| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๏๏๏ จิตเกิดมาได้อย่างไร ?๏๏๏
สลักธรรม 112. อารมณ์ที่เป็น อารัมมณปัจจัย นั้นเปรียบเสมือนคนทุพพลภาพ
ต้องอาศัยไม้เท้าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว
จึงทรงตัวและลุกขึ้นและเดินไปไหนๆได้ฉันใด
จิตก็เช่นเดียวกันครับ
ย่อมอาศัยอารมณ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว
จึงเกิดขึ้นได้ฉันนั้น
ด้วยเหตุนี้เอง อารมณ์จึงเป็นเหตุอย่างหนึ่ง
ที่ทำให้เกิดจิตครับ
![]()
พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า..เป็น อารัมมณปัจจัย
เช่นเสียงทำให้เกิดจิตได้ยิน
เสียงเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิตได้ยิน
หรือโกโบริ กำลังคิดถึง อังศุมารินที่เป็นคู่รักของตน
คู่รัก นั้นก็เป็นอารัมมณปัจจัย
แก่จิตคิดถึงนั้น เป็นต้น
โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2547 , 21:25:01 น.] ( IP = 203.107.205.240 : : )
สลักธรรม 12
3.เจตสิกในขณะปัจจุบันที่เป็น สหชาตปัจจัย
คำว่า สหชาตปัจจัย หมายถึง
ปัจจัยที่ทำให้เกิดผล
โดยที่ปัจจัยนั้นเกิดพร้อมกับผลด้วย
จิตจะเกิดขึ้นมาได้..ต้องอาศัยสิ่งปรุงแต่ง
ในขณะนั้นด้วย..สิ่งที่ปรุงแต่งจิตในขณะปัจจุบัน
สิ่งนั้นต้องประกอบกับจิตด้วย
สิ่งนั้น ที่พี่เณรกล่าวนั้น
ทางธรรมะเรียกว่าเจตสิก
จิตเกิดขึ้นมาไม่ได้เกิดมาโดดเดี่ยวตามลำพัง
ต้องมีเจตสิกเข้าไปปรุงแต่งเพื่อให้จิตรู้อารมณ์
ถ้าไม่มีเจตสิกเข้าไปปรุงแต่ง
จิตจะเกิดขึ้นไม่ได้
เปรียบเสมือนมีเกลือจะไม่มีรสเค็มย่อมเป็นไปไม่ได้
![]()
โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2547 , 22:06:08 น.] ( IP = 203.107.205.240 : : )
สลักธรรม 13และเจตสิกที่เข้าไปปรุงแต่งจิตนั้น
ก็ไม่ใช่มีประเภทเดียว
มีตั้งหลายประเภทนะครับ
เช่น.. จิตรู้อารมณ์ได้นั้นต้องมี...
เจตสิกประเภทที่ทำหน้าที่กระทบอารมณ์คือ ผัสสะเจตสิก
ให้เกิดจิต จิตจึงรู้อารมณ์
ยังมีเจตสิกที่ตั้งมั่นในอารมณ์ เอกัคคตาเจตสิก จิตจึงรู้อารมณ์ได้
ถ้าไม่มีเจตสิกคอยช่วยรับกระทบอารมณ์
หรือตั้งมั่นในอารมณ์
จิตจะไม่สามารถรู้อารมณ์ได้เลย
เนื่องด้วยเจตสิกที่ปรุงแต่งจิตนี้เกิดพร้อมกับจิต
เจตสิกเหล่านี้จึงเป็น สหชาตปัจจัย ครับผม
![]()
โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2547 , 22:14:33 น.] ( IP = 203.107.205.240 : : )
สลักธรรม 14พี่เณรอธิบายไปแล้ว 3 ปัจจัย
โอ้ยเมื่อยมือด้วยหลังด้วย
ขอพักก่อนนะครับ
แล้วพี่เณรจะมาอธิบายที่เหลืออีก 2 ปัจจัยนะครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ
ใครรู้ตัวว่าตอบถูกบ้างครับ อิอิ
ลองตอบพี่เณรมาก่อนก็ได้นะครับผม
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2547 , 22:20:11 น.] ( IP = 203.107.205.240 : : )
สลักธรรม 15อิอิ..มาแอบดูคำตอบครึ่งแรก..
เดาแบบเข้าข้างตัวเองว่า ..สอบไม่ตกละกาน..แหะ.แหะ
ขอบพระคุณในคำตอบที่ชัดเจนดีเหลือเกินค่ะพี่เณร
ปล.ตอนที่เฉลยคำตอบอยู่นี้ กำลังดูโกโบริอยู่หรือเปล่าคะ...
รู้สึกว่าจะนำวัตถุดิบรอบตัวมาใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วเลยนะคะพี่เณรเนี่ย..หุหุโดย น้องกิ๊ฟ [27 ม.ค. 2547 , 22:42:09 น.] ( IP = 202.129.46.104 : : )
สลักธรรม 16มาแล้วขอครับ
ไม่อยากให้การงานคั่งค้างครับผม
รีบมาตอบที่เหลือดีกว่าครับ
4. วัตถุรูปที่เป็น วัตถุปุเรชาตปัจจัย
จิตจะเกิดขึ้นมาได้ต้องอาศัยรูปธรรมชนิดหนึ่ง
ที่เกิดขึ้นก่อนจิต
ขณะที่จิตอาศัยรูปธรรมชนิดนั้น รูปธรรมนั้นก็ยังคงอยู่
รูปธรรมชนิดนั้นก็ได้แก่..วัตถุรูป..
คำว่า...วัตถุรูป...ในที่นี้
ไม่ได้หมายถึงวัตถุสิ่งของใดๆนะครับ
แต่มุ่งหมายเฉพาะรูป
ที่เกิดจากอำนาจกรรมในอดีต
และเป็นที่อาศัยให้แก่จิตซึ่งได้แก่
ปสาทรูปทั้ง 5 และหทยวัตถุรูปครับ
ขอยกตัวอย่างว่า ประสาทตาเป็นที่อาศัยให้แก่จิตเห็น
โดยประสาทตานั้นเกิดขึ้นก่อน
ขณะที่เกิดจิตเห็น ประสาทตานั้นก็ยังตั้งอยู่
เพื่อให้จิตเห็นอาศัยโดยตัวมันเองยังไม่ดับไป
คำว่า ปุเรชาต หมายถึง เกิดก่อน
คำว่า วัตถุตามตัวอย่างที่พี่เณรยกมานั้น
ก็หมายถึงจักขุวัตถุรูปซึ่งก็คือ
จักขุประสาท ที่เป็นที่ตั้งของจิตเห็น
ดังนั้น วัตถุรูปเหล่านั้นเป็นปุเรชาตปัจจัย
ให้แก่จิตไงครับผม
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2547 , 23:53:05 น.] ( IP = 203.107.203.152 : : )
สลักธรรม 175. จิตและเจตสิกที่เพิ่งดับไป
ในขณะที่แล้วเป็น..อนัตรปัจจัย..
พี่เณรขอบอกก่อนนะครับว่า
..ธรรมชาติที่แท้จริงของจิตไม่ใช่สิ่งวิเศษ
เที่ยงแท้ อมตะนะครับ
gพราะว่า จิตมีการเกิดดับอยู่ทุกขณะ
ขณะที่จิตดับไปทุกครั้ง
ก็ไม่ใช่ว่าพลังจิตนั้นสูญสลายไปนะครับ
การที่ยึดว่า
เมื่อจิตดับลงแล้ว
พลังจิตนั้นก็สูญสลายไป
ว่างเปล่าไม่เหลืออะไร
นี่ก็เป็นความเห็นผิดที่เรียกว่า..อุจเฉททิฏฐิ ครับเพราะว่า
เมื่อจิตดับไปแต่ละขณะ
ไม่ได้ดับไปเปล่าๆนะครับ
แต่มีพลังผลักดันให้เกิดจิตขณะต่อไปเรื่อยๆ
ไม่ขาดสาย โดยอนันตรปัจจัยครับผม
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2547 , 23:58:18 น.] ( IP = 203.107.203.152 : : )
สลักธรรม 18ดังนั้นถ้าท่านมาศึกษาพระอภิธรรมแล้ว
พอถึงเรื่องปัจจัยธรรมนี้แล้ว
ท่านจะสามารถคลี่คลายความเห็นผิดลงไปได้
อย่างมากนะครับ
และจะเห็นจริงว่า จิตไม่ใช่เรา
และก็ไม่ใช่ใครๆทั้งนั้น
และจะเป็นคนลุ่มลึกตรึกตรองได้อย่างรอบคอบถูกต้องนะครับ
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [28 ม.ค. 2547 , 00:00:55 น.] ( IP = 203.107.203.152 : : )
สลักธรรม 19ดังนั้นถ้าท่านมาศึกษา
พระอภิธรรมแล้วพอถึงเรื่องปัจจัยธรรมนี้แล้ว
ท่านจะสามารถคลี่คลายความเห็นผิด
ลงไปได้อย่างมากนะครับ
และจะเห็นจริงว่า จิตไม่ใช่เรา
และก็ไม่ใช่ใครๆทั้งนั้น
และจะเป็นคนลุ่มลึกตรึกตรอง
ได้อย่างรอบคอบถูกต้องนะครับ
ด้วยกุศลที่พี่เณรตั้งใจที่จะถ่ายทอด
ความรู้อันได้แก่พระอภิธรรมมานี้
จงยังความปราโมทย์แก่
พระครูผู้ประสาทวิชา
ให้แก่พี่เณรด้วยความเคารพไว้อย่างสูงครับ
และขอให้ทุกๆท่าน
สามารถมีกำลังใจ
ที่จะหันมาหาความเข้าใจ
ชีวิตตนเองจะดีมากๆนะครับ
ขอความสุขความเจริญ
จงมีแก่ท่านตลอดไปนะครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [28 ม.ค. 2547 , 00:05:44 น.] ( IP = 203.107.203.152 : : )
สลักธรรม 20เกิดจากอดีตกรรม อารมณ์ ทวาร เจตสิก
โดย shi63 [28 ม.ค. 2547 , 09:54:34 น.] ( IP = 161.200.255.162 : : 161.200.69.144 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |