เรื่องนี้เกิดขึ้น ที่เขตอำเภอป้อมปราบ ในตระกูลพ่อค้าที่มี ความมั่งมีมีพ่อ แม่และลูกชาย
คนหนึ่งจากการที่ตามใจลูกมา ตั้งแต่เด็กจนเป็นหนุ่ม ลักษณะและอุปนิสัยของลูกชายนั้น นิสัย
ขี้โมโห โกรธง่าย เพราะถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบเอาใจมาก เลยทำให้นิสัยเสียจึงเป็นคนแข็งกร้าว
ชอบเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ พอพ่อแม่อายุย่างเข้า ๖๐ ปี ก็ได้มอบทรัพย์สมบัติและ กิจการ
ต่างๆ ให้เป็นของลูกโดยให้ลูกเป็นผู้ดูแลทั้งสิ้นเมื่อได้รับ มรดกดังกล่าวแล้ว ลูกชายคนนี้ก็ยิ่ง
มีความหยิ่งจองหองและปากเปราะมาก บางครั้งแม่ของตัวเองจะทานข้าว จะไปธุระ หรือจะ
ไปนอน ตัวเองซึ่งเป็นลูกชาย ไม่เคยที่จะมาดูแลทุกข์สุขแต่อย่างใด
บางครั้งแม่จะขอเงินบางส่วนไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยสัตว์ ลูกชายก็ตะคอกใส่ โดยไม่คำนึง
ว่าผู้นั้นเป็นผู้บังเกิดเกล้า ของเขาโดยไม่กลัวบาป และบางครั้งแม่พูดผิด หรือทำของหกหล่น
เป็นที่ไม่พอใจลูกก็ด่าว่าโดยไม่มีการให้อภัย เป็นเรื่องที่บาปมากที่สุด จนบ้านใกล้เรือนเคียงรู้สึก
มีความหดหู่ใจต่อบุตรชายที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณครั้นต่อมาเมื่อแม่ของตัวเองได้สิ้นบุญลง
กิจการต่างๆก็เริ่มทรุดลงตาม สำหรับตัวเองก็เสเพลดื่มเหล้า เที่ยวผู้หญิง แล้วก็เล่นการพนัน
เพียงไม่เกิน ๕ ปี กิจการต่างๆ ก็ล้มละลาย และภายในครอบครัวก็มีเรื่องแตกแยกกัน สภาพ
การเงินก็เลวลงกว่าที่เป็นอยู่ จนตัวเอง คิดมากและสุขภาพไม่แข็งแรงป่วยเป็นสารพัดโรคทำให้
ตนเองจากที่เคยขี่รถเบ็นซ์ ก็กลายเป็นต้องมาขี่จักรยาน ๒ ล้อแทน และไปทำงานบริษัท ในหน้า
ที่เด็กเดินหนังสือไม่ถึง ๒ เดือน ก็ถูกไล่ออก เพราะนิสัยเดิม ที่เป็นคนมุทะลุ โกรธง่ายจองหอง
จึงเป็นเหตุให้ทำงานไม่ได้ ผลสุดท้ายต้องไปนั่งขอทานตามสะพาน ตามศาลเจ้าต่างๆ
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า ผู้บังเกิดเกล้าเป็นสิ่งที่เราต้องยกย่องนับถือ และเทอดทูนเหนือ
สิ่งอื่นใด และต้องไม่เนรคุณลบหลู่ต่อท่านอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นแล้ว กรรมจะตามสนองเหมือน
อย่างนี้ และฟ้าดินจะต้องลงโทษอย่างหนัก.
ด้วยความปรารถนาดี
ดอกแก้ว