มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กำไรชีวิต...หลักมนุษยธรรม ตอนที่ ๒





ศีลข้อที่ ๓ กามเมสุมิจฉาจารา เวรมณี
คือ การงดเว้นจาการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย
ความมุ่งหมายในการบัญญัติสิกขาบทนี้ คือ
เพื่อให้มนุษย์สร้างความสามัคคีไม่แตกร้าวกัน
รักษาสายโลหิตวงค์ตระกูลของตน
ไม่สำส่อนกันเยี่ยงสัตว์เดียรัจฉาน
หรือเป็นผู้มักมากในกาม



ในอัฏฐสาลินีได้อธิบายถึงขอบเขตของข้อห้ามตามสิกขาบทนี้ว่า
ทั้งหญิงและชายย่อมประพฤติผิดในกามได้ด้วยกัน
ทั่งสองฝ่าย ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทได้ ดังนี้

ก. หญิงที่ต้องห้ามสำหรับชาย มี ๓ จำพวก คือ

๑. หญิงมีสามี โดยที่สุดแม้แต่
ภรรยาชั่วคราวเช่าชั่วคืนก็ถือว่ามีเจ้าของ
๒. หญิงที่มีผู้พิทักษ์รักษา เช่น บิดา
มารดาหรือญาติเป็นต้นรักษา
๓. หญิงที่มีจารีตห้าม เช่น แม่ ย่า ยาย
ทวด ลูก หลาน เหลน นักบวชเป็นต้น

หญิงทั้ง ๓ ประเภทนี้ เมื่อชายประพฤติล่วงเกิน
จะโดยเขายินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตาม ศีลย่อมขาด



ข. ชายที่ต้องห้ามสำหรับหญิง มี ๒ จำพวก คือ

๑. ชายอื่นทุกคนนอกจากสามีของตน
สำหรับหญิงมีสามี

๒. ชายที่จารีตห้าม เช่น พ่อ ปู่ ตา ทวด
ลูก หลาน เหลน นักบวช เป็นต้น

ชาย ๒ ประเภทนี้
เป็นวัตถุแห่งกาเมสุมิจฉาจารของหญิง คือผิดศีล
เว้นไว้แต่ถูกข่มขืนไม่เต็มใจ

ส่วนการเคล้าคลึงหรือพูดเกี้ยว
แม้ศีลจะไม่ขาดย่อมทำให้ศีลด่างพร้อยได้




โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:12:49 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

และในอัฏฐสาลินีได้กล่าวถึง
องค์ประกอบของกาเมสุมิจฉาจารว่ามีองค์ ๔ ประการ
๑. หญิงหรือชายนั้นเป็นผู้ต้องห้าม
๒. ตั้งใจเสพกาม
๓. ประกอบกามกิจ
๔. อวัยวะเพศล่วงล้ำเข้าไปแม้เพียงเท่าเมล็ดงา

เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง ๕ นี้ ศีลขาด
ถ้าไม่ครบองค์ไม่ขาด



ในการพิจารณาโทษว่ามีโทษมากมีโทษน้อย
มีกฎเกณฑ์คล้ายกับ ๒ สิกขาบทข้างต้น คือ

๑. กำหนดด้วยบุคคล
คือ ผู้มีคุณมากบาปมาก
เช่น ประพฤติผิดต่อนักบวชบาปมากคนธรรมดาบาปน้อย
พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายบาปมาก คนอื่นบาปน้อย

๒. กำหนดเจตนา
คือ มีเจตนาประกอบด้วยราคะแรงกล้ามีโทษมาก
ไม่แรงกล้ามีโทษน้อย

๓. กำหนดด้วยประโยค
คือ ความพยายามในการประกอบกามกิจ
ถ้าข่มขืนไม่ยินยอมมีโทษมาก ยินยอมมีโทษน้อย





โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:15:40 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : )


  สลักธรรม 2

ศีลข้อที่ ๔ มุสาวาทา เวรมณี
คือ การงดเว้นจากการพูดเท็จ
ความมุ่งหมายในการทรงบัญญัติสิกขาบทข้อนี้
คือ เพื่อป้องกันการทำลายประโยชน์ของตนและผู้อื่น
ด้วยการพูดเท็จและให้เป็นคนมีสัจจวาจา



สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ทรงอธิบายสิกขาบทข้อนี้ว่า
มีข้อห้ามและขอบเขตทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
ซึ่งผู้รักษาศีลจะต้องเว้นเพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ

มุสาวาท ๗ วิธี (การแสดงเท็จ หรือลักษณะแห่งมุสาวาท)
ท่านประมวลไว้มี ๗ วิธี คือ


๑. ปด ได้แก่การโกหกชัด ๆ ไม่รู้ว่ารู้
ไม่เห็นว่าเห็น ไม่มีว่ามี เป็นต้น

๒. ทนสาบาน คือ ทนสาบานเพื่อให้คนอื่นหลงเชื่อ
ว่าตนไม่เป็นเช่นนั้น จะด้วยวิธีแช่งตัวเอง
หรือด้วยวิธีนั่งนิ่งเมื่อถูกถามก็จัดเป็นทนสาบาน

๓. ทำเล่ห์กะเท่ห์ ได้แก่การอวดอ้างความศักดิ์สิทธิ์เกินความจริง
เช่น อวดวิเศษเรื่องใบ้หวยโดยไม่รู้จริงเห็นจริงเป็นต้น

๔. มายา แสดงอาการหลอกคนอื่น
เช่น ไม่เจ็บทำเป็นเจ็บ เจ็บน้อยทำเป็นเจ็บมากเป็นต้น

๕. ทำเลศ คือไม่อยากจะพูดเท็จแต่พูดเล่นสำนวน
พูดคลุมเครือให้ผู้ฝังคิดผิดไปเอง
เช่น เห็นขโมยวิ่งผ่านหน้าไป
ไม่อยากบอกให้ผู้อื่นทราบว่าตนเห็น
จึงย้ายที่ยืนหรือที่นั่งไป
เมื่อถูกถามพูดเล่นสำนานว่าอยู่ที่นี่ไม่เห็น
อย่างนี้เรียกว่าทำเลศ

๖. เสริมความ เรื่องเล็ก แต่พูดให้คนฟังเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่
เช่นเห็นไฟไหม้หญ้าแห้งก็ตะโกนเสียงดังว่าไฟ ๆ
เพื่อให้คนแตกตื่นตกใจ
หรือโฆษณาสินค้าพรรณนาสรรพคุณจนเกินความจริง

๗. อำความ ตรงกันข้ามกับเสริมความ
คือเรื่องใหญ่แต่พูดให้เป็นเรื่องเล็ก
หรือปิดบังอำพลางไว้
ไม่พูดไม่รายงานต่อผู้มีหน้าที่ให้รับทราบ

โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:18:50 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : )


  สลักธรรม 3

ข้อห้ามหรือขอบเขตของสิกขาบทนี้
มีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
ซึ่งผู้รักษาศีลจะต้องเว้นเพื่อรักษาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ

๑. มุสา
๒. อนุโลมมุสา
๓. ปฏิสสวะ



๑. มุสา แปลว่าเท็จ หรือไม่จริง
การกล่าวคำเท็จหรือคำไม่จริง เรียกว่ามุสาวาท
หรือพูดโกหก ส่วนมากใช้วาจา
แต่การแสดงเท็จหรือโกหก
อาจแสดงได้ทั้ง ๒ ทาง คือ ทางวาจากับทางกาย

ทางวาจา คือ พูดคำเท็จออกมา

ทางกาย คือ แสดงทางกาย
เช่น การเขียนจดหมายโกหก
รายงานเท็จ ทำหลักฐานปลอม ตีพิมพ์ข่าวเท็จ
เผยแผ่ทำเครื่องหมายให้คนอื่นหลงเชื่อ
ตลอดจนการใช้ใบ้ให้คนอื่นเข้าใจผิด
เช่น สั่นศีรษะหรือโบกมือปฏิเสธในเรื่องควรรับ
หรือพยักหน้ารับในเรื่องที่ควรปฏิเสธ เป็นต้น



๒. อนุโลมมุสา คือ การไม่แสดงเรื่องเท็จทั้ง ๗ อย่าง
แต่พูดเรื่องไม่จริงซึ่งไม่มีเจตนาจะกล่าวเท็จ
แต่เจตนาจะให้เขาเจ็บใจหรือแตกร้าวกัน เป็นต้น
เรียกว่า อนุโลมมุสา เช่น

- พูดเสียดแทง กระทบกระแทก แดกดัน

- พูดประชด ยกให้เกินความจริง

- พูดด่ากดให้ต่ำ กว่าความเป็นจริง

- พูดสับปลับ ด้วยความคะนองวาจา
แต่ไม่ตั้งใจให้เข้าใจผิด

- พูดคำหยาบ คำต่ำทราม

ไม่จัดเป็นมุสาวาทแต่ศีลด่างพร้อย



๓. ปฏิสสวะ ได้แก่ การรับคำของคนอื่นด้วยเจตนาบริสุทธิ์
แต่ภายหลังกลับใจไม่ทำตามที่รับคำนั้น
โดยที่ตนยังพอทำตามคำนั้นได้อยู่ มี ๓ อย่าง คือ

๑. ผิดสัญญา ว่าจะทำด้วยความสุจริตใจ
แต่กลับไม่ทำในภายหลัง

๒. เสียสัตย์ ให้สัตย์ปฏิญาณไว้แล้ว
แต่ไม่ปฏิบัติตาม

๓. คืนคำ รับปากว่าจะไป
แต่กลับใจภายหลังไม่ไป

ทั้ง ๓ อย่างนี้ ไม่เป็นมุสาวาท
ศีลไม่ขาดแต่ทำให้ศีลด่างพร้อยได้

โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:21:56 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : )


  สลักธรรม 4

ในอัฏฐสาลีนี ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของมุสาวาท
ว่าต้องพร้อมด้วยองค์ ๔ ประการ คือ

๑. เรื่องไม่จริง
๒. เจตนาจะพูดเรื่องนั้น
๓. พูดหรือแสดงออกไป
๔. ผู้ฟังเข้าใจเนื้อความนั้น



ในการพิจารณาว่ามุสาวาทอย่างไรมีโทษมากหรือมีโทษน้อย
ท่านได้อธิบายไว้ว่า
มุสาวาทที่ทำลายประโยชน์ของผู้อื่นมาก
คือเขาได้รับความเสียหายมากมีโทษมาก
ได้รับความเสียหายน้อยก็มีโทษน้อย

ส่วนการกำหนดโดยวัตถุเจตนาและประโยค
เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น



แต่ยังมีคำพูดอีกประเภทหนึ่งที่เป็นคำไม่จริง
แต่พูดแล้วไม่เป็นมุสาวาท

คือคำพูดที่พูดตามที่ได้ยินได้ฟังมา
หรือเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง
เรียกว่า ยถาสัญญา
คำพูดประเภทนี้มี ๔ อย่าง คือ

๑. โวหาร พูดตามสำนวนโลก
ที่ใช้กันจนเป็นแบบธรรมเนียม
เช่น คำลงท้ายจดหมายว่า
ด้วยความเคารพอย่างสูงหรืออย่างยิ่ง เป็นต้น
แม้ว่าจะไม่ตรงตามความเป็นจริงก็ไม่เป็นมุสาวาท

๒. นิยาม การเล่านิยายหรือแสดงลิเก ละคร เป็นต้น
แม้จะเป็นเรื่องไม่จริงแต่ก็ไม่เป็นมุสาวาท

๓. สำคัญผิด พูดด้วยเข้าใจว่าถูกต้อง
ทั้ง ๆ ที่เรื่องนั้นไม่ถูกไม่เป็นความจริง
เช่น จำวันผิดบอกไปโดยเข้าใจว่าถูก ไม่เป็นมุสาวาท

๔. พลั้ง พูดด้วยความพลั้งเผลอ
โดยไม่ได้ตั้งใจให้ผิดพลาด ไม่เป็นมุสาวาท





โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:24:18 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : )


  สลักธรรม 5

ศีลข้อที่ ๕ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี
คือ การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ได้แก่การดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย
ความมุ่งหมายในการบัญญัติสิกขาบทข้อนี้
คือเพื่อให้คนมีสติไม่ประมาท
รักษาสติของตนไว้ไม่ให้เผอเรอ
พลาดพลั้งในการปฏิบัติงานประจำเพื่อดำรงชีวิตโดยราบรื่น



สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ทรงอธิบายสิกขาบทข้อนี้ว่า
มีข้อห้ามหรือขอบเขตทั้งโดยตรงและโดยอ้อม


โดยตรง คือ น้ำเมา ได้แก่

๑. สุรา น้ำเมาที่กลั่น ที่เรียกกันว่า เหล้า

๒. เมรัย น้ำเมาที่ยังไม่ได้กลั่น ได้แก่ เบียร์ สาโท
น้ำตาลเมา กระแช่ เป็นต้น


โดยทางอ้อม หมายถึง ยาเสพย์ติดให้โทษทุกชนิด

เช่น ฝิ่น กัญชา สารไอระเหย เป็นต้น
เป็นอันห้ามไว้ในศีลข้อนี้
กิริยาที่ทำไม่เฉพาะการดื่มอย่างเดียว
แต่หมายถึงการสูบและการฉีดด้วย



การดื่มสุราและการเสพยาเสพย์ติดให้โทษที่ทำให้ศีลขาดนั้น
ต้องพร้อมด้วยองค์ประกอบ ๔ ประการ คือ

๑. ของนั้นเป็นของมึนเมา
๒. มีเจตนาจะเสพของมึนเมานั้น
๓. พยายามเสพ
๔. ให้ล่วงไหลผ่านลำคอลงไป



ในการพิจารณาโทษในการละเมิดสิกขาบทข้อนี้นั้น
ในอัฏฐสาลินีได้กล่าวโทษไว้เฉพาะสุราอย่างเดียว
ส่วนนอกนั้นก็อนุโลมตามข้อนี้เช่นเดียวกันว่า
มีโทษ ๖ ประการ คือ

๑. ทำให้เสียทรัพย์
๒. เป็นเหตุก่อการทะเลาะวิวาท
๓. เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
๔. ทำให้เสียชื่อเสียง
๕. ทำให้หมดความละอาย
๖. ทอนกำลังสติปัญญา



โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:27:28 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : )


  สลักธรรม 6

เปรียบเทียบระหว่างเบญจศีลและเบญจธรรม


เบญจศีล ...ฝ่ายที่ต้องละเว้น ไม่ควรประพฤติ

๑. เว้นจากการฆ่าสัตว์
๒. เว้นจากการลักทรัพย์
๓. เว้นจากการประพฤติล่วงในกามารมณ์
๔. เว้นจากการพูดเท็จ
๕. เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมาทุกชนิด



เบญจธรรม ...ฝ่ายที่ต้องประพฤติ ต้องนำมาปฏิบัติ

๑. มีเมตตากรุณา
๒. มีสัมมาอาชีวะ
๓. มีการสำรวมในกามารมณ์
๔. มีวาจาสัตย์
๕. มีสติรอบครอบ



ติดตามต่อนะครับ



โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 07:29:20 น.] ( IP = 169.210.26.124 : : )


  สลักธรรม 7



เพราะไม่กลัวบาปกรรม  
จึงทำชั่ว


เพราะรู้จึงกำไรชีวิต


โดย เณรวัส [30 ม.ค. 2547 , 11:25:03 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 8


มาติดตามต่อครับผม

ขอบพระคุณมากครับ

โดย น้องจุก [1 ก.พ. 2547 , 12:41:48 น.] ( IP = 202.133.188.66 : : )


  สลักธรรม 9

มาติดตามต่อค่ะ แต่ตัวอักษรมีปัญหา ขาดหายเป็นบางคำ คงเป็นที่ระบบอะไรไม่ทราบนะคะ ยังแก้ไขไม่ได้ยังไงใจความที่อ่านคัดลอกไปอ่านที่ program Word ก็อ่านได้ ยังไงต้องปรึกษมา ณที่นี้ด้วยค่ะ แต่ยังๆไงต้องขอขอบพระคุณมากๆค่ะ

โดย น้องอุ๊ [1 ก.พ. 2547 , 18:06:02 น.] ( IP = 203.209.96.80 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณขอรับกระพ๊ม

โดย ซาโย [4 ก.พ. 2547 , 09:45:20 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org