มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กำไรชีวิต...หลักมนุษยธรรม




๑. ความหมายของคำว่า มนุษยธรรม

คำว่า มนุษยธรรม หมายถึง
"ธรรมที่ทำให้คนเป็นมนุษย์สมบูรณ์"
คือเป็นมนุษย์ทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งได้แก่ศีล ๕



หากสังคมมนุษย์ไม่มีศีลเป็นเครื่องคุ้มครองจิตใจแล้ว
มนุษย์ก็จะมีพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต
ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ทั่ว ๆ ไป
หาชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐไม่
เพราะเมื่อไม่มีศีลแล้วมนุษย์ย่อมก่อความเดือดร้อน
ให้กันและกันเสมอ หาความสงบในชีวิตได้ยาก


การที่ได้เกิดเป็นมนุษย์นี้ในทางพระพุทธศาสนาถือว่า
เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากต้องอาศัยบุญเก่า
คือบุพเพกตบุญญตาช่วยอุปถัมภ์
และชาติที่เกิดเป็นมนุษย์นี้ถือว่าเป็นชาติที่สำคัญ
เพราะเป็นที่ตั้งแห่งการทำความดีทั้งหลาย


สามารถที่บำเพ็ญธรรมเพื่อให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี
ตั้งแต่เบื้องต่ำไปจนถึงพระนิพพานได้
ในวิสุทธิมรรคพระพุทธโฆสาจารย์ได้กล่าวถึงศีลว่า
ศีล คือความงามอันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นแห่งคุณธรรม
และศีลเป็นเบื้องต้นแห่งคำสอนของพระพุทธเจ้า
เพราะ ศีลเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งปวง




โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:24:42 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ดังพุทธดำรัสในสังยุตตนิกายว่า

ศีลที่หมดจดดีแล้ว
ชื่อว่าเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย
และในโอวาทปาติโมกข์ข้อต้นที่ว่า
การไม่ทำบาปทั้งปวง


และที่ว่าศีลชื่อว่างามนั้น
ก็เพราะเป็นเหตุนำมาซึ่งความไม่เดือดร้อนเป็นต้น

พระพุทธองค์ทรงประกาศว่า
ศีลเป็นความงามในเบื้องต้น
สมาธิเป็นความงามในท่ามกลาง
และปัญญาเป็นความงามในขั้นสุดท้าย

ศีล ๕ นี้ เป็นศีลขั้นต้นที่ถือว่าเป็นพื้นฐานแห่งศีลทั้งปวง



๒. มนุษยธรรม ๕ หรือศีล ๕

ศีลที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
สำหรับผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาที่เป็นคฤหัสถ์
คือเบญจศีลหรือศีล ๕ คือ


๑. ปาณาติปาตา เวรมณี
เว้นจากการฆ่าสัตว์

๒. อทินนาทานา เวรมณี
เว้นจากการลักทรัพย์


๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี
เว้นจากการประพฤติล่วงในกามารมณ์


๔. มุสาวาทา เวรมณี
เว้นจากการพูดเท็จ


๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี
เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมาทุกชนิด





โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:27:46 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : )


  สลักธรรม 2

ศีลข้อที่ ๑ ปาณาติปาตา เวรมณี
คือการตั้งใจงดเว้นการทำลายชีวิตสัตว์
ความมุ่งหมายในการที่ทรงบัญญัติศีลข้อนี้
ก็เพื่อให้มนุษย์อบรมจิตของตนเอง
ให้คลายความโหด

มีความเมตตากรุณาต่อกันและเผื่อแผ่ความรัก
ความเอื้ออาทรแก่สัตว์ทั้งปวงด้วย
เห็นชีวิตของผู้อื่นเสมอกับชีวิตของตน
และให้ปลูกไมตรีจิตในสัตว์ทุกจำพวก



สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ทรงอธิบายไว้ในหนังสือเบญจศีล เบญจธรรมว่า
ขอบเขตของสิกขาบทนี้ มีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
ซึ่งผู้รักษาศีลจะต้องเว้น เพื่อรักษาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ

๑. การฆ่า การทำให้ตายด้วยตนเอง
หรือใช้ผู้อื่นทำ หรือร่วมกับคนอื่น

๒. การทำร้ายร่างกาย การทำให้บาดเจ็บอย่างสาหัส

๓. การทรกรรม เช่น การใช้งานเกินกำลัง การกักขัง
การนำสัตว์ไปโดยวิธีทรมาน การผลาญสัตว์
เช่น ยั่วให้ต่อสู่กันเพื่อความสนุกสนาน



ในอัฏฐสาลินี ได้กล่าวว่า
ต้องพร้อมด้วยองค์ประกอบ ๕ ประการ คือ
(องค์ประกอบของการฆ่า)

๑. สัตว์นั้นมีชีวิต
๒. รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
๓. มีเจตนาจะฆ่า
๔. พยายามฆ่า
๕. สัตว์นั้นตายเพราะถูกฆ่า


เมื่อครบองค์ ๕ ประการนี้ ศีลจึงขาด
ถ้าไม่ครบเพียงแต่ด่างพร้อย
ทำเองหรือใช้ให้คนอื่นทำศีลย่อมขาดได้เหมือนกัน





โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:31:58 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : )


  สลักธรรม 3

การทำปาณาติบาตจะมีโทษมากหรือน้อย
มีหลักเกณฑ์พิจารณาดังนี้คือ


๑. กำหนดด้วยวัตถุ
ถ้าเป็นมนุษย์ ฆ่าผู้มีคุณมาก มีโทษมาก
ฆ่าผู้มีคุณน้อยมีโทษน้อย
เช่น ฆ่าพระอรหันต์ บิดาและมารดามีโทษมาก
เพราะพระพุทธเจ้าเพียงแต่ทำร้ายให้ห้อพระโลหิต
มีโทษเท่ากับฆ่าบิดามารดา
ส่วนคนที่ไม่มีคุณก็มีโทษน้อยลดหลั่นกันลงไป

ถ้าเป็นสัตว์ ก็กำหนดด้วยคุณ ถ้าไม่มีคุณเหมือนกัน
กำหนดด้วยรูปร่างใหญ่เล็ก กว่ากัน
ถ้าใหญ่มีโทษมาก ถ้าเล็กมีโทษน้อย


๒. กำหนดด้วยเจตนา
คือการตั้งใจฆ่า มีโทสะมากหรือน้อยกว่ากัน
ถ้าโทสะมาก โทษมาก โทสะน้อย โทษน้อย


๓. กำหนดโดยประโยค
คือความพยายามที่จะฆ่าให้ตายใช้ความพยายามมากมีโทษมาก
ให้ความพยายามน้อย มีโทษน้อย




โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:35:44 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : )


  สลักธรรม 4

ศีลข้อที่ ๒ อทินนาทานา เวรมณี
คือ เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ด้วยอาการขโมย
ความมุ่งหมายในการบัญญัติสิกขาบทนี้
เพื่อให้ทุกคนเคารพในกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น
เว้นจากการทำมาหากินในทางทุจริต
ประกอบอาชีพในทางมิจฉาชีพ
ไม่เบียดเบียนผู้อื่นในทางเลี้ยงชีพ



สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ทรงอธิบายว่า ข้อห้ามหรือขอบเขตของสิกขาบทนี้
มีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งผู้รักษาศีลจะต้องเว้น
เพื่อรักษาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ

๑. โจรกรรม
๒. อนุโลมโจรกรรม
๓. ฉายาโจรกรรม



๑. โจรกรรมมี ๑๔ อย่าง คือ
๑. ลัก ถือเอาทรัพย์เมื่อเจ้าของไม่เห็น
ที่เรียกว่า ขโมยและตัดช่องย่องเบา

๒. ฉก ชิงเอาทรัพย์ต่อหน้าเจ้าของ
ที่เรียกว่า ตีชิง วิ่งราว

๓. กรรโชก ขู่ให้เขากลัวแล้วให้ทรัพย์
ที่เรียกว่า จี้ ในปัจจุบันนี้

๔. ปล้น รวมหัวกันหลายคน
มีศรัตราอาวุธเข้าแย่งทรัพย์

๕. ตู่ อ้างหลักฐานพยานเท็จ
หักล้างกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น เช่น ที่ดิน เป็นต้น
ซึ่งไม่อยู่ในปกครองของตน

๖. ฉ้อ โกงเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่ตนปกครอง
เช่น โกงของฝาก โกงที่ดินที่ตนอยู่อาศัย เป็นต้น

๗. หลอก ปั้นเรื่องให้เขาเชื่อแล้วให้ทรัพย์

๘. ลวง ใช้เล่ห์เอาทรัพย์เครื่องมือลวง
เช่น โกงตาชั่ง เป็นต้น

๙. ปลอม ทำหรือใช้ของปลอม เช่น
ธนบัตรปลอม ยาปลอม เป็นต้น

๑๐. ตระบัด ยืมของคนอื่นมาใช้แล้ว
ยึดเอาเสีย กู้หนี้แล้วไม่ใช้ดอก เป็นต้น

๑๑. เบียดบัง กินเศษกินเลย
เช่น เลี้ยงสัตว์ กินค่าอาหารสัตว์ เป็นต้น

๑๒. สับเปลี่ยน แอบสลับเอาของผู้อื่น
ซึ่งมีค่าสูงกว่า

๑๓. ลักลอบ หลบหนีภาษีของหลวง
หรือลอบนำสิ่งที่ต้องห้าม เช่น เหล้าเถื่อน เป็นต้น

๑๔. ยักยอก ยักเอาทรัพย์ของคนที่ถูกริบไว้
ยักยอกภาษี ยักยอกทรัพย์ที่ถูกฟ้องล้มละลายไว้

โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:41:47 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : )


  สลักธรรม 5

๒. อนุโลมโจรกรรม
ทำโจรกรรม คือ กิริยาที่ไม่ทำให้โจรกรรม ๑๔ อย่าง
แต่ทำงานคล้ายโจรกรรม พออนุโลมเข้ากับโจรกรรมได้
เรียกว่า อนุโลมโจรกรรมมี ๓ อย่าง คือ

๑. สมโจร สนับสนุนโจร
เช่น ให้ที่พักและอาหารและรับซื้อของโจร เป็นต้น

๒. ปอกลอก คบหาเพื่อปลอกลอกเอาทรัพย์

๓. รับสินบน รับสินจ้างแล้วทำผิดหน้าที่ เพราะเกรงใจเขา

ทั้ง ๓ อย่างนี้ ศีลไม่ขาดแต่ด่างพร้อย
เฉพาะการรับสินบนนี้ ถ้าผู้รับมีเจตนาร่วมกับผู้ให้
ในการทำลายกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น
ก็เป็นการร่วมโจรกรรมโดยตรง ศีลขาด



๓. ฉายาโจรกรรม
คือ การกระทำที่ไม่ทำอนุโลมโจรกรรม
แต่ทำพัสดุของผู้อื่นให้สูญเสียและเป็นสินใช้ตกอยู่แก่ตน
เรียกว่าฉายาโจรกรรม มี ๒ อย่าง คือ

๑. ผลาญ ทำลายทรัพย์ของผู้อื่นให้เสียหาย
(ไม่เอามาเป็นของตน) เช่น เผาบ้านเสียหาย เป็นต้น

๒. หยิบฉวย ถือวิสาสะเกินขอบเขต
เช่น ลูกหลานเอาของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย
โดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือถือเอาของญาติมิตรมากกว่าที่เขาอนุญาตให้
เอาโดยไม่ต้องซื้อ
ทั้ง ๒ อย่างนี้ ศีลไม่ขาดแต่ด่างพร้อย



ในอัฏฐสาลินี ได้แสดงถึงองค์ประกอบของอทินนาทานว่า
ต้องพร้อมด้วยองค์ประกอบ ๕ ประการ คือ
๑. ของนั้นมีเจ้าของหวงแหน
๒. รู้ว่าของนั้นมีเข้าของหวงแหน
๓. ตั้งใจลักสิ่งของนั้น
๔. พยายามลักสิ่งของนั้น
๕. ได้สิ่งของนั้นมา ด้วยความพยายามนั้น

เมื่อพร้อมด้วยองค์ประกอบ ๕ นี้ ศีลขาด
ถ้าไม่ครบองค์ศีลไม่ขาด
เป็นเพียงแต่ด่างพร้อยไม่บริสุทธิ์
ทำเอาหรือใช้ให้ผู้อื่นทำศีลขาด




โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:47:20 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : )


  สลักธรรม 6

ในการวินิจฉัยว่า การทำอทินนาทาน
จะมีโทษมากหรือน้อยนั้น
ในอัฏฐสาลินีได้อธิบายเกณฑ์ในการพิจารณาคือ

๑. กำหนดด้วยวัตถุ
คือ ของมีค่ามากมีโทษมาก มีค่าน้อยมีโทษน้อย

๒. กำหนดด้วยเจตนา
คือ ความตั้งใจที่เจือด้วยกิเลสมาก มีโทษมาก
ที่เจือด้วยกิเลสน้อยมีโทษน้อย

๓. กำหนดด้วยประโยค
คือความพยายามที่จะได้สิ่งของนั้น
ถ้าพยายามมากมีโทษมาก พยายามน้อยมีโทษน้อย



ข้อยกเว้นการถือเอาของผู้อื่นโดยวิสาสะ
คือ ของญาติหรือมิตรหรือคนที่คุ้นเคยกัน
เคยช่วยเหลือกัน เคยอนุญาตไว้ก่อน
แม้จะถือเอาโดยไม่บอกก็ไม่เป็นอทินนาทาน

แต่ประกอบด้วยลักษณะการถือวิสาสะ

ในอัฏฐสาลินี ที่ท่านอธิบายว่าต้องประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ

๑. เจ้าของเป็นผู้สนิทกับตน

๒. เจ้าของเคยอนุญาตไว้ก่อน

๓. เมื่อถือเอาแล้วไม่มีคนสนเท่ห์

๔. ของนั้นเป็นของที่เจ้าของไม่หวงแหน
สำหรับเราหรือพอให้ได้

๕. เมื่อเจ้าของรู้แล้วก็พอใจไม่ว่าอะไร



ติดตามต่อพรุ่งนี้ครับ





โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2547 , 19:56:21 น.] ( IP = 169.210.26.49 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามกำไรชีวิตก่อนค่ะ เห็นคำว่ามนุษยธรรมแล้ว องค์ประกอบแห่งความเป็นมนุษย์แล้ว พิเศษกว่าที่เคยรู้มาจริงๆ ละเอียดและแยกแยะได้อย่างชัดเจน อ่านไปจิตใจก็เบิกบานตามมาด้วย แหมช่างโชคดีจริงๆค่ะที่วันนี้ยังมีครูที่แสนดี และจะติดตามพรุ่งนี้ต่อนะคะ

โดย น้องอุ๊ [29 ม.ค. 2547 , 21:04:25 น.] ( IP = 203.209.121.110 : : )


  สลักธรรม 8

ละเอียดดีจังเลยค่ะพี่เณร
ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมาก
ดีใจเหมือนพี่อุ๊เลยค่ะที่มีครูใจดี..อิอิ

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ม.ค. 2547 , 23:22:49 น.] ( IP = 202.129.46.84 : : )


  สลักธรรม 9

เป็นรายละเอียด ว่าโดยพิสดารรวมมิตรจริง ๆ นะคะ

กราบขอบพระคุณน้ำใจ* ความเผื่อแผ่จากพี่เณรค่ะ

โดย น้องถ้วย [29 ม.ค. 2547 , 23:27:32 น.] ( IP = 203.149.37.191 : : )


  สลักธรรม 10

อ่านแล้ว ทำให้รู้สึกว่า ทำไมนะ ความรู้พื้นฐานอย่างเบญจศีล ก็ดูเหมือนว่าเราจะยังเข้าใจไม่ลึกซึ้งเลย

พี่เณรคร้าบ..น้องจุกอ่านแล้วเจอศีลขาด ศีลด่างพร้อย..ยังไข้ใจไม่กระจ่างครับ

พี่เณรช่วยกรุณาแจกแจง ขยายความ พร้อมตัวอย่างให้ทราบด้วยนะครับ

กราบขอบพระคุณคร้าบ
สาธุ..สาธุ..สาธุ

โดย น้องจุก [1 ก.พ. 2547 , 12:15:17 น.] ( IP = 202.133.188.66 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org