มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มีคำถามจากระทู้ที่ ๔๔๒๓ มาให้พี่เณรตอบค่ะ






แหะ..แหะ...อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะพี่เณร
ได้รับทราบถึงอัจฉริยภาพในการอธิบายธรรมะของพี่เณรแล้ว
ขอยอมสยบฝากตัวเป็นลูกศิษย์เพื่อฝึกปรือฝีมือ(ปัญญา)ให้เฉียบแหลมยิ่งขึ้น

คืนนี้ก็มีเรื่องมารบกวนพี่เณรอีกแล้วละค่ะ
ครือว่า ...มีท่านผู้อ่านท่านหนึ่งฝากข้อเสนอแนะมาถึงพี่เณร
เกี่ยวกับการอธิบายธรรมะ
ว่าพี่เณรน่าจะกระทำอะไรบางอย่างเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา

แต่ด้วยความที่ข้อเสนอนั้นอยู่ในหน้าที่สี่
น้องกิ๊ฟก็เกรงว่าจะไม่ได้รับความสนใจ
ก็เลยนำมาไว้ในกระทู้นี้

..... เพื่อขอทราบว่า....
พี่เณรมีความคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอดังกล่าวบ้างคะ

จึงขอแสดงความรบกวนมาด้วยความเคารพค่ะ ..แหะ..แหะ





โดย น้องกิ๊ฟ [30 ม.ค. 2547 , 18:54:40 น.] ( IP = 169.210.4.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สลักธรรม 39

เรียน พี่เณร


ถ้ามีโอกาส พี่เณรควรจะหากุศโลบายเข้าไปสนทนาธรรม กับ หลวงตาบัว บ้าง

คุยเรื่องจิต เจตสิก ลักษณะของทิฎฐิ.. ที่เป็นสักกายทิฎฐิ... ลักษณะจิตที่เป็นโลภะ.. หรือตัณหา ความทะยานอยาก

และคุยกัยถึงลักษณะของจิตที่สัมประยุตด้วยโทสะ ...และลักษณะของมานะ ความถือว่าตน ดีกว่า เสมอ หรือ ด้อยกว่า นั้นเป็นอย่างไร

ถ้าคนรู้จักสภาพธรรมที่มีอยู่จริงในตน ..ตามความเป็นจริง.. ตรงหรือซื่อสัตว์ ต่อตนเอง.. ตรงต่อพระธรรม แล้ว

จะไม่มีใครกล้าประกาศว่า..ตนหมดแล้วซึ่งกิเลสอาสวะ
แต่กลับมาประพฤติตนเยี่ยง หรือยิ่งกว่าปุถุชนธรรมดาที่ มีสัมมาทิฎฐิเสียอีก

เพราะมีกิเลส จึงมีการพูด การแสดงออก มีการเคลื่อนไหวต่อรอง...แลกเปลี่ยนผลประโยชน์... ซึ่งผู้ที่ศึกษาและเข้าใจพระอภิธรรมแล้ว

ง่ายเหลือเกิน..ที่จะบอกว่าผู้ใดไม่ใช่พระอริยสงฆ์ด้วยประการทั้งปวง
การที่มีผู้หลงผิดว่าตนบรรลุธรรมแล้วนั้นทั้งที่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เป็นอันตรายต่อพระศาสนา

เพราะการที่บวชมานาน มีชื่อเสียง ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ศรัทธา กระหายต่อธรรมะ แต่มิได้ศึกษาเอง หวังพึ่งพระสงฆที่ตนเองเลื่อมใสศรัทธา แล้วเชื่อตามทุกอย่าง ก็น่าเป็นห่วง

สาธุ สาธุ ข้อความนี้ มี ปฎิฆะ ความขัดเคืองใจ เป็นมูลเหตุ ...แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งการไม่เบียดเบียนผู้อื่นเป็นเบื้องต้น ได้อยู่

ปุถุชน เต็มขั้น

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4423&page=4

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ม.ค. 2547 , 18:58:29 น.] ( IP = 169.210.4.99 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ
ดีใจนะคะได้พบกันตรงนี้เวลานี้และที่กระทู้นี้

สงสัยพี่เณรจะไปหาหลวงตากระมังคะ
น้องแก้วจึงมีโอกาสมาแซงคิวพี่เณรได้
เพราะไม่เช่นนั้นอย่าได้หวัง
พี่เณรท่านทั้งเก่งทั้งไวไปเสียทุกเรื่อง


ได้อ่านคำขอให้พี่เณรช่วยนั้น
ต้องรอคำตอบจากพี่เณรเองนะคะ


แต่น้องแก้วขอฝากข้อคิด
ไว้ด้วยตรงนี้สักนิดนะคะแทนคำตอบ
เป็นสุภาษิตที่น้องแก้วชอบมากๆเลยคะ
น้องแก้วจำขึ้นใจมาตั้งแต่น้องแก้ว
เรียนอยู่ที่นาฎศิลป์ ชั้น ม.ศ.๑ คะน้องกิ้ฟ
มีคำสอนไว้ว่า....


Never past your pearls before swine

อย่า..โยนไข่มุกให้หมู..

น้องแก้วขอฝากไว้ให้เป็นข้อคิด
แก่ผู้ที่จะทำอะไรสักอย่าง
ขอให้คิดตรงนี้ด้วยนะคะ..ด้วยความจริงใจคะ




โดย น้องแก้วค่ะ [30 ม.ค. 2547 , 19:39:09 น.] ( IP = 203.107.204.16 : : )


  สลักธรรม 3

โอ๊ยโหยว!....ไอ๊หยา!...ว้าว!
ตื่นเต้นในความจำของน้องแก้วสมัย มศ.๑ ค่ะ

สวัสดีค่ะน้องแก้ว

สุภาษิตของน้องแก้วนี่ช่างบาดลึกลงไปในใจเลยนะคะ
และก็ช่วยคลายความลุ้นระทึกในคำตอบได้ชะงัดเชียวค่ะ
ก็แหม! กำลังรอเป็นกองเชียร์อยู่ว่าพี่เณรจะออกโรงท่าไหน
น้องแก้วออกมาสร้างความสงบอย่างปัจจุบันทันด่วนขนาดนี้
กองเชียร์คงต้องเก็บอุปกรณ์แล้วละค่ะ

ไม่ทราบนะคะว่าน้องกิ๊ฟจะเข้าใจสุภาษิตของน้องแก้วถูกต้องหรือไม่
แต่ก็คิดว่า ...ก็จริงนะคะ
บางทีที่เราคิดทุ่มเทเพื่อแก้ไข
หรือปรับปรุงอะไรสักอย่าง
เรามักจะคิดทางเดียวที่จะทำเพื่อทุ่มเทด้วยความปรารถนาดี

แต่มิได้คิดว่า ...ควรค่าแก่การกระทำหรือไม่
หรือควรมีผู้ใดที่เหมาะสมจะได้รับมากกว่า

ขอบพระคุณมากค่ะน้องแก้ว


โดย น้องกิ๊ฟ [30 ม.ค. 2547 , 20:16:45 น.] ( IP = 169.210.4.99 : : )


  สลักธรรม 4

สนุกจัง..คะน้องกิ้ฟเต้นสวยจัง
น้องแก้วหัวเราะเลยคะ หะ หะ


คะถูกคะ เราต้องใช้บทวิเคราะห์เสียก่อนทุกๆอย่างจริงๆคะ
ไม่นั้นเสียเวลาค่ะน้องกิ้ฟ

โดย น้องแก้ว [30 ม.ค. 2547 , 20:37:58 น.] ( IP = 203.107.204.16 : : )


  สลักธรรม 5


น้องแก้วตลกจังเลย
เณรจิ๋วเลยขำไปด้วยเหรอครับ
ทีแรกไม่เห็นหรอกว่าน้องกิ๊ฟเต้นอยู่
พอดูอีกที เต้นตลกจริงๆด้วย

....ก๊าก ก๊าก ก๊ากกกกก...



โดย เณรจิ๋ว [30 ม.ค. 2547 , 20:49:39 น.] ( IP = 203.107.204.16 : : )


  สลักธรรม 6

สวัสดีครับน้องกิ้ฟ
พี่เณรต้องขอบคุณมากๆนะครับที่ไปยกคำถาม
มาให้พี่เณรทราบว่ามีคนเข้ามาหาพี่เณร


และต้องถือโอกาสตอบคุณปุถุชน เต็มขั้น ว่าขอบคุณครับ
ที่เห็นว่าพี่เณรพอจะช่วยพยุงธรรมะ
ของพระพุทธองค์ไว้ได้และยังมอบ
ให้พี่เณรไปช่วยแก้ไขในสิ่งผิดๆด้วย..
นับว่าคุณปุถุชน เต็มขั้น เป็นผู้ที่รักเคารพใน
พระพุทธพจน์มากท่านหนึ่ง


ความจริงแล้วพี่เณรเองก็ใคร่ที่จะแก้ไขความเห็นผิดๆจากความจริงให้กลับมาเห็นถูกตรงมากที่สุดครับผม

แต่สิ่งที่หวังนั้น..ย่อมทำให้สมหวังไปหมดไม่ได้จริงไหมครับ..เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นเป็นอนัตตา = บังคับไม่ได้

ยิ่งขึ้นชื่อว่าคนแล้ว..จ๊ากกกก...ดื้อน่าดูชมเลยละครับ
และยิ่งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ด้วยแล้ว..มักจะอ้างว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนด้วยซ้ำ
ถ้าเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว จะรู้ดีว่าเราไม่มีทางรู้ว่าใครอาบน้ำร้อนมาก่อนใครเพราะ ตายๆเกิดๆกันทั้งนั้น

ผู้เฒ่านั้นอาจจะอาบมาที่หลังก็ได้ เพราะผู้เด็กที่ถูกว่านั้น ยังแก่กว่าในอดีตชาติไงครับผมอิอิ

โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 22:30:54 น.] ( IP = 203.107.207.214 : : )


  สลักธรรม 7

มาเข้าเรื่องดีกว่านะครับ...สรุปความที่เกิดเป็นอยู่ จากอดีตจบมาปัจจุบันนี้ ทั้งเรื่องอัตตา เรื่องวาจาที่เป็นวาทะ ตลอดจนเรื่องพระเรื่องเณร..ล้วนเป็นเรื่องความเสื่อมของพระศาสนาทั้งสิ้นครับ

พี่เณรเชื่อมั่นในเรื่องกรรมอย่างยิ่ง..จึงวางใจในเรื่องที่คุณอยากให้พี่เณรไปสอนได้มานานแล้วครับ

ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็เกือบๆไปแล้ว เพราะพี่เณรก็อยู่ไม่ไกลมากนักหรอกครับในการเดินทาง


มานึกถึงเรื่องกรรมครับผม ว่า..กรรมเป็นของส่วนตัว..แลัพระวินัยก็มีแสดงไว้แล้วนี่ครับ...

...อย่างนี้ต้องร้องว่า..โถ กัมมุนาวัตตะตีโลโก..แล้วครับ..เพียงเราอย่าเข้าไปใกล้เพียงพอ


เชื่อพี่เณรเถิดครับว่า..วัวของใครก็เข้าคอกเขา

ขอเพียงเราอย่าเดินตามเข้าคอกไป

โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 22:42:33 น.] ( IP = 203.107.207.214 : : )


  สลักธรรม 8


เรื่องของความเสื่อมนั้น..ต้องเข้าใจนะครับว่าขาดการสดับรับฟังพระสัทธรรม ขาดการสังวรระวังและที่สำคัญนั้น มีอโยนิโสมนสิการ นะครับ

การฟังธรรมเป็นสิ่งจำเป็นที่เราท่านทั้งหลายจะต้องสนใจ

.. แต่ธรรมะคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์...... เราได้ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นวิชาความรู้ เรียนจนชั่วชีวิตก็ไม่จบ

เพราะคัมภีร์พระไตรปิฏกตัวบาลีมีถึง ๔๕ เล่ม ถ้าแปลคำต่อคำก็ได้ ๔๕ เล่ม เหมือนกัน

ถ้ารวมทั้งอรรถกถาฎีกาด้วย ก็ได้หลายสิบเล่ม

วิชาความรู้ทั้งหลายที่มีจารึกในคัมภีร์พระไตรปิฏก
พี่เณรขอบอกว่า..เราจะทำความเข้าใจเพียงสักแต่ว่าเป็นทฤษฎี หรือเป็นวิชาที่ให้เราศึกษา นั้นไม่ได้นะครับ

คำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ถ้าจะว่ากันแล้วเป็นหลักวิชา เป็นสูตร เป็นเครื่องมือ ให้เราเข้าไปหาสิ่งที่เรียกว่า สัจธรรมของชีวิต เพื่อความหลุดพ้นจากกิเลส

แต่สิ่งที่เป็นของจริงหรือสัจธรรม เป็นสิ่งที่มีมาก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น เช่นความชั่ว ทิฏฐิวิปลาสไงครับ

โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 22:54:23 น.] ( IP = 203.107.207.214 : : )


  สลักธรรม 9

ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

ทุกข์ สมุหทัย ก็เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

และสิ่งที่มีอยู่จริงทั้งหลายเหล่านั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบ

ถ้าจะพูดถึงคนที่เวียนว่ายตายเกิดแล้วนั้น.. คนที่เกิดก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า.. อย่างดีก็เพียงแต่รู้ว่าเรามีทุกข์ตามสัญญา และเรามีทุกข์เพราะความทะเยอทะยานตามสัญญา.. คือเป็นเพียงคำพูดที่พูดต่อๆกันมาเท่านั้น

แต่ความรู้จริงเห็นจริงหรือซึ้งในจิตใจนั้น สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้ค้นพบและทรงบรรลุก่อนใครในยุคพุทธกาลนี้

สิ่งที่เป็นความจริงเหล่านั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วประจำโลก...ยกตัวอย่างเช่นคำว่า “บาป” เป็นชื่อของความชั่ว คำว่า “บุญ” เป็นชื่อของความดี

ถ้าจะว่าโดยกฎของธรรมชาติแล้ว.. คำว่าบาป คำว่าบุญ เป็นชื่อของธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในโลก.. เป็นของจริงธรรมชาติคือ บาปกับบุญนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น ประกอบขึ้น

โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 23:09:24 น.] ( IP = 203.107.207.214 : : )


  สลักธรรม 10

เรามีกายกับใจ
ภายในกายของเรามีใจเป็นใหญ่
กายเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ของใจ
เมื่อใจบงการให้กายทำอะไร
วาจาพูดอะไรลงไป
ใจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองละครับ

หมายถึงการทำบุญก็ดี ทำบาปก็ดี
ในเมื่อใจสั่งการให้กายทำอะไรลงไปแล้ว
ไม่ว่าสิ่งนั้นเป็นของดีหรือของไม่ดีก็ตาม
จะมากลับจิตกลับใจว่าฉันทำเล่นๆพูดเล่นๆ
ไม่ต้องการผลตอบแทน
แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนหรอกครับ

เมื่อเป็นเช่นนี้มาช้านานในสันดานสัตวโลกแล้ว

พี่เณรว่า..ปล่อยไปเถอะ..อย่าไปแยแส้เลย

..ให้กรรมเขาเล่นงานกันเอง

ให้กรรมเขาทำหน้าที่สอนกันเอง

พี่เณรว่าสะใจดีครับ..เพราะเป็นสิ่งที่คนแบบนี้
ควรได้รับผลกรรมแบบนั้นตอบแทนอย่างยิ่งครับ...

ส่วนพวกเราก็รีบเดินแยกทาง
จากความมีมิจฉาทิฏฐิเถิดครับ

พี่เณรว่าดีที่สุดนะครับผม


โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2547 , 23:14:27 น.] ( IP = 203.107.207.214 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org