| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทำความเข้าใจในปฏิจจสมุปบาท
สลักธรรม 1ชีวิตประกอบขึ้นจากส่วนสำคัญ ๕ ส่วน
เรียกว่า ขันธ์ ๕
คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
ว่าโดยย่อลงอีกมีสองส่วน
คือรูปธรรม และ นามธรรม
หรือรูปขันธ์ และนามขันธ์
เป็นสิ่งที่เกิดดับอยู่ทุกขณะ เป็นของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน
เรียกว่า มีกฏของพระไตรลักษณ์ควบคุมไว้นั่นเองค่ะ
เมื่อมีความไม่เที่ยง ก็เป็นทุกขัง คือไม่คงทนเป็นของว่างเปล่า และต้องเป็นอนัตตา คือปราศจากอัตตาคือตัวตนนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ตามหลักปฏิจจสมุปบาท
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ท่าน
จึงตรัสว่า
ชีวิตนี้คือกองทุกข์
ไม่ใช่อะไรเลย
แม้กระทั่งว่าในบางคราวจะมีความสบายกายสบายใจ
อันนับว่าเป็นความสุข
แต่ก็เป็นเพียงสุขในกองทุกข์เท่านั้นนะคะ
เพราะเป็นเพียงสุขเวทนาเท่านั้นโดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 10:38:47 น.] ( IP = 203.156.27.128 : : )
สลักธรรม 2เพราะเหตุดังกล่าวมานี่เองคะ
ท่านวชิราเถรี
จึงได้กล่าวคำสุภาษิตให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า
ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่และดับไป นอกจากทุกข์ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรดับ
ดังนั้นการแสดงปฏิจจสมุปปาท ก็เพื่อให้เห็นตามความเป็นจริงของสภาวธรรมว่า เป็นไปเพราะเหตุเพราะปัจจัย
ไม่มีใครมาดลบันดาลให้เป็นไปได้เลย
ทั้งนี้เพื่อ จะได้ละความเห็นผิด มี อัตตา สักกายทิฏฐิ เป็นต้นให้ออกไปจากจิต เพื่อลุถึงธรรมอันบริสุทธิ์ได้ต่อไปค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 10:51:42 น.] ( IP = 203.156.27.128 : : )
สลักธรรม 3ปฏิจจสมุปปาท....นั้นได้แก่
ปฏิจฺจ (อาศัย) + สํ (พร้อม) + อุปฺปาท (เกิด)= ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นพร้อม
มีความหมายว่า... เป็นธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดผลต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย จึงทำให้ต้องวน อยู่ในสังสารวัฏฏคือการเวียนว่ายตายเกิดจมอยู่ในกองแห่งทุกข์นั่นเองค่ะ
ส่วนลำดับของ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอยู่โดย
ไม่ขาดสายนั้น เรียกว่า สังสาระ
โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 11:04:37 น.] ( IP = 203.156.27.128 : : )
สลักธรรม 4การอุปการะของ...ปัจจัยธรรมต่อปัจจยุบบันนธรรม...
ตามนัยแห่งปฏิจจสมุปปาท ซึ่งมี ๑๒ องค์นั้น.. มีบาลีแสดงว่า
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 11:30:43 น.] ( IP = 203.156.27.128 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณค่ะ พี่ดอกแก้ว มาศึกษาเรื่องนี้ทำให้รู้จักชีวิตมากขึ้นจริงๆ ค่ะ อย่างน้อยทำให้รู้ขั้นตอนของการเกิดของชีวิต และการดับไปของชีวิต ยังทำให้รู้ว่าจุดไหนที่สร้างเหตุการเกิดอย่างต่อเนื่อง ยังไงจะมาดูต่อนะคะว่าอะไรที่จะตามมาหลังเกิดอุปาทาน
โดย น้องอุ๊ [4 ก.พ. 2547 , 11:56:47 น.] ( IP = 202.57.185.196 : : )
สลักธรรม 6ดีจังเลยค่ะ
ที่พี่ดอกแก้วนำเรื่องปฏิจสมุทปบาท
มาให้เรียนรู้กันค่ะเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ
และละเอียดลึกซึ้งมากค่ะ น้องเล็กยังไม่ได้เรียนเลยค่ะจะพยายามติดตามเรียนจากพี่ดอกแก้วนะค่ะโดย เล็ก [4 ก.พ. 2547 , 12:00:21 น.] ( IP = 203.155.222.37 : : )
สลักธรรม 7ต้องขออภัยมายังทุกๆท่านด้วยนะคะ เพราะหายไปเสียเฉยๆแบบยังไม่ได้ลงท้ายจากอุปาทานเลยค่ะ เพราะว่าเครื่องที่ทำงานอยู่หยุดทำเสียเฉยๆเหมือนกันเลยค่ะ
โดย พี่ดอกแก้วค่ะ [4 ก.พ. 2547 , 15:20:15 น.] ( IP = 203.156.28.162 : : )
สลักธรรม 8การอุปการะของปัจจัยธรรมต่อปัจจยุบบันนธรรม
ตามนัยแห่งปฏิจจสมุปปาท
ซึ่งมี ๑๒ องค์นั้นมีบาลีแสดงว่า
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา........ อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ........ สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ
วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ........ วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป
นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ........ นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดอายตนะ
สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส........ อายตนะ ๖ เป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ
ผสฺสปจฺจยา เวทนา........ ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา
เวทนาปจฺจยา ตณฺหา........ เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา
ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ ........ ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน
อุปาทานปจฺจยา ภโว........ อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพ
ภวปจฺจยา ชาติ........ ภพเป็นปัจจัยให้เกิดชาติ
ชาติปจฺจยา ชรามรณํ........ ชาติเป็นปัจจัยให้เกิด ชรา มรณะ
................................................ โสก ปริเทว ทุกฺข
โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติฯ...........................................(ส่วน) โสกะ ริเทวะ ..........................................ทุกขะ โทมนัสสะ อุ.............................................ปายาสะ ย่อมเกิดตามขึ้นมาด้วยค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 15:30:31 น.] ( IP = 203.156.28.162 : : )
สลักธรรม 9พี่ดอกแก้วจะอธิบาย อวิชชาเป็นปัจจัยนะคะ
ธรรมชาติที่ชื่อว่า อวิชชา เพราะ ไม่รู้แจ้งนั่นเองนะคะ
ธรรมชาติที่ชื่อว่า อวิชชา เพราะประสบสิ่งที่ไม่ควรประสบ เช่นกายทุจริตเป็นต้น.. หรือไม่ทำสิ่งที่ ควรรู้ คืออริยสัจจ์ ๔ ให้เกิดรู้..เหล่านี้ละคะเรียกว่า อวิชชา
อวิชชานี้ย่อมยังสัตว์ให้แล่นไปในสิ่งที่ไม่มีอยู่ หรือไม่ให้แล่นไปในสิ่งที่มีอยู่.
คำว่าอวิชชานี้ เป็นชื่อแห่งความไม่รู้ในอริยสัจจ์ ๔ ในฐานะ ๔ ตัวปัจจัย..คืออวิชชา เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อวิชชาเป็นปัจจัย
และเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย...จึงมีสังขาร
อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา
โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 15:53:41 น.] ( IP = 203.156.28.162 : : )
สลักธรรม 10อวิชชานี้ ได้แก่ โมหะเจตสิก ที่ทำให้ไม่รู้ในอริยสัจจ์ ๔ ประการ
ชื่อของ อวิชชานั้น ก็มีหลายชื่อนะคะ คือ.. โมหะ สังโมหะ สัมมุฬหะ อวิชฺชานะ (ตอนนี้นึกได้แค่นี้ค่ะ)
เฉพาะฉะนั้นคำว่า โมหะ กับ อวิชชาเป็นอันเดียวกันนะคะโดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2547 , 16:02:10 น.] ( IP = 203.156.28.162 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |