| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มีคำถามจากระทู้ที่ ๔๔๒๓ มาให้พี่เณรตอบค่ะ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11อ่านคำตอบแล้ว...ได้ข้อคิดหลายอย่างค่ะ
เช่น เชื่อในศรัทธา 4
และเป้าหมายของการศึกษา...เป็นสูตร, เป็นเครื่องมือ
เพื่อ ความหลุดพ้นจากกิเลส
ไม่ใช่เพื่อศึกษา ๆๆๆ เพียงอย่างเดียว
กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ โดย เซิ่น [30 ม.ค. 2547 , 23:41:34 น.] ( IP = 169.210.26.140 : : )
สลักธรรม 12โอ้โห..พี่เณร
แสดงความคิดเห็นได้อย่างน่าฟัง
และตอบคำถามได้กระจ่างเลยนะคะ
".....เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นเป็นอนัตตา
ย่อมทำให้สมหวังไปหมดไม่ได้จริงไหมครับ..
.... กรรมเป็นของส่วนตัว...
วัวของใครก็เข้าคอกเขา
ขอเพียงเราอย่าเดินตามเข้าคอกไป...
...เรื่องของความเสื่อมนั้น..ต้องเข้าใจนะครับว่า
ขาดการสดับรับฟังพระสัทธรรม
ขาดการสังวรระวัง และที่สำคัญนั้น มีอโยนิโสนสิการ ..."
เหมือนได้เข็มทิศในการใช้ชีวิตเลยค่ะ
ที่บางครั้ง เราวิเคราะห์และตัดสินใจผิดพลาด
กระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็เพราะขาดในหลายสิ่งเหล่านี้
โดยเฉพาะขาดการพิสูจน์จากบทธรรมทั้งหลาย
จึงไม่แปลกเลยนะคะ
ที่ผู้ร่ำเรียนและสดับตรับฟังมาน้อย
จะมีการตัดสินใจที่ผิดได้มาก
และผู้ที่ร่ำเรียนมากแต่ขาดการปฏิบัติจึงไม่สามารถพัฒนาจิตของตนได้
และยิ่งมีอายุมาก และมีภูมิความรู้มาก
ก็ยิ่งถือตนว่ามีความรู้เหนือผู้อื่นมากเข้าไปอีก
เห็นคนอื่นเป็นผู้ที่ต่ำกว่าเสมอ
นี่คือสิ่งที่ผู้ศึกษาเองก็ต้องระมัดระวังตน
ว่าวันหนึ่งในอนาคต..ด้วยความที่ยังมีทิฏฐิวิปลาส
อาจทำความวิปลาสให้ปรากฏเช่นนี้บ้างก็ได้
คิดว่าดีที่สุดก็คืออย่างที่พี่เณรกล่าว คือ
การรีบเดินทางแยกจากความมีมิจฉาทิฏฐิ
และก็เชื่อในกฎของกรรม
....ปล่อยให้กรรมเขาเล่นงานกันเอง
ให้กรรมเขาทำหน้าที่สอนกันเอง ....
กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะที่กรุณาตอบให้อย่างแจ่มชัด
พร้อมทั้งวางแนวทางการดำเนินชีวิตที่สมควรไว้ให้ด้วย
และก็หวังว่าคุณปุถุชนเต็มขั้น
คงจะได้รับมุมมองที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นนะคะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [31 ม.ค. 2547 , 08:42:29 น.] ( IP = 169.210.5.220 : : )
สลักธรรม 13สวัสดีครับ
พี่เณรครับขออนุญาตจำประโยคนี้ไปใช้ต่อหน่อยนะตรับ
....ผู้เฒ่านั้นอาจจะอาบมาที่หลังก็ได้ เพราะผู้เด็กที่ถูกว่านั้น ยังแก่กว่าในอดีตชาติไงครับผมอิอิ ....
...ชอบจังเลย เราะมองให้เห็นถึงการเวียนว่ายตายเกิดมานับภพนัชาติไม่ถ้วน
สงสัยช่วงนี้พี่เณรลืมปิดคอมพ์ในสมองแน่ๆ
เพราะดูเหมือนความรู้ต่างๆ ไหลพรั่งพรูมามากมาย ติดต่อกันไม่ขาดสาย จนน้องจุกอ่านไม่ทันเลย
กราบขอบพระคุณมากครับผม
![]()
โดย น้องจุก [1 ก.พ. 2547 , 11:19:52 น.] ( IP = 202.133.188.66 : : )
สลักธรรม 14สวัสดีครับ
โดยปกติวิสัยของผม เป็นที่พูดไม่อ้อมค้อม
หรือพูดเพื่อถนอมน้ำใจใครนัก
ขออภัยไว้ด้วยว่า อาจเป็นการไม่สมควรนัก
เพราะเป็นคนที่ มีภูมิธรรมน้อย
เรื่องหลวงตาบัวนั้น ผมว่าท่านมีทิฏฐิวิปลาสมากไป
โดยเฉพาะเงินบริจาคช่วยชาติที่มีปัญหาอะไรนั้น
เงินบริจาคช่วยชาติ มองไม่ดีเหมือนจะมีประโยชน์
แต่จริงๆแล้ว มันก็เงินจากกระเป๋าซ้าย ย้ายไปกระเป๋าขวา
เงินไม่ได้เกิดจากรายได้
ที่ไหลจากต่างประเทศเข้ามาในบ้านในเมืองของเรา
เลิกซะทีเถอะ เพราะบริจาคแล้วก็มีเงื่อนไขไปหมด
ไม่รู้จะเรี่ยไรไปทำไม
ครูเสือก็เป็นแบบนี้เองครับโดย ครูเสือ [1 ก.พ. 2547 , 13:49:37 น.] ( IP = 203.113.56.9 : : )
สลักธรรม 15สวัสดีครับ....
มีความเห็นอยากจะแสดงสักเล็กน้อยครับ....
วิจารณ์พระ...
บางคนถือสา-หนักหนา...แต่ผมไม่ถืออาถรรพ์นี้....
ผมไม่ใช่ผู้รู้ผู้เปรื่องปราชญ์ประเภทเปรียญ9ประโยค....ไม่รู้บาลีพอจะตีความเองได้.....ได้แค่อ่านเอาจากการตีความแล้วจากท่านผู้รู้อันมีหลากหลาย....และจับเอาแต่ที่ถูกจริตตัวเอง
มิใช่ผู้ปฏิบัติอันใกล้บรรลุอะไรทั้งสิ้น.....จะเรียกอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
มาถึงกระทู้นี้ได้ก็ด้วยการชี้ทางของท่านtheptham_9@hotmail.com....
แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยสงสัยหรือลงความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งถึงระดับของการบรรลุธรรมของพระอาจารย์ดังทั้งหลาย.....เนื่องจากพิสูจน์ไม่ได้....ไม่เป็นประโยชน์พอที่จะทำให้ทุกข์ในจิตใจตัวเองลดลงได้แต่อย่างใด....รวมถึงเรื่องภพภูมิหลังการตายของร่างกายนี้....
เราไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะลดทอนทุกข์ในใจในขณะนี้กันดอกหรือ....ทำไมต้องรอหลังกาละแห่งร่างกายนี้....จุดมุ่งหมายเราทำไมถึงไปอยู่หลังการตายกันเสียเป็นส่วนมาก.....อะไรเป็นสาเหตุของความคิดนั้นๆ....อันนี้น่าคิดกว่าเรื่องหลวงตาเป็นไหนๆ
เรามีความคิดเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเรื่องราวต่างๆ...ก็เฉกเดียวกับที่ผู้อื่นมีเช่นกัน.....ย่อมตั้งอยู่บนภาวะตัวกู-ความรอบรู้ของกู....หลักการกู-อาจารย์กู-ศรัทธากู-ความถูกต้องของกู....
นายทองก้อนหรือหลวงตาก็เช่นกัน.....ปฏิกิริยาต่อเรื่องเขา-ของเรา....ก็เหมือนปฏิกิริยาของเขาต่อเรื่องรักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช....ทางเดียวกัน-หรือสวนทางกัน....เท่านั้นเอง...
คำว่าพระป่าสายปฏิบัติ.....ไม่ใช่จะแปลว่าทุกรูปมีภาวะวิชชาเฉกเดียวกับหลวงปู่มั่นไปซะทั้งหมดที่ไหน.....อันนี้คงเหมารวมไม่ได้เด็ดขาด
ถ้ารู้ตัวทุกขณะจิตแสดงว่าจิตอยู่ในภาวะควบคุมย่อมไม่"หลุด"ออกมาให้เห็นได้เลย....และถ้าหากภาพที่มองเห็นว่าหลุดจากการควบคุมก็ไม่ควรลังเลสงสัยอะไรกันอีกในระดับภาวะแห่งจิตของใครก็ตาม
การผจญต่อสิ่งกระทบเฉพาหน้าแล้วกำราบอารมณ์ให้นิ่งได้....วางเฉยได้....ย่อมก้าวหน้าในการควบคุมจิต....อันนี้น่าจะเป็นสามัญสำนึกที่พอเข้าใจได้นะผมว่า
ในมุมมองของคนห่างวัดเช่นผม....เพียงแค่กดหรือกำจัดสัญชาติญาณ....ที่เรียก..จิตใต้สำนึก...ลงได้...ให้เหลือแต่..จิตเหนือสำนึก..น่าจะเป็นหนทางที่ถูกต้องที่มนุษย์ควรไขว่หา....ภาษาธรรมจะเรียกเช่นไรก็เหลือจะทราบได้ครับโดย สดายุ [2 ก.พ. 2547 , 13:32:15 น.] ( IP = 20.139.250.201 : : )
สลักธรรม 16แอบมาสวัสดีครูเสือที่กระทู้นี้บ้าง
เป็นความรู้สึกที่ตรงดีค่ะครูเสือ
แต่ตราบใดที่การกระทำนั้นยังก่อประโยชน์ด้านโลกียสุขให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ก็ยากที่จะให้เลิกกิจกรรมนั้นได้ค่ะ
จนกว่าจะมีผลเสียปรากฏชัด และมีผู้ปฏิเสธผลประโยชน์นั้นอย่างหนักแน่น...เป็นจำนวนมาก (ประชามติ)....เมื่อนั้นน้ำน้อยก็ย่อมต้องแพ้ไฟไปเอง
แต่ในความรู้สึกของน้องกิ๊ฟนั้นเห็นด้วยกับพี่เณรค่ะ
ที่เราดูแลรักษาใจของเราให้ห่างจากความวิปลาสดีกว่า...แล้วก็ปล่อยให้เจ้าของกรรมแต่ละคนแพ้ภัยในกรรมที่ตนทำไว้เอง...
ในโบราณกาลมา ไม่ว่าจะยุคสมัยใด
ไม่ว่าจะเกิดกี่สงคราม.....ฝ่ายศาสนจักรนั้นเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ฝ่ายอาณาจักรเสมอมา ....
คำว่า ร่มโพธิ์ร่มไทร นั้นก็หมายถึงความสงบ..นิ่ง ..ร่มเย็น ..เป็นที่พักพิงอาศัย
แต่หากสิ่งใดมีการกระทำที่ตรงกันข้าม คือ
ไม่สงบ ..รุกราน ...ร้อนรน ..และระคนด้วยการทวงบุญคุณ....
ก็ย่อมประจักษ์ได้ว่า สิ่งนั้นมิใช่ร่มโพธิ์ร่มไทร...และมิใช่การกระทำของฝ่ายศาสนจักร..เป็นเพียงการกระทำส่วนบุคคลเท่านั้นเองค่ะ....เมื่เราไม่ประสงค์จะเดินร่วมทางกับบุคคลเหล่านี้ ก็แยกทางออกมาจะง่ายกว่าและสบายกว่าการไปบังคับให้เขาเดินมาตามทางของเรา หรือย้อนกลับเส้นทาง
และก็ขอสวัสดีคุณสดายุด้วยนะคะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ควรเร่งกระทำความเจริญที่ตนในขณะปัจจุบันนี้ ..ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี ไม่ควรทอดเวลาให้เนิ่นนาน โดยเฉพาะการพัฒนาจิตให้อยู่เหนือกิเลสให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถ ...
เพราะการเพ่งมองผู้อื่นนั้นเสี่ยงต่อการตัดสินบนพิ้นฐานความเป็นตัวตนอย่างที่สุด ...เพราะการนึกคิดในเบื้องต้น จะสามารถให้อารมณ์อันเป็นวิปลาสธรรมแก่จิตได้อย่างต่อเนื่อง ประมวลความคิดความรู้สึกออกมาเป็นเรื่องราวต่างๆ ..ที่มีใช่การรู้เพียงสภาพธรรมที่เกิดขึ้นเท่านั้น ....ณ บรรทัดนี้จึงไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดที่จะควบคุมและพัฒนาจิตให้เหนือกิเลส ..ไม่หลุดความเป็นตัวตนออกมา ..และหมดความเป็นตัวตนสิ้นไป ....ได้เท่ากับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพยายามเรียนรู้และฝึกหัดปฏิบัติอยู่เช่นกันค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [2 ก.พ. 2547 , 21:05:35 น.] ( IP = 202.129.46.89 : : )
สลักธรรม 17ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำของหลวงตาหลายอย่าง ซึ่งเป็นผลให้ลูกศิษย์บางคนออกมาก่อกวน แต่ยังนับถือในด้านเข้าถึงธรรมะของท่านอยู่เหมือนกัน
ด้วยใจจริงโดย ใจเป็นธรรม [8 ก.พ. 2547 , 03:56:56 น.] ( IP = 203.145.14.228 : : )
สลักธรรม 18อยากทราบว่า..คุณใจเป็นธรรมกล่าวว่า..แต่ยังนับถือในด้านเข้าถึงธรรมะของท่านอยู่เหมือนกัน ? คุณใช้อะไรเป็นเครื่องตัดสินค่ะว่าผู้นั้นเข้าถึงธรรม.
โดย น้องฟู [8 ก.พ. 2547 , 05:39:43 น.] ( IP = 203.149.38.164 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |