| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๛๚.เกรงความชั่ว กลัวผลบาป.๚๛
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะ! ท่านผู้ฟังรายการทุกท่าน
เราก็มีโอกาสที่จะเสวนาธรรม
เสนอแนะชี้นำและส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
ในเรื่องราวของชีวิตกันอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งเรื่องราวของชีวิตนี้ พูดเท่าไรก็ไม่มีวันจบ
เพราะว่าชีวิตเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เราทำทุกอย่าง สรรหาทุกอย่าง แก้ไขทุกอย่าง
พยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขทุก ๆ อย่าง
เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขของชีวิตนั่นเอง
ดังนั้น เราจึงต้องหาความสุขให้กับชีวิต
อย่างถูกต้องและถูกตรงนะคะ
ท่านผู้ฟังค่ะในสัปดาห์ก่อน ๆ
ดิฉันได้มีโอกาสพูดถึงเรื่องจิตมาแล้ว ที่บอกว่า
จิตนั้นดิ้นรนกวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก
คือ ผนฺทนํ จปลํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ
ที่ได้กล่าวไปว่าจิตดิ้นรนเป็นอย่างไร ก็ขอย้ำว่า
จิตดิ้นรน หมายถึง จิตที่หาอารมณ์มาเป็นเหยี่อ
เห็นได้ว่า เราไม่มีวันหยุดที่จะดิ้นรนหา
รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ดี ๆ มาให้กับชีวิตเรา
และชีวิตของเราไม่สามารถหยุดอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้นาน ๆ
ก็เพราะว่า จิตนั้นกวัดแกว่งนั่นเอง
แล้วจิตจะคอยคิดฟุ้งซ่านไปในอารมณ์
ที่เป็นอดีตเป็นอนาคต
ความฟุ้งซ่าน คือ
การที่จิตระลึกไปในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว แล้วก็ยังไม่เกิดขึ้น
และส่งจิตแส่ไปในอารมณ์ต่างๆ
ไปในอดีตก็ดี ไปในอนาคตก็ดี
นี่เรียกว่า เราไม่มีโอกาสที่จะรักษาจิตไม่ให้ฟุ้งซ่าน
ยากมากเลยนะคะ ที่จะห้ามไม่ให้คิด
ห้ามไม่ให้นึกในเรื่องราวต่าง ๆ
บางครั้งเรื่องราวเหล่านั้นแสนจะปวดร้าวต่อจิตใจ
เราก็ห้ามไม่ให้คิดไม่ได้ ก็เพราะว่า
จิตเป็นธรรมชาติที่ห้ามยาก
โดย พี่เณร [8 ก.พ. 2547 , 19:57:58 น.] ( IP = 203.170.157.103 : : )
สลักธรรม 2ฉะนั้น จึงต้องเพียรพยายามศึกษาหาความรู้
นำความเข้าใจมาสู่ชีวิตของตนเองให้มาก
หาธรรมโอสถมาราดรดรินใจ
เพื่อปรับระดับความทุกข์ที่มีอยู่มากให้น้อยลงนั่นเอง
เพื่อจะได้ใช้ชีวิตได้คล่องได้สะดวก
และสู้กับชีวิตได้อย่างถูกต้องนั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการงาน
หรือว่าด้านความรู้ความเข้าใจต่าง ๆ
เราจะต้องฝึกฝน หาความรู้ เอาใจใส่
พัฒนาจิตใจของเรา ให้จิตใจของเราดีขึ้น
ประกอบไปด้วยคุณธรรมและศีลธรรม
เพราะคุณธรรมและศีลธรรมเป็นหลักสำคัญสำหรับชีวิต
ธรรมะมีหลายหมวดหมู่
แต่สิ่งที่จะนำมาประกอบกับชีวิต
ให้ชีวิตเป็นไปด้วยความดี เป็นไปด้วยสุจริต
เป็นได้ด้วยกุศลจิตนั้น
จะต้องประกอบไปด้วยหิริและโอตตัปปะ
หิริ คือ ความละอายแก่ใจ
โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวผลของความชั่ว
เราต้องปลูกฝังหิริโอตตัปปะให้มีอยู่ในจิตใจ
เพราะเมื่อผู้ใดมีหิริโอตตัปปะแล้ว
ผู้นั้นก็จะสามารถหลีก ละ ลด เลิก ความชั่วต่าง ๆ ได้
เมื่อไม่ทำชั่ว
ผลของความชั่วจะเกิดขึ้นส่งผลแก่ผู้ที่ไม่ทำชั่วไม่ได้
เช่นเดียวกัน ใครทำอย่างไรก็ย่อมต้องได้อย่างนั้น
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
แต่เราจะดีได้อย่างเต็มที่ และดีได้อย่างมั่นคง
จะต้องฝึกฝนคบค้าสมาคมให้จิตนั้นคุ้นเคยกับหิริและโอตตัปปะ
โดย พี่เณร [8 ก.พ. 2547 , 20:01:21 น.] ( IP = 203.170.157.103 : : )
สลักธรรม 3คำว่า หิริ แปลว่า ความละอาย
โดยอรรถได้แก่ ความละอายใจนั่นเอง
ละอายต่อความประพฤติชั่วทั้งหลาย ไม่กล้าทำ
แต่ถ้าหากไม่กล้าทำบาปเพราะว่ากระดากอาย
เพราะกลัวคนเห็น กลัวคนรู้ กลัวคนติฉินนินทา
อันนี้ยังไม่จัดว่าเป็นหิริ
เพราะถ้าเป็นหิริแล้วไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง
ใครก็ตาม ทั้งมีผู้เห็นหรือไม่มีผู้เห็น
เราก็ต้องมีความละอายใจในความชั่วเหล่านั้น
อย่างนี้จึงเรียกว่า หิริ
ด้วยการคำนึงถึงชาติ ถึงสกุล ถึงวัย ถึงทรัพย์ ถึงยศ
และศิลปวิทยา โดยที่สุด
การรู้จักความรับผิดชอบของตนเองเป็นสมมุติฐาน
คือเหตุอันเป็นเครื่องตั้งแห่งความสะอิดสะเอียน
ต่อการกระทำบาป
เป็นลักษณะของหิริโดยตรง
เช่น ถ้าเราพูดปด เราต้องได้รับผลของบาปนั้น
รู้ว่าผลของบาปนั้นมีจริงและไม่กล้าทำบาป นี่เป็นหิริ
ท่านอุปมาเหมือนว่า ชายหนุ่มหญิงสาวกำลังรักสวยรักงาม
ได้มีโอกาสอาบน้ำชำระร่างกาย แต่งตัวผัดแป้งทาหน้า
และนุ่งเครื่องนุ่มห่มด้วยความสะอาดเรียบร้อยแล้วฉันใด
ความกลัวเปื้อนเปรอะต่อสิ่งโสโครก และเป็นสิ่งโสโครก
แล้วเกิดความขยะแขยงต่อสิ่งโสโครก
ที่จะมาเปื้อนกาย เปื้อนเครื่องนุ่มห่มมีอย่างไร
คนที่มีหิริก็ย่อมหน่ายแหนงต่อการกระทำบาป
ทางกาย วาจา ใจ ฉันนั้น
โดย พี่เณร [8 ก.พ. 2547 , 20:05:36 น.] ( IP = 203.170.157.103 : : )
สลักธรรม 4ส่วนคำว่า
โอตตัปปะ แปลว่า เกรงความชั่ว เกรงความผิด
โดยอรรถได้แก่ ความไม่กล้าทำผิดนั่นเอง
เพราะเกรงขามต่อผลของความผิด
เช่น ผลของกรรมชั่วจาการฆ่าสัตว์
จะทำให้ร่างกายทุพพลภาพ รูปไม่งาม
กำลังกายไม่ดี กำลังกายเฉื่อยชา
กำลังปัญญาไม่ว่องไว เหล่านั้นเป็นต้น
เมื่อเรารู้ผลแล้ว เรากลัวที่จะต้องรับผลนั้น
จึงไม่กล้าสร้างเหตุชั่ว เพราะกลัวผลบาป
เรียกว่า โอตตัปปะ
คนจะทำบาปหรือทำชั่ว
เพราะเกรงบิดามารดา ครูบาอาจารย์
หรือกลัวอาญาแผ่นดินอย่างนี้ยังไม่จัดว่าเป็นโอตตัปปะ
แต่จะต้องกลัวผิดทำนองครองธรรม
ผิดศีลธรรม ผิดระเบียบแบบแผน
จึงจะจัดว่าเป็นโอตตัปปะ
คือ คำนึงถึงผลของบาปนั่นเองเป็นสมมุติฐาน
มีความสะพรึงกลัวแต่บาปเป็นลักษณะ
ท่านอุปมาว่า ทุกคนต่างก็รักชีวิต
และมองเห็นอสรพิษร้ายหรือสัตว์ร้ายแล้ว
ย่อมสะดุ้งกลัวต่ออสรพิษนั้นฉันใด
ผู้ที่มีโอตตัปปะก็กลัวต่อบาปทุจริตทางกาย วาจา ใจ ฉันนั้น
โดย พี่เณร [8 ก.พ. 2547 , 20:09:57 น.] ( IP = 203.170.157.103 : : )
สลักธรรม 5การเปรียบเทียบในเรื่องหิริโอตตัปปะก็ยังมีอีกนะคะ
เช่น เปรียบเสมือนว่า มีเหล็ก ๒ ก้อน
ก้อนหนึ่งเย็นแต่เปื้อนไปด้วยอุจจาระปัสสาวะ
ก้อนหนึ่งร้อน
มีบุคคลที่เกลียดความสกปรก
ก็ไม่อยากจับก้อนที่เย็นเพราะเกลียด
และไม่กล้าจับก้อนที่ร้อนเพราะกลัวจะไหม้มือ
บุคคลผู้ไม่ทำบาปเพราะมีหิริ ก็พึงรู้ว่า
เหมือนไม่จับก้อนเหล็กที่เย็นอันเปื้อน
เพราะรังเกียจความสกปรก
บุคคลที่ไม่ทำบาปเพราะมีโอตตัปปะ
ก็มีความรู้สึกดุจดังจับก้อนเหล็ก
เพราะกลัวไหม้มือ
ติดตามต่อพรุ่งนี้ครับ
![]()
โดย พี่เณร [8 ก.พ. 2547 , 20:13:35 น.] ( IP = 203.170.157.103 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณค่ะพี่เณร โดย น้องกิ๊ฟ [8 ก.พ. 2547 , 20:50:56 น.] ( IP = 169.210.7.74 : : )
สลักธรรม 7![]()
กราบขอบพระคุณพี่เณรเช่นเดียวกันค่ะ
โดย เล็ก [9 ก.พ. 2547 , 11:11:08 น.] ( IP = 203.155.222.37 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณพี่เณรมากเช่นกันขอรับ โดย ซาโยจัง [9 ก.พ. 2547 , 23:13:27 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |