| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๑๒๑ - ๑๒๙
๙. มหาปุณณมสูตร (๑๐๙) .
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=1930&lend=2136
[๑๒๑] ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ . อุปาทานขันธ์ คือ รูปูปาทานขันธ์ เวทนูปาทานขันธ์ สัญญูปาทานขันธ์ สังขารูปาทานขันธ์ วิญญาณูปาทานขันธ์ มี ๕ ประการเท่านี้หรือหนอแล?
.
-พ. มี ๕ ประการเท่านี้ .
ภิ. ก็อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ มีอะไรเป็นมูล?
.
-พ. มีฉันทะเป็นมูล .
ภิ. อุปาทานกับอุปาทานขันธ์ ๕ นั้นอย่างเดียวกันหรือ หรือว่าอุปาทานอื่นจากอุปาทานขันธ์ ๕?
.
-พ. จะอย่างเดียวกันก็มิใช่ อุปาทานจะอื่นจากอุปาทานขันธ์ ๕ ก็มิใช่ ความกำหนัดพอใจ . ( ฉนฺทราโค ) . ในอุปาทานขันธ์ ๕ นั่นแล เป็นตัวอุปาทานในอุปาทานขันธ์ ๕ นั้น .
[๑๒๒] ภิ. ก็ความต่างแห่งความกำหนัดพอใจในอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ พึงมีหรือ?
.
-มี บุคคลบางคนในโลกนี้ มีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ขอเราพึงมีรูปอย่างนี้ เวทนาอย่างนี้ สัญญาอย่างนี้ สังขารอย่างนี้ วิญญาณอย่างนี้ ในอนาคตกาลเถิด
.
โดย แววตะวัน [10 ก.พ. 2547 , 23:57:47 น.] ( IP = 169.210.28.40 : : )
สลักธรรม 1[๑๒๓] ภิ. ขันธ์ทั้งหลายมีชื่อเรียกว่าขันธ์ได้ด้วยเหตุเท่าไร? .
-พ. รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต ทั้งที่เป็นอนาคต ทั้งที่เป็นปัจจุบัน เป็นไปในภายในหรือมีในภายนอกก็ตาม หยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตาม อยู่ในที่ไกล หรือในที่ใกล้ก็ตาม นี่เป็นรูปขันธ์ . font size=4 font color=660000] ( เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็เช่นเดียวกัน ) [/font]. ขันธ์ทั้งหลายย่อมมีชื่อเรียกว่าขันธ์ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล .
[๑๒๔] ภิ. อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัยแห่งการบัญญัติรูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์? .
[ -พ. มหาภูตรูป ๔ เป็นเหตุ เป็นปัจจัยแห่งการบัญญัติรูปขันธ์ .
[ ผัสสะเป็นเหตุ เป็นปัจจัย แห่งการบัญญัติเวทนาขันธ์ .
[ ผัสสะเป็นเหตุ เป็นปัจจัย แห่งการบัญญัติสัญญาขันธ์ .
[ ผัสสะเป็นเหตุ เป็นปัจจัย แห่งการบัญญัติสังขารขันธ์ .
[ นามรูปเป็นเหตุ เป็นปัจจัย แห่งการบัญญัติวิญญาณขันธ์ .
[๑๒๕] ภิ. ก็สักกายทิฐิ จะมีได้อย่างไร? .
-พ. ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับไม่ได้เห็นพระอริยะ ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้ฝึกในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้ฝึกในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมเล็งเห็นรูปโดยความเป็นอัตตาบ้าง เล็งเห็นอัตตาว่ามีรูปบ้าง เล็งเห็นรูปใน
อัตตาบ้าง เล็งเห็นอัตตาในรูปบ้าง . ( เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ) . อย่างนี้แลสักกายทิฐิจึงมีได้ .โดย แววตะวัน [10 ก.พ. 2547 , 23:59:59 น.] ( IP = 169.210.28.40 : : )
สลักธรรม 2[๑๒๖] ภิ. สักกายทิฐิจะไม่มีได้อย่างไร? .
-พ. อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ได้เห็นพระอริยะ ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ฝึกดีแล้วในธรรมของพระอริยะ ได้เห็นสัตบุรุษ ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ฝึกดีแล้วในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่เล็งเห็นรูปโดยความเป็นอัตตาบ้าง ไม่เล็งเห็นอัตตาว่า
มีรูปบ้าง ไม่เล็งเห็นรูปในอัตตาบ้าง ไม่เล็งเห็นอัตตาในรูปบ้าง . ( เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ) .
[๑๒๗] ภิ. อะไรหนอแลเป็นคุณ เป็นโทษ เป็นทางสลัดออกในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ? .
-พ. อาการที่สุขโสมนัสอาศัยรูปเกิดขึ้น นี้เป็นคุณในรูป .
อาการที่รูปไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษในรูป .
อาการที่กำจัดฉันทราคะ ละฉันทราคะในรูปได้ นี้เป็นทางสลัดออกในรูป .
( เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ) .โดย แววตะวัน [11 ก.พ. 2547 , 00:01:32 น.] ( IP = 169.210.28.40 : : )
สลักธรรม 3[๑๒๘] ภิ. เมื่อรู้ เมื่อเห็นอย่างไรจึงไม่มีอนุสัยคือความถือตัวว่าเป็นเรา ว่าของเรา ในกายอันมีวิญญาณนี้ และในนิมิตทั้งหมดในภายนอก? .
-พ. เห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงดังนี้ว่า รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต ทั้งที่เป็นอนาคต ทั้งที่เป็นปัจจุบัน เป็นไปในภายในหรือมีในภายนอกก็ตาม หยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตาม อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้ก็ตาม ทั้งหมดนั่น ไม่ใช่
ของเรา ไม่ใช่ เรา ไม่ใช่อัตตาของเรา . (เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณก็เช่นเดียวกัน )
.
[๑๒๙] พ. โมฆบุรุษบางคนในธรรมวินัยนี้ไม่รู้แล้ว ตกอยู่ในอวิชชา ใจมีตัณหาเป็นใหญ่ พึงสำคัญคำสั่งสอนของศาสดาอย่างสะเพร่า ด้วยความปริวิตกว่า จำเริญละ เท่าที่ว่ามานี้ เป็นอันว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเป็นอนัตตา . กรรมที่อนัตตาทำแล้วจักถูกตนได้อย่างไร? .
-พ. เราจะขอสอบถาม .
พ. เราได้แนะนำพวกเธอในธรรมนั้นๆ แล้วแล . พวกเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง? .
-ภิ. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า .โดย แววตะวัน [11 ก.พ. 2547 , 00:03:06 น.] ( IP = 169.210.28.40 : : )
สลักธรรม 4พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือสุขเล่า? .
-ภิ. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า .
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ควรหรือหนอที่จะเล็งเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเรา นั่นอัตตาของเรา? .
-ภิ. ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า . ( ตรัสถามเวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณ เช่นเดียวกัน ) .
พ. เพราะเหตุนั้นแล พวกเธอพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงดังนี้ว่า รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต ทั้งที่เป็นอนาคต ทั้งที่เป็นปัจจุบัน เป็นไปในภายใน
หรือมีในภายนอกก็ตาม หยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตาม อยู่ในที่ไกลหรือ
ในที่ใกล้ก็ตาม ทั้งหมดนั่นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่อัตตาของเรา . ( ตรัสรวมถึงเวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณด้วยเช่นเดียวกัน )
.
จบ มหาปุณณมสูตร ที่ ๙ .
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.
โดย แววตะวัน [11 ก.พ. 2547 , 00:04:19 น.] ( IP = 169.210.28.40 : : )
สลักธรรม 5
สนุกดีค่ะพระสูตรนี้ ขอบคุณมากนะคะคุณแววตะวัน ....
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.พ. 2547 , 01:59:47 น.] ( IP = 202.129.12.61 : : )
สลักธรรม 6หายากนะครับคนที่อ่านพระสูตรแล้วสนุก
คนรอบข้างผมต้องลุ้นแล้วลุ้นอีกจึงจะอ่านได้
เหมือนให้กินยาขมเลย.โดย แววตะวัน [13 ก.พ. 2547 , 00:15:03 น.] ( IP = 169.210.4.17 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |