มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สมเด็จย่า..กับธรรมะ..ตอนอวิชชา





บัดนี้ความรู้วิชาการต่างๆในโลกเจริญขึ้นมาก
มนุษย์เราสามารถสร้างพาหะนำตน
ไปถึงดวงจันทร์ได้ (เมื่อศกที่แล้ว พ.ศ.๒๕๑๒)
วิชาเหล่านี้เป็นวิชาทางโลกหรือวิชาภายนอก

ส่วนวิชาภายใน หรือ วิชชา คือความรู้สัจจะ
(ความจริง) ภายในตนเอง
จะยังบกพร่องอยู่ทั่วๆไป
จึงปรากฏว่าคนโดยมาก แม้มีความรู้
ทางศิลปะวิทยาการต่างๆมาก
แต่ก็ยังขาดความรู้ในตนเอง

ดังจะเรียกว่ายังมีอวิชชาที่แปลตามศัพท์ว่า “ความไม่รู้”


“อวิชชา” ที่แปลว่าไม่รู้นี้

มิได้หมายความว่าไม่รู้อะไรเลย
เหมือนอย่างก้อนดิน ก้อนหิน

แต่หมายถึง รู้อะไรๆเหมือนกัน
แต่รู้ผิดจากความจริง หรือรู้ไม่จริงก็เท่ากับไม่รู้

ความไม่รู้จริง เมื่อกล่าวโดยทั่วไป
ความรู้ที่ทุกๆคนมีอยู่ ย่อมมีปริมาณจำกัด
ส่วนที่ยังไม่รู้ มีมากกว่านัก

เช่น วิชาทางโลกมีอยู่มากมาย
ทั้งเพิ่มขึ้นและแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่ขึ้นเสมอ

แต่คนๆหนึ่งอาจเรียนให้รู้ได้เพียงส่วนหนึ่งๆเท่านั้น

บางคนแสดงว่ายิ่งเรียนมาก
ก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองยิ่งโง่ ยิ่งไม่รู้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [24 ม.ค. 2547 , 06:25:34 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

นอกจากนี้ความวางตนคล้ายกับเสมอกัน ขาดคารวะในผู้ใหญ่

เช่น บุตรธิดาขาดคารวะและความเชื่อฟังในมารดาบิดา

ถือว่าสมัยนี้ต้องเป็นอิสระในการทำตามความคิดเห็นของตนเอง

มารดาบิดามีความคิดเห็นของตนได้
บุตรธิดาก็มีได้เหมือนกัน
บางทีกลับเห็นว่ามารดาบิดามีความคิดเห็นไม่ทันสมัย
เป็นอวิชชาอย่างหนึ่งที่พึงระมัดระวังมาก


ความแสดงออกในทางที่ผิด

เช่น การทำอะไรให้เป็นข่าวขึ้นในทางที่ผิดต่างๆ

บางทีก็ทำเฉพาะตนผู้เดียว บางทีก็ชักชวนทำกันเป็นหมู่คณะ

เช่น ชักชวนกันยกพวกไปตีกันทำร้ายกัน ทั้งที่รู้ว่าเป็นการกระทำที่ผิด

แต่ก็ทำด้วยต้องการจะแสดงว่าเก่งกล้าสามารถ

จัดว่าเป็นอวิชชาอย่างหนึ่ง

เพราะเป็นความเห็นและการกระทำที่ผิด
แม้ว่าใครที่ทำอย่างนั้นจะแย้ง
แต่เมื่อความสำนึกรับผิดชอบ
ที่เรียกว่าสามัญสำนึก เกิดขึ้นเมื่อใด
จะมีความสำนึกผิดขึ้นได้เอง

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [24 ม.ค. 2547 , 06:31:02 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )


  สลักธรรม 2

ความไม่รู้จักตนเอง

คือความไม่รู้จักตนเองโดยฐานะต่างๆ

เกี่ยวแก่ความรู้ความสามารถ และตำแหน่งหน้าที่อันควรแก่ตน เป็นต้น

เป็นเหตุให้ขวนขวาย จะได้ฐานะที่สูงกว่าที่ตนควรจะได้

หรือน้อยใจในเมื่อไม่ได้ฐานะที่คิดเอาเองว่าตนควรจะได้…


ความต้องการสมภาพในทางที่ผิด
สมภาพคือความเสมอกัน

ต้องการให้ทุกๆคนเสมอกันไปหมด ไม่มีผู้ใหญ่ผู้น้อยในฐานะต่างๆ

ข้อนี้เป็นอวิชชาอย่างหนึ่ง เป็นเครื่องทำลายตนเอง

ความริษยาในการทำดีและในผลดีของผู้อื่น
เมื่อเห็นผู้อื่นทำความดี
หรือเห็นเขาได้รับผลดีที่เกิดจากความดี
ก็เกิดความริษยา
พูดติเตียนหรือทำการขัดขวางตัดรอน
เป็นอวิชชาอย่างหนึ่ง


ความเมาต่างๆ
อันความเมาทั้งที่เป็นความเมาเหล้า
และเมาเพราะเหตุต่างๆ มีความยกย่อง เป็นต้น
เป็นอวิชชาทุกชนิด
เพราะเมื่อเมาแล้วก็ ทำให้ขาดปัญญาที่จะรู้สัจจะในสิ่งทั้งหลายเมาเหล้าเรียกว่าเมาทางกาย สร่างเมา อาจจะเร็วกว่าเมาใจ
คือเมาในรูป เสียง กลิ่น รส
จะไม่รู้เหตุผลตามที่เป็นจริง
ไม่มีใครจะพูดตักเตือนในขณะที่เมาได้
จะพูดกันให้เกิดความเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อสร่างเมาแล้ว

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [24 ม.ค. 2547 , 06:38:10 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )


  สลักธรรม 3

ความหลง
คือ ความขาดปัญญาในลักษณะต่างๆ

จนถึงความถือเอาทางผิด
ด้วยความเข้าใจผิดและความงุนงง
ไม่พบทางออกเหมือนอย่างคนหลงทาง

คนเราเผลอสติ เผลอปัญญาเมื่อใด
ความหลงก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น


คนที่ถูกหลอกลวงได้ เพราะไปเชื่อในคำหลอกลวง
เรียกว่าเป็นคนหลงอย่างหนึ่ง
คือหลงเชื่อสิ่งที่หลอกลวง

มิใช่มีแต่คนภายนอก
แต่เป็นความคิดเห็นหรือใจของตนเองก็มี
จึงไม่ควรด่วนเชื่อใคร หรือแม้ใจตนเองทันที




สมเด็จฯทรงปฏิบัติพระองค์เองโดยไม่หลง ไม่ติดในสมมติ

แทนที่จะทรงใช้ชีวิตอย่างคนอื่นๆตามประสาผู้สูงอายุทั่วไป

กลับเสด็จไปทรงช่วยเหลือประชาชนตามที่ทุรกันดารไกลๆ

ทรงยึดเอาความประหยัดเป็นรากฐานของการดำรงชีวิต

ทรงเป็นตัวอย่างของพระราชโอรส พระราชธิดา ที่ทรงมีพระเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [24 ม.ค. 2547 , 06:43:17 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )


  สลักธรรม 4

พ.ศ.๒๕๑๐ ทรงมีพระราชปรารภว่า

นักเรียนนักศึกษา ตลอดถึงข้าราชการผู้ที่ไปศึกษาต่อ หรือ ไปรับราชการ ณ ต่างประเทศ

ควรจะมีหนังสือแนะแนวคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา เป็นคู่มือสำหรับอ่าน

เพื่อให้เกิดความรู้เป็นแนวทางสำหรับปฏิบัติตนเอง และ เพื่ออธิบายให้บรรดามิตรชาวต่างประเทศ ผู้ต้องการจะทราบ เข้าใจได้ถึงหลักธรรมบางประการ


ในพระพุทธศาสนาสอนเรื่อง “อริยสัจ ๔”
แปลว่า สัจจะที่ทำให้เป็นผู้ประเสริฐ

ให้รู้จักในเรื่อง

๑ ทุกข เกิดแก่เจ็บตาย ความพลัดพราก ความปรารถนา ความไม่สมหวังฯ

๒ สมุทัย เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ตัณหา ดิ้นรน ทะยานอยากของจิตใจ

๓ นิโรธ ความดับทุกข์ ดับตัณหา ดับความดิ้นรน ทะยาน

๔ มรรค หนทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

ทางมีองค์ ๘ คือ เห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ อาชีพชอบ เพียรพยายามชอบ สติชอบ ตั้งใจชอบ (เลี้ยงชอบ)

ไตรลักษณ์ อนิจจา ทุกข อนัตตา

พรหมวิหาร ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

นิพพาน คือ ความละตัณหาในทางโลก
และทางธรรมทั้งหมด

ปฏิบัติโดยไม่มีตัณหาทั้งหมด
คือการปฏิบัติถึงนิพพาน


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [24 ม.ค. 2547 , 06:47:35 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )


  สลักธรรม 5

ในปีพุทธศักราช๒๕๑๐

ก็ได้ทรงมีพระราชปรารภถึงปัญหาธรรม
เกี่ยวแก่เรื่องวิธีปฏิบัติตนให้ถูกต้องทางธรรมะ

โดยลดความโลภ ความโกรธ ความหลง
ว่าจะพึงปฏิบัติได้อย่างไร

สืบเนื่องไปถึงเรื่องกิเลสตัณหา
พระราชทานพระราชดำริ
เกี่ยวกับเรื่องโลกสัจจะ สมมุติสัจจะ
และปรมัตถสัจจะ เพื่อเรียบเรียงรวมเข้าเป็นเรื่องเดียวกัน

ทรงเน้นเรื่องศีลธรรมเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีอยู่

เป็นเครื่องบำรุงรักษาโลกให้ดำรงอยู่ได้


การหัดใช้ความคิดตามเหตุผล
ที่ไม่ขึ้นอยู่ในอำนาจของโลภ โกรธ หลง

เป็นทางเพิ่มพูนความรู้ในสัจจะ
และเมื่อหัดคิด ไปจนถึงปรมัตถสัจจะ
เพียงถึงแก่ตายที่ทุกๆคนต้องประสบ

ก็จะเป็นวิธีลดความโลภ โกรธ หลงได้มาก
ยิ่งได้คิดให้รู้ซึ้ง ถึงความดีความชั่ว

ถึงประโยชน์แก่ตนเอง แก่ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์




ข้อมูล : คัดจากหนังสือ “ธรรมะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงปฏิบัติ”

รวบรวมโดย ขวัญแก้ว วัชโรทัย
รองเลขาธิการพระราชวัง

ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวัง

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [24 ม.ค. 2547 , 06:53:09 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )


  สลักธรรม 6

เช้านี้ได้มีโอกาสอ่านสิ่งที่ดี ให้ประโยชน์ในการพิจารณาขบคิดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องอวิชชา
ขอบพระคุณมากค่ะท่านเทพธรรม

โดย น้องกิ๊ฟ [24 ม.ค. 2547 , 08:23:48 น.] ( IP = 202.47.238.166 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ
ได้เริ่มต้นสิ่งดีๆของวันนี้...ด้วยการอ่านธรรมะ
ก่อนที่จะทำภาระกิจอื่นๆต่อไป

โดย เซิ่น [24 ม.ค. 2547 , 08:48:02 น.] ( IP = 169.210.26.88 : : )


  สลักธรรม 8

เป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่งค่ะ ทำให้น้อมระลึกถึงสมเด็จย่า พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแก่ปวงชนชาวไทยอย่างงดงามที่สุด ภาพที่ส่งมาก็ให้ความรู้สึกที่ชื่นใจจริงๆค่ะ

โดย น้องอุ๊ [24 ม.ค. 2547 , 17:20:06 น.] ( IP = 203.209.111.239 : : )


  สลักธรรม 9

ครับผม อ่านแล้วทำให้น้อมระลึกถึงสมเด็จย่าจริงๆ

ขอบพระคุณอาจารย์เทพธรรมมากครับ
ที่นำเรื่องดีๆ มาฝาก

โดย น้องจุก [25 ม.ค. 2547 , 22:33:23 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.221 )


  สลักธรรม 10

เขียว

โดย MASHIMA [26 ม.ค. 2547 , 11:36:48 น.] ( IP = 210.255.99.66 : : unknown )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org