริงความเห็นผิดที่ว่า " เราเห็น เราได้ยิน เรารู้กลิ่น เราลิ้มรส เราถูกต้อง เราเดิน เรายืน เรานั่ง เรานอน " เป็นต้น เหล่านี้แหละ มันเป็นความเข้าใจผิดที่ลึกซึ้งเหลือเกิน จนคนธรรมดารู้ไม่ได้ว่ามันเป็นความเข้าใจผิด
แต่ถ้าเราจะมาพิจารณากันด้วยเหตุผลสักหน่อยหนึ่งว่า การเห็น ได้ยิน รู้กลิ่น ลิ้มรส ถูกต้อง เดิน-ยืน-นั่ง-นอน เหล่านี้น่ะ มันเป็นเราที่ตรงไหน เพียงแค่นี้ก็พอจะสังเกตเห็นได้แล้วว่า มันเป็นความเข้าใจที่เลื่อนลอย หาหลักอะไรไม่ได้เลย
ตามหลักธรรมะของพระท่านว่า “ เดินเป็นรูป แม้นั่ง-นอน ก็เป็นรูป “ แต่เราเป็นสาวกของพระพุทธองค์ ทำไมจึงได้ไปตู่เอารูปต่างๆเหล่านั้นมาเป็นเราเสียเล่า เรามันเป็นลูกที่มีความเห็นตรงกันข้ามกับพ่อนี่

ที่จริง สมเด็จพ่อก็สอนไว้ในที่หลายต่อหลายแห่ง เช่น ในอนัตตลักขณสูตร ก็มีว่า รูปไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา
ก็ถ้าว่ารูปนี้เป็นเรา และเป็นของๆเราแล้วไซร้ มันก็ไม่ควรที่จะเป็นไปเพื่อป่วยไข้ซิ ควรจะเป็นไปตามความประสงค์ของเรามิใช่หรือ แต่นี่เพราะรูปนามนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆเรา มันจึงได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น " อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา " บังคับบัญชาอะไรไม่ได้เลย
เมื่อเราได้พยายามเฝ้าใช้โยนิโสมนสิการ คอยสังเกตดูอิริยาบถ ทุกๆอิริยาบถที่เปลี่ยนไปๆ โดยมีความรู้สึกตามไป ในขณะที่จะเปลี่ยนนั้น หนักๆเข้าก็จะรู้สึกขึ้นมาว่า ตนเองไม่มีอำนาจอะไรในอิริยาบถแต่ละอย่างเลย
เมื่อถึงคราวที่มันจะเปลี่ยน ก็ฝืนมันไม่ได้ ต้องยอมเปลี่ยนให้มัน มิฉะนั้นก็จะเป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้แน่นอน

โดย ธัญธร นำเสนอ [13 ม.ค. 2547 , 17:33:21 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พิจารณาดูก็เหมือนกับคนไข้ กับคนที่พยาบาลไข้ ไม่ต่างกันเลย คนไข้ก็มีแต่ความเจ็บ เสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส จะช่วยตัวเองก็ไม่ได้ จำต้องอาศัยคนที่พยาบาลคอยพยุงให้ลุก ให้นั่งอยู่ร่ำไป นับเป็นความลำบากทั้งคนที่เป็นไข้ ลำบากทั้งคนที่พยาบาลไข้ อย่างชนิดที่ไม่มีเวลาให้พักผ่อนบ้าง

ข้อนี้ฉันใด แม้นามรูปที่ปรากฏอยู่ตามอิริยาบถ ก็เหมือนกับคนที่เป็นไข้ คนที่เข้าไปยึดว่ารูปนามเป็นของเรา ก็ต้องเปลี่ยนอิริยาบถแก้ทุกข์กันอยู่วันยังค่ำ คืนยังรุ่ง ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสภาพที่น่าเบื่อหน่ายอย่างเหลือประมาณ
ถ้าเราพยายามปฏิบัติไปด้วยความสังเกตที่สุขุมโดยติดต่อแล้ว ก็จะรู้สึกว่า ไม่มีอะไรที่จะนอกเหนือไปจากทุกข์ ทุกข์อยู่ที่นามรูป รูปเก่าในอิริยาบถเก่า ก็ทนอยู่ไม่ได้ ครั้นเปลี่ยนไปสู่อิริยาบถใหม่ หนักเข้าก็ทนอยู่ไม่ได้อีก ต้องเปลี่ยนกันอีก
ขั้นแรกๆ จะเห็นทุกข์ในอิริยาบถเก่าก่อน เพราะมันหยาบเห็นได้ง่ายกว่าทุกข์ในอิริยาบถใหม่
สังขารทุกข์ในอิริยาบถใหม่นั้น เป็นของละเอียด เห็นได้ยากกว่า แต่เมื่อปฏิบัติใช้ภาวนามยปัญญา สังเกตกำหนดไปๆ ก็จะเกิดความรู้สึกใหม่ๆขึ้นมาว่า แต่ก่อนเราคิดผิดว่า " การเดิน เป็นต้นนี้ เป็นเรา " จึงทึกทักเอาว่า เราเดิน-เรานั่ง-เรานอน เป็นต้น


โดย ธัญธร นำเสนอ [13 ม.ค. 2547 , 17:41:01 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 2

ที่จริงแล้ว อิริยาบถเดิน-ยืน-นั่ง และนอน เป็นแต่สักว่า ธรรมะ ไม่ใช่ “เรา”
ความเข้าใจว่า เดิน-ยืน-นั่ง-นอน เป็นเรานั้น เป็นความเห็นผิดที่เรียกว่า " มิจฉาทิฎฐิ " ต่างหาก
นี่แหละเป็นการเจริญวิปัสสนา จึงเป็นการถ่ายเทความเห็นที่ผิดๆออกไป โดยรับเอาแต่ความเห็นที่ถูกต้องเข้าสู่จิตใจแทนที่ ความเห็นจึงเป็นวิสุทธิ คือ เป็นความเห็นที่หมดจด ที่เรียกว่า “ ทิฎฐิวิสุทธิ “ อันเป็นตัวปัญญาโดยตรงทีเดียว
ตรงนี้แหละนับว่าเป็นความประสงค์ในทางพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะทีเดียว

อนื่ง ในที่ใดมีปัญญา ในที่นั้นก็จะต้องมี ศีล-สมาธิ จะขาดเสียไม่ได้
แต่ในที่ใดมีศีล-สมาธิ ปัญญาไม่ต้องมีก็ได้ เช่น ขณะทำสมถกรรมฐาน ศีลและสมาธิมี แต่ปัญญาไม่มีก็ได้ เพราะการเจริญสมถะไม่ได้มุ่งที่จะทำปัญญาให้เกิดขึ้น เพียงแต่อาศัยปัญญาคอยรักษานิมิตแห่งกรรมฐาน ขณะที่ยังไม่ได้เกิดฌานเท่านั้น แต่เมื่อเกิดฌานแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ปัญญาก็ได้
ในที่ใดมีศีล ในที่นั้นจะไม่มีสมาธิและปัญญาก็ได้ เช่น ในขณะที่พระ-เณรบวชอยู่ ที่จริงศีลของท่านมีอยู่ แต่ท่านมิได้ทำสมาธิและเจริญปัญญาเท่านั้น

แต่นั่นแหละ ผู้ที่หวังจะทำความเห็นให้เป็นวิสุทธิ หากไม่เจริญไตรสิกขา คือ ศีล-สมาธิ และปัญญา ให้เกิดพร้อมในอารมณ์เดียวกัน วิสุทธิเป็นอันว่าเกิดขึ้นไม่ได้แน่ๆ
เพราะการทำงานของไตรสิกขา ไม่ได้เป็นเอกสมังคีในอารมณ์เดียวกันนั่นเอง
ดังนั้น ประตูที่จะทำให้เข้าถึงตัวศาสนา ที่สำคัญก็อยู่ตรงที่ปฏิบัติวิปัสสนาเท่านั้น
วิปัสสนามีสติปัฎฐานเป็นเหตุ
ผู้ที่เจริญสติปัฎฐานประเภทกายานุปัสสนา โดยเฉพาะอิริยาบถบรรพ ดังที่กล่าวมา ก็เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะนำให้ออกจากวัฏฏทุกข์ได้แน่นอน

จึงขอให้ท่านผู้สนใจในหลักธรรมปฎิบัติ พึงมนสิการตามแนว เท่าที่ได้ยกเอาบาลี-อรรถกถา-ฎีกา พร้อมด้วยหลักปฏิบัติมาแสดงไว้โดยย่อนี้ด้วย จะเป็นประโยชน์แก่ตัวของท่านเอง และจะเป็นอายุของพระพุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่งด้วย
หากเราไม่ทำเสียแต่ชาตินี้ ในชาติต่อไปขออย่าได้หวังเลย เพราะชาติหน้าต้องทำเป็นนิสัยไปตั้งแต่ชาตินี้ หากไม่ทำไว้ จะไปเอานิสัยในชาติหน้ามาจากไหนกัน ฯ


โดย ธัญธร นำเสนอ [13 ม.ค. 2547 , 17:51:10 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม การใช้สติสัมปชัญญะกำหนดอิริยาบถนั้น หากผู้ปฏิบัติไม่รู้เท่าทันถึงเหตุผลแล้ว อิริยาบถก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดอภิชฌาและโทมนัสได้ใช่ไหม ?

ตอบ ถูกแล้ว อิริยาบถเก่าเป็นอิริยาบถที่จะหมดอายุแล้ว จึงเกิดความปวดเมื่อยเป็นทุกขเวทนา ถ้าไม่มนสิการให้ดีแล้ว ก็อาจทำให้เกิดโทมนัส ไม่พอใจในอนิฏฐารมณ์ คือ ความปวดเมื่อยนั้นก็ได้ หรือในขณะที่เราจะเปลี่ยนไปเป็นอิริยาบถใหม่ จะเป็นอิริยาบถใดก็ตาม ถ้าผู้ปฏิบัติไม่ใช้โยนิโสมนสิการให้ดีแล้ว ก็อาจอาศัยอิริยาบถใหม่ ซึ่งเป็นอิฏฐารมณ์ที่น่าปราถนานั้น ทำให้เกิดอภิชฌา คือ ความพอใจในอิริยาบถใหม่ ที่คิดว่าจะหายเมื่อยนั้นก็ได้
ดังนั้น การรู้เท่าทันในอิริยาบถทั้งเก่าและใหม่ ให้เห็นว่าเป็นเพียงการแก้ทุกข์ไปชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น

ความจริงแล้ว ไม่มีอิริยาบถใดดอกที่จะเป็นความสุข ที่จริงก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ที่คิดว่าถ้าผลัดเปลี่ยนไปเสียได้จะสบายนั้น นั่นเป็นการเข้าใจวิปลาสคลาดเคลื่อนไปต่างหาก
ก็ถ้าหากผู้ปฏิบัติได้พยายามใช้โยนิโสมนสิการ กำหนดให้รู้เท่าทันกับอิริยาบถ จนสามารถแยกความรู้สึกออกได้ว่า การเดิน-ยืน-นั่ง และนอนนี้ เป็นแต่เพียงว่ารูปธรรมเท่านั้น แล้วแต่ละอิริยาบถ ก็ไม่ใช่เป็นรูปเดียวกันอีกด้วย อย่างนี้ก็จะสามารถถอดถอนความเข้าใจผิดที่ว่า เราเดิน เรายืน เรานั่ง และเรานอน หมายความว่า เอาความเป็นเราออกไปเสียจากรูปได้

โดย ธัญธร นำเสนอ [13 ม.ค. 2547 , 18:00:46 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 4

เช่นนี้ ความเข้าใจผิดต่างๆ อันเป็นตัวความเห็นผิด ที่เรียกว่า สักกายทิฏฐิ ก็จะหมดไป ทุกๆขณะที่ปัญญาอย่างนี้เกิดขึ้น
ตรงนี้แหละที่ท่านเรียกว่า " ประตูที่จะนำให้เข้าถึงตัวของพระพุทธศาสนา " ที่แท้จริงละ
เดิมเราได้ยินแต่ ครูในภายนอกสอนว่า นามรูปไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ทุกขัง และเป็นอนัตตา

แต่บัดนี้ เราได้พบครูตัวจริงในภายในสอนแล้ว หมายความว่า นามรูปที่เรากำหนดรู้เท่าทันนั่นแหละ มันจะแสดงความจริงให้เราได้รู้หมดทุกอย่าง จนกว่าจะหมดไปจากความสงสัยในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องมีผู้วิเศษคนใดมาสั่งสอนอีกแล้ว ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ แปลว่า " อันผู้รู้ทั้งหลาย จะพึงรู้ได้เฉพาะตน " นี่แหละจงจำไว้เถิด เป็นต้นทางที่จะให้ผู้ปฏิบัติบรรลุถึงจุดที่ว่านี้

สงสาร การท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ของสัตว์ทั้งหลาย จะสิ้นสุดลงได้ก็ตรงจุดนี้แหละ
ชนทั้งหลายจะปิดประตูอบายได้ ก็ต้องตั้งต้นกันตรงนี้

จึงขอให้ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงโปรดมนสิการใส่ใจไว้ แล้วก็หาเวลาปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึงจุดนี้เถิด จะชื่อว่า

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า ว่าเป็นสรณะ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรมเจ้า ว่าเป็นสรณะ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์เจ้า ว่าเป็นสรณะ ฯ


โดย ธัญธร นำเสนอ [13 ม.ค. 2547 , 18:11:57 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 5

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับวิปัสสนา หมวดอิริยาบถบรรพ ก็จบลงแค่นี้ค่ะ

ขอความเจริญในธรรมจงบังเกิดมีแก่ทุกๆท่านค่ะ

ขออนุโมทนาค่ะ

โดย ธัญธร [13 ม.ค. 2547 , 18:20:01 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 6


ขอขอบคุณและอนุโมทนาสาธุ
กับคุณธัญธร..ด้วยความจริงใจครับผม



โดย พี่เณรชิต [13 ม.ค. 2547 , 18:47:13 น.] ( IP = 203.107.202.168 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะพี่ธัญธร..สาธุ
ขอให้แตกฉานในธรรมยิ่งๆขึ้นนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 ม.ค. 2547 , 00:25:54 น.] ( IP = 202.129.46.94 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะ

จบเร็วจังเลย
แล้วลงเรื่องดีๆอีกนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [14 ม.ค. 2547 , 15:23:47 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.113 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org