มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสำคัญของปฏิจจสมุปบาท




ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์ ทรงประอยู่
ที่กัมมาสทัมมนิคม..แคว้นกุรุ

พระอานนทเถระ
ได้เข้าเฝ้าพระองค์แล้วกราบทูลว่า

น่าอัศจรรย์จริงน่าประหลานจริงพระเจ้าข้า

ที่ปฏิจจสมุปบาทอันลึกล้ำคัมภีรภาพนี้
ปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนเป็นของตื้นๆ
เป็นเรื่องง่ายๆเท่านั้น


พระพุทธองค์จึงตรัสเตือนว่า

อานนท์..เพราะหมู่สัตว์ไม่เข้าใจ
ไม่รู้แจ้งแทงตลอดในปฏิจจสมุปบาทนี้

หมู่สัตว์จึงยุ่งเหยิงกัน..

เหมือนเส้นด้ายเหมือนกลุ่มด้าย
สับสนเหมือนหญ้าปล้อง
จึงไม่ล่วงพ้นอบาย ทุคคติ วินิบาต
สังสารวัฏฏ์ไปได้


จากพระพุทธพจน์นี้..จะเห็นได้ว่าปฏิจจสมุปบาท มีความสำคัญเป็นพิเศษ จะเห็นเป็นของง่ายๆหาควรไม่ เพราะถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจปฏิจจสมุปบาท ก็เท่ากับไม่รู้ตัวเองไม่รู้จักชีวิตคือไม่รู้จักทุกข์

เมื่อไม่รู้จักทุกข์..ก็ไม่รู้จักเหตุให้เกิดทุกข์.. ไม่รู้จักที่ดับทุกข์..ไม่รู้จักข้อปฏิบัติที่ทำให้ถึงที่ดับทุกข์ได้.

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 13:31:26 น.] ( IP = 203.107.204.83 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

ถ้ารู้จักปฎิจจสมุปบาท ก็ชื่อว่ารู้จักตัวเอง รู้จักชีวิต..คือรู้จักทุกข์เหตุให้เกิดทุก์.. ที่ดับทุกข์. และข้อปฏิบัติ ที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์จึงย่อมจะพ้นทุกข์ได้

แต่คำว่า รู้ในที่นี้.. ไม่เพียงเรียนรู้หรือรู้เพราะศึกษา เพราะได้ด้วยสัญญาคือความจำได้หมายรู้เท่านั้น แต่หมายถึงรู้เห็นประจักษ์ ด้วยวิปัสสนาญาณ หรือมรรคญาณ

คือรู้ครบบริบูณ์
ด้วยอำนาจ ญาณทั้ง ๓ ได้แก่..

สัจจญาณ..กิจจญาณ.. และ กตญาณ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 13:39:43 น.] ( IP = 203.107.204.83 : : )


  สลักธรรม 2

ขออนุญาตเสริม


ทุกฺขานุพนฺธน.รโส.....ปฎิจจสมุปบาทมีการทำให้สัตว์ทั้งหลายเกิดในวัฏฏสงสารเนืองๆ....เป็นกิจ
>
>



ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นพร้อม มี ความหมายว่า เป็นธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดผลต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย จึงทำให้
ต้องวน อยู่ในสังสารวัฏฏ
ลำดับของ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอยู่โดยไม่ขาดสายนั้น เรียกว่า สังสาระ


โดย เณรวัส [3 ก.พ. 2547 , 14:23:20 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 3

รู้ความจริงว่า ทุกข์ (คือ..ชีวิต) เป็นอย่างนี้ เหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างนี้ ที่ดับทุกข์เป็นอย่างนี้ ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์เป็นอย่างนี้
การรู้เช่นนี้เรียกว่ารู้ด้วยสัจจญาณ

รู้กิจที่ควรทำว่า ..ทุกข์เป็นสิ่งควรกำหนดรู้ เหตุให้เกิดทุก์เป็นสิ่งที่ควรละ ที่ดับทุกข์เป็นสิ่งควรทำให้แจ้ง ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ควรเจริญ ให้เกิดขึ้น การรู้เช่นนี้เรียกว่ารู้ด้วย กิจจญาณ

รู้กิจที่ทำเสร็จไปแล้ว ว่าทุกข์ได้กำหนดรู้แล้ว เหตุให้เกิดทุกข์ก็ละได้แล้ว ที่ดับทุกข์ก็ทำให้แจ้งแล้ว ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์ก็ได้ปฏิบัติตามได้เจริญให้เกิดขึ้นแล้ว การที่ว่ารู้ด้วยกตญาณ เช่นนี้จึงจะรวมความว่า..ที่ว่ารู้นั้นหมายถึงรู้จริงๆ และทำได้จริงๆ จึงจะเรียกว่ารู้จักปฏิจจสมุปบาท

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 15:01:45 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )


  สลักธรรม 4

ความลำดัยขั้นตอนที่ยกมานี้
จะทำให้เห็นความสำคัญของปฏิจจสมุปบาท
ที่เป็นอารมณ์ของการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ด้วยเหตุนี้เองนะคะพี่ดอกแก้วจึงใคร่
จะเรียนให้ทุกๆท่านทราบด้วยความจริงใจว่า.

ท่าเอาชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ของเราเองนั้น
มาศึกษาเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว
เวลาจะเพียงพอหรือไม่ก็ยังไม่มีใครตอบได้นะคะ
เพราะธรรมอันสุขุมคัมภีรภาพเช่นนี้
จะอาศัยความมุ่งมั่นศรัทธาด้วยขีวิตเลยคะ

แต่เมื่อถามว่าสิ่งที่จะได้ตามมานั้นคุ้มไหม?

แน่นอนทีเดียวคะ สัมมาทิฏฐิ ที่จะเป็นเข็มทิศในการเดินทางออกจากสังสารวัฏฏ์จะเป็นของท่านแน่นอน
จึงไม่ควรเสียเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้ไปเลยนะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 15:13:43 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาค่ะ

เรื่องปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องที่ควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

อยากให้พี่ดอกแก้วอธิบายเรื่องปฏิจจสมุปบาท ให้ครบทุกองค์เลยนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย ธัญนันทน์ [3 ก.พ. 2547 , 15:17:07 น.] ( IP = 202.133.187.189 : : )


  สลักธรรม 6

สวัสดีค่ะคุณ ธัญนันทน์ ที่นับถือ

ก่อนที่จะให้พี่ดอกแก้วอธิบายนั้น
ควรจะต้องทราบเสียก่อนนะคะว่า

ทำไมต้องศึกษาธรรมะกันด้วยในเมื่อยากเช่นนี้.... ก็ต้องทราบว่า


เพราะไม่มีใครสามารถบรรลุธรรม หรือมีปัญญารู้ธรรมได้เอง โดยไม่ต้องศึกษาธรรมะ เพราะปัญญาของเรานั้นมีจำกัด ไม่สามารถเทียบได้กับพระปัญญาของพระพุทธเจ้า ซึ่งทรงบำเพ็ญบารมีมานานหลายอสงไขยหลายกัป จนสามารถตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง

เราทุกคนจึงต้องศึกษาธรรมะที่พระองค์ทรงตรัสรู้ โดยอาศัยพระไตรปิฎก ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยทั้งปัญญาและความเพียรอย่างสูงในการที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งไม่คลาดเคลื่อนนะคะ

การรู้เช่นนี้จะทำให้สามารถสร้างวิริยะให้เกิดได้บ่อยๆค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะประมาทคิดว่าง่ายๆเมื่อไหร่ก็ได้เป็นต้นค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 15:25:51 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )


  สลักธรรม 7

เมื่อเข้าใจความสำคัญของพระธรรม
และการศึกษาพระธรรมแล้ว
คราวนี้มาดูกันว่า
พระธรรมในหัวข้อที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้
มีอะไรบ้าง


ในปฏิจจสมุปบาทนี้ ยังมีอุเทศมาติกาถึง 7 ประการนะคะ

คือ..1.อัทธา 2. องค์ 3. อาการ 4. สนธิ 5. สังเขป 6. วัฎฎะ 7. มูล


ทั้ง 7 ประการนี้วันนี้ก็มาทำความเข้าใจ เรื่อง อัทธา ก่อนดีกว่านะคะไปช้าๆ แต่ให้เข้าใจจะเป็นประโยชน์มากทีเดียวคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 15:47:25 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )


  สลักธรรม 8

อัทธา 3


ชื่อว่าอัทธาเพราะ..ว่าเป็นไปอยู่เสมอ หรือจะให้ความหมายว่า..ดำเนินไปเนืองๆ
ได้แก่ เป็นไปเนืองนิตย์ นะคะ

พี่ดอกแก้วขอย้อนไปกล่าวถึงคำว่าปัจจุบันสักนิดนะคะว่า..

ปัจจุบันมี 4อย่างนะคะจำด้วยค่ะคือ

1.อัทธา = นับตั้งแต่เกิดไปถึงตาย
2.สมัย = นับโดยฤดูกาล
3.สันตติ = นับโดยวิถีหนึ่งๆ
4. ขณะ = คืออนุขณะของจิต ทั้งอนุโลมและปฎิโลม


อวิชชา และสังขาร...เป็นอดีตอัทธา...เพราะเหตุที่นับเนืองในภพที่เป็นอดีตเท่านั้น

การกำหนดอัทธานี้ท่านหมายให้รู้ว่า ธรรมทั้งหลาย มีอวิชชาเป็นต้นนั่นแหละค่ะ

เพราะไม่ว่ากาลใดๆ ที่พ้นจากธรรมไม่มีนะคะ ธรรมก็คือธรรมชาติแห่งการเกิดดับค่ะ


โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 16:03:48 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )


  สลักธรรม 9

จริงอยู่ธรรมะทั้งหลายเกิดและดับไปๆ .... ธรรมทั้งหลายที่ดับไปแล้วและยังไม่เกิดขึ้นเท่าตรงนี้ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจแห่งอดีตกาลและอนาคตกาล

ส่วนธรรมที่นับเนื่องในขณะทั้ง ๓ มีอุปปาทขณะ - ฐีติขณะ - ภังคคะขณะ ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งปัจจุบันกาล ค่ะ

และ ชาติ ชรา มรณะ ชื่อว่าอนาคตอัทธา เพราะจะเกิดในอนาคตกาล


ไม่ห้ามว่าอย่างงคะ แต่ขอร้องว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าไม่รู้เรื่อง เพราะพี่ดอกแก้วเพิ่งเริ่มต้นเอง เหมือนเพิ่งออกแขกนะคะ อ่านหลายๆรอบนึกตามไปด้วยถึงสภาพ จิต เจตสิกนะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 16:11:05 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )


  สลักธรรม 10

“มชฺเณ อฏฺฐ ปจฺจุปนฺโน อทา พระบาลีนี้แปลว่าองค์ ๘ ในท่ามกลางเป็นปัจจุบันอัทธา องค์ ๘ นะคะไม่ใช่มรรค ๘ นะคะ องค์ ๘ ในปฎิจจสมุปบาทนะคะ..นึกออกไหมค่ะ

คือ..วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทานภพ รวม ๘ องค์นี้ละคะ

องค์ ๘ มีวิญญาณเป็นต้น
ในท่ามกลางนี้ ชื่อว่าปัจจุบันอัทธา

เพราะองค์ทั้ง๘ เหล่านั้น เป็นผล
ที่เกิดในภพนี้...จากอดีตเหตุ..
และเพราะมีสภาวะเป็นเหตุในภพนี้
ให้แก่อนาคตผลค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.พ. 2547 , 16:23:07 น.] ( IP = 203.156.46.92 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org