| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พี่เณรจ๋า..คนเราหายใจได้อย่างไร
สลักธรรม 11มาแล้วค่ะพี่เณร ได้รับประโยชน์จุใจจังเลย
น้องมาลีก็มาแบบนักวิชาการจริงๆ เดี๋ยวจะขอ ซี 9 ให้นะคะ
แหมเรื่องนี้ใกล้ตัวจริงๆ แต่ตอนนี้ทำให้ กระจ่างใจขึ้นแล้วละคะ ใครจะนึกละคะว่าจิตนี่ยิ่งใหญ่ และมหัศจรรย์เช่นนี้ พระอภิธรรมจึงหาทางออกของชีวิตได้ในทุกๆเรื่องจริงๆ
อย่างนี้ต้องรีบศึกษาอย่างยิ่ง รูปร่างกายก็ยังมีอะไรที่น่าศึกษา ตอนนี้ทำให้แยกแยะได้ว่า อวัยวะร่างกายต่างๆนั้น มีสมุฏฐานจาก กรรม แต่ความเคลื่อนไหวต่างที่รู้สึกได้นั้น เกิดจากสมุฏฐาน จากจิต ช่างมหัศจรรย์จริงๆ
น้องมาลีก็อธิบายได้อ่างยอดเยี่ยมเลย ใครศึกษาวิทยาศาสตร์มาอ่านแล้วก็ยอมรับได้ง่าย ทำให้เห็นการอิงอาศัยระหว่างรูปและจิต(นาม)
แต่ก็ยังสงสัยต่อนะ เวลาที่สมองตาย (Brain dead)ซึ่งก้านสมองตายแล้วนั้น ไม่สามารถควบคุมระบบการหายใจได้ ทำให้ผู้นั้นหยุดหาย แต่ต้องอาศัยเครื่องหายใจช่วยเหลือ ระหว่างนี้จิตก็มีอยู่ แต่ก็ดูว่าหายใจโดยไม่ได้อิงกับจิต ใช่หรือไม่ ขณะที่หายใจโดยเครื่อง เรียกว่า ยังหายใจ ได้ไหม และขณะนี้มีอะไรเป็นสมุฏฐานละคะ
เวลาที่อากาศร้อน เหนื่อย เวลาที่รับประทานอาหารเผ็ดจัดก็ทำให้หายใจเร็วได้ อย่างนี้ อุตุ จะเป็นสมุฏฐานได้หรือไม่
เวลาได้รับรสอาหารที่ถูกใจ ก็ทำให้หายใจอย่างชื่นใจ เอ้ อย่างนี้จะเรียกว่า มีอาหารเป็นสมุฏฐานได้หรือไม่
ยังไงยมกน้องอุ๊กำลังคิดรูปแบบที่จะลงกระทู้อยู่แต่ยังคิดให้ง่ายๆก่อนนะพี่เณรโดย น้องอุ๊ [4 ก.พ. 2547 , 11:35:30 น.] ( IP = 202.57.185.196 : : )
สลักธรรม 12![]()
ได้รับความรู้มากเลยค่ะทั้งทางวิทยาศาสตร์
และทางธรรมเห็นภาพพจน์ชัดเจนมากค่ะ
ขอบคุณและอนุโมทนากับทุกท่านค่ะโดย เล็ก [4 ก.พ. 2547 , 12:15:37 น.] ( IP = 203.155.222.37 : : )
สลักธรรม 13เหตุที่ทำให้รูปธรรม โดยเฉพาะ รูปชีวิตดำรงอยู่ได้ (สมุฎฐาน)มี 4 อย่าง คือ กรรม จิต อุตุ อาหาร
สิ่งมีชีวิต ทั้งคนและสัตว์ มีรูปร่างกายเกิดขึ้นก็ได้ด้วย สมุฏฐานทั้ง 4 ตั้งแต่แรกปฏิสนธิทีเดียว
แต่ละสมุฏฐานจะทำหน้าที่ของตน และสัมพันธ์กับสมุฏฐานที่เหลืออย่างกลมกลืน ไม่ก้าวก่ายกัน ไม่เคยเกี่ยงงานกัน และขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ด้วย ทุกลมหายใจเข้าออก สมุฏฐานทั้ง 4 กำลังสื่อสาร สั่งงานแก่กัน ก็เพื่อความอยู่รอดของชีวิตไปวันหนึ่ง ๆ
กรรม เป็นพื้นฐานของชีวิต คือรูปร่างกาย อวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหมด รับคำสั่งได้ ถ้าระบบประสาทยังดีอยู่ แต่แสดงกิริยาอาการเองไม่ได้ คิดงานเองไม่ได้
จิต เป็นตัวจักรสำคัญในการรับรู้เร่งเร้า สั่งสม และสั่งการรูปร่างกาย ให้แสดงพฤติกรรมออกมาเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง จิตนั้นสั่งงานได้ ผลงานของจิตส่วนใหญ่ เกิดขึ้นที่รูป ผ่านอาการและอิริยาบถต่าง ๆ
อุตุ ได้แก่ ลม ฟ้า อากาศ โดยเฉพาะออกซิเจนที่หายใจเข้าไปจะถูกเผาผลาญเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ ขาดอากาศเสียแล้ว แรงขับเคลื่อนก็ไม่มี เช่น ซากศพที่เย็นชืด แข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น เป็นต้น ส่วนสำคัญของร่างกายโดยเฉพาะสมอง ขาดออกซิเจนได้ไม่เกิน 4 นาที
อาหาร เป็นตัวหล่อเลี้ยง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้วจากกระบวนการเผาผลาญของอุตุ อาหารเป็นส่วนที่ต้องเติมเข้าร่างกายตลอดเวลา ทำปฏิกิริยาต่อเนื่องกับอุตุ เพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ทดแทนเนื้อเยื่อที่เสื่อมไป
จริงอยู่ที่ว่า เมื่อพูดถึงชีวิต หมายเอาร่างกายและจิตใจ ส่วนพฤติกรรมของชีวิต หมายเอาอิริยาบถน้อยใหญ่ที่ต้องบริหาร ต้องเคลื่อนไหวไปตามอำนาจกรรมบ้าง ตามอำนาจจิตบ้าง
แต่เบื้องหลังของชีวิต และพฤติกรรมของชีวิตนั้น ก็ขาดอุตุและอาหารไปไม่ได้เลย แม้เพียงเสี้ยววินาที
![]()
โดย มาลี [5 ก.พ. 2547 , 10:49:17 น.] ( IP = 203.149.37.117 : : )
สลักธรรม 14
สำหรับเรื่องสมองที่ตายนั้น วินิจฉัยจากการสูญเสียหน้าที่อย่างถาวรของระบบประสาทสำคัญ โดยเฉพาะส่วนที่ช่วยควบคุมการหายใจ ซึ่งไวต่อการขาดออกซิเจน หรือการขาดเลือดไปเลี้ยงส่วนดังกล่าว (มีเวลาเพียง 4 นาที)
หากอำนาจกรรมยังไม่หมด การใช้เครื่องช่วยหายใจได้ทัน ในช่วงเวลาที่เหมาะสม คือระบบประสาทยังไม่เสียหายหรือสูญเสียหน้าที่ไปเพียงบางส่วน อดีตกรรมก็เสมือนอาศัยเครื่องช่วยหายใจนี่แหละ ทำหน้าที่แทนอุตุบางส่วน ยืดเวลาแห่งความตายไปได้อีกระยะหนึ่ง (เพราะหทยรูปที่เกิดจากกรรมยังเกิดขึ้น เพื่อให้ภวังคจิตอาศัยทำกิจได้)
ภวังคจิตอาศัยหทยรูปทำภวังคกิจ มิได้อาศัยการหายใจโดยตรง แต่การหายใจช่วยให้เกิดพลังงาน(อุตุและอาหาร) ในการสร้างเนื้อเยื่อทดแทนด้านรูปธรรม(หทยรูป)
หทยรูปรูปที่เกิดก่อนก่อน อุปถัมภ์จิตที่เกิดหลัง ๆ โดยการเป็นที่ให้จิตอาศัย ประกอบกับจิตที่เกิดทีหลัง ๆ ก็ช่วยอุปถัมภ์รูปที่ตนอาศัยอยู่ที่เกิดก่อน ให้ดำรงอยู่ได้จนครบวาระ เป็นการเกื้อกูลกันและกันด้วยอำนาจบางอย่าง
ขอให้มีอุตุจากการหายใจ ไม่เกี่ยงหรอกว่าจะหายใจเอง หรือมีเครื่องช่วยหายใจ ตราบเท่าที่จุติจิตยังไม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกนะคะ
![]()
![]()
![]()
โดย มาลี [5 ก.พ. 2547 , 11:36:35 น.] ( IP = 203.149.37.188 : : )
สลักธรรม 15
โอ้โฮ..กระทู้นี้ตอบทั้งทางโลก และทางธรรมควบคู่กันเลย..เยี่ยมๆๆ
แล้วเมื่อไรอาจารย์มาลีจะไปสอนน้องจุกละครับ...ลืมแล้วยังครับว่ามีลูกศิษย์คอยเรียนอยู่นะ
อนุโมทนามิครับผม
![]()
โดย น้องจุก [5 ก.พ. 2547 , 13:48:26 น.] ( IP = 203.144.143.250 : : 203.118.100.119 )
สลักธรรม 16วันนี้มาก่อนไก่ขัน เพราะไม่มีไก่ให้ขันไงคะ
มาติคตามกระทู้ต่อด้วยความรู้สึกวิเศษจริงๆ
คราวที่แล้วพี่เณร และน้องมาลีก็อธิบายได้อย่างพิเศษและจุใจ มาคราวนี้ ยิ่งเห็นความจริงของชีวิตมากขึ้นเลยนะ แค่ลมหายใจเดียวยังมีอะไรที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างมากมาย
อย่างนี้ยิ่งต้องศึกษาพระอภิธรรมมากขึ้นจริงๆ
ขอคารวะน้องมาลีอีกครั้งนะคะ
ตอนนี้รู้สึกว่าลมหายใจที่เกิดขึ้นกำลังเกิดจากมหากุศลจิตทีเดียว (วินิจฉัยจากจิตที่พี่เณรบอกไงคะ)
ยังไงตอนนี้จิตก็คงเป็นสมุฏฐานนำแน่นอน
ส่วนสมุฏฐานอื่นๆย่อมอิงอาศัยซึ่งกันและกันอย่างที่น้องมาลีกล่าว แต่ยังไม่หมดกรรมเลยคุยต่อได้นะ![]()
โดย น้องอุ๊ [6 ก.พ. 2547 , 06:36:57 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 17มาสงสัยต่ออีกแล้ว
เวลาที่หายใจเข้า และหายใจออกนี่ เอามาใช้กับการปฏิบัติได้อย่างไรบ้าง จึงจะเรียกว่า วิปัสสนาอย่างแท้จริง เพราะดูเหมือนว่า พูดกันมากมาย แต่ก็ชอบหลักที่ถูกต้อง จะได้ไม่ศรัทธาจนง่ายเกินไป![]()
ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านไว้ล่วงหน้าค่ะโดย น้องอุ๊ [6 ก.พ. 2547 , 06:45:05 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 18สวัสดีค่ะน้องจุกคนขยัน
คิดถึงทุกคนเลยค่ะ พี่ดอกแก้ว คุณพี่เณร น้องจุก น้องอุ๊ น้องฟู น้องแดง เล็ก อาภา พี่วันดี หนู วี และคนอื่น ๆ แต่ละคนคงกำลังขมักเขม้นกับงานที่ชอบธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การปฏิบัติใช่ไหมคะ
ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เราห่างเหินกันไปนะ
แต่ว่า ห่างกาย ไม่ห่างใจ
ไกลตา แต่ใกล้ใจ...... อิ อิ![]()
เอาเป็นว่าเดือนหน้า จะหาเวลามาเสวนากันให้หายคิดถึงดีมะ น้องจุกไปฝึกปรือวิชาอะไร มาแบ่งปันกันบ้างนะคะ
![]()
![]()
![]()
โดย มาลี [6 ก.พ. 2547 , 10:59:36 น.] ( IP = 203.149.37.173 : : )
สลักธรรม 19ลักษณะการหายใจจะบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพ อารมณ์ สังคม และจิตใจ ในขณะนั้นว่า มีความสุข สบายใจ ทุกข์ อึดอัด ขัดข้อง ร่าเริง หรือสงบนิ่ง ในภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ลักษณะการหายใจจะไม่เหมือนกัน
มีคำเรียกลักษณะการหายใจอยู่มากมาย เช่น ลักษณะสั้น ยาว เร็ว ช้า แผ่วเบา หนัก กระแทก โล่ง ติดขัด แน่นอึดอัด หายใจไม่ออก มีเสียงวี๊ด เสียงครืดคราด หอบ จนกระทั่งหยุดหายใจ เป็นต้น
ลมหายใจจึงมีความสำคัญต่อชีวิตมาก ความเป็นตายของเราขึ้นกับการหายใจนี่เอง แต่เนื่องเพราะ การหายใจ เกิดขึ้นจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติบริเวณก้านสมอง ตราบเท่าที่ อำนาจกรรม จิต อุตุ อาหาร ยังทำงานสอดประสานกันอยู่
การหายใจไม่ได้เกิดเพราะถูกควบคุมอย่างรู้สำนึก หรือตามความต้องการของเรา จึงไม่มีใครสนใจลมหายใจของตัวเอง เป็นภาวะที่ถูกลืมไปเลยในชีวิตประจำวัน จะนึกได้อีกทีก็ต่อเมื่อรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกนั่นแหละ จึงจะเอะอะโวยวายขอความช่วยเหลือ
ในเมื่อลมหายใจมีอยู่คู่กับชีวิต คนโง่ปล่อยให้ลมหายใจดำเนินไปอย่างไร้จุดหมาย ไร้สาระ และเสียเวลาเปล่า ไม่เคยนึกถึงว่าลมหายใจอาจหยุดลงเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนมีลมหายใจอยู่
คนฉลาดใช้ลมหายใจที่มีเหมือนกันทุกคนนี่แหละ แต่ใช้เพื่อการฝึกให้เกิด สติ
สติเป็นจอมทัพฝ่ายกุศล คอยกั้นจิตฝ่ายบาป สติที่มีความรอบคอบ รอบรู้ หากทำงานร่วมกับปัญญาแล้ว ชีวิตไม่เสียชาติเกิดแน่
การกำหนดลมหายใจ เป็นได้ทั้งสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน วิธีกำหนดต่างกัน เป้าหมายต่างกัน
ในสมถกรรมฐานจะเรียกว่า อานาปานัสสติ ส่วนในวิปัสสนานั้น ลมหายใจ จัดเป็นหมวดหนึ่งใน กายานุปัสสนาสติปัฏฐานโดย มาลี [6 ก.พ. 2547 , 14:27:33 น.] ( IP = 203.149.38.73 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |