มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อสังขตธรรม ในพุทธ ศาสนา




พุทธศาสนา ที่จะกล่าวถึง ต่อไปนี้ คือ พุทธศาสนา นิกายเถรวาท ที่เป็นที่นับถือของพี่น้องชาวไทย ส่วนใหญ่
พุทธศาสนา นิกาย เถรวาท นี้มิได้กล่าวถึง โดยใช้คำว่า “พระผู้เป็นเจ้า” เหมือนดั่งที่ศาสนาอื่นกล่าวถึง
แต่เมื่อพิจารณาตามความหมายในคำสอนจะพบกับสิ่งที่ได้กล่าวไว้ โดยมีความหมาย ที่หมายถึง “พระผู้เป็นเจ้า”
ซึ่งใช้คำในการสอน ดังนี้
1. ธรรม หรือ ธรรมะ หรือ ธรรมชาติ
2. อสังขตธรรม
3. บรมธรรม
4. วิญญาณ
ความหมาย ของ คำว่า ธรรมชาติ
คำว่า ธรรม แปลว่า ความจริง ความเป็นจริง ความจริงแท้
คำว่า ธรรมชาติ แปลว่า ความจริงที่ก่อกำเนิด ความจริงมีอยู่
ความจริงที่ดำรงอยู่
ในคำสอน ของพุทธศาสนา(เถรวาท) คำว่า ธรรม หรือ ธรรมชาติ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. อสังขตธรรม
2. สังขตธรรม
อสังขตธรรม หมายถึง ธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่ง หรือ เปลี่ยนแปลง
สังขตธรรม หมาย ถึง ธรรม ชาติ ที่มีการ ปรุงแต่ง หรือ เปลี่ยนแปลง
อสังขธรรม มีคุณสมบัติ หรือ คุณลักษณ์ ดังนี้
1. มีมาแต่เดิม
2. มีอยู่อย่างถาวร
3. ไม่เหมือนกับสิ่งใด ที่มองเห็น หรือ ที่เป็น วัตถุ สสาร
4. มีเพียงหนึ่งเดียว
5. ไม่พึ่งพาสิ่งใด
6. เป็นที่มาหรือ เป็นผู้ให้บังเกิด สรรพสิ่งทั้งหลาย
7. อยู่เหนือ กาลเวลา
ในคำสอน จาก คำภีร์ พระไตรปิฎก ได้กล่าวว่า
“ดูกร ภิกษุ ทั้งหลาย ธรรมชาติที่ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไร ปรุงแต่ง นั้น มี อยู่
ถ้า ไม่มี ธรรมชาติที่ ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรปรุงแต่ ความเป็นไปของธรรมชาติที่เกิดที่เป็น
ที่มีอะไรปรุ งแต่ง ก็จะปรากฏไม่ได้ เ พราะเหตุที่ มี ธรรมชาติ ที่ ไม่มีจุดเกิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรมาปรุงแต่ง
ความเป็นไป ของธรรมชาติ ที่ เกิด ที่เป็น ที่มี ใครทำ ที่อะไร ปรุงแต่ง จึงเกิดขึ้นได้”

(อิตติวุตตก กัณฑ์ ที่ 1825/275 ว่าด้วยเรื่อง ธรรมชาติ ที่ไม่มีจุดเกิด
ไม่ถูกปรุงแต่ง มีอยู่ - จากพระไตรปิฎก ฉบับ ประชาชน หน้า 55)

ผมไปเจอมาจากเว็บแห่งนึงน่ะครับ หมายความว่าอย่างไรครับ

โดย คนในเงา [15 ก.พ. 2547 , 01:41:31 น.] ( IP = 203.121.166.15 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คำสอน ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ
กล่าวไว้ใน หนังสือ ชื่อ “ปัญหาเกี่ยวกับ พระผู้เป็นเจ้า กรรม อนัตตา” สำนักพิมพ์ อรุณวิทยา หน้า 118-122 ว่า
“สิ่งที่น่า จะเห็นว่า เป็นตัวตนที่สุด ก็คือ สิ่งที่ไม่เป็น มายา เกิด มีอยู่เองโดยไม่ต้อง มีอะไร แต่ง ไม่มีอะไรเข้าไปแตะต้อง
หรือทำอะไรแก่สิ่งนั้นได้ซึ่งเรียกตามภาษาธรรมะ ว่า อสังขตธรรม ตรงข้ามกับสิ่งที่เรียกว่าสังขตธรรม อย่างหลังนี้ เป็น
สิ่งที่ มีสิ่งอื่นปรุง หรือ ก่อรูป ขึ้นมา และต้องตั้งอาศัย อยู่บนสิ่งอื่น มันเป็น เพียงมายา หรือชั่วคราว ได้แก่ โลก

โดย คนในเงา [15 ก.พ. 2547 , 01:47:35 น.] ( IP = 203.121.166.15 : : )


  สลักธรรม 2



หรือโลกิยธรรม ทั้งหลาย ทั้งฝ่ายกาย และฝ่ายจิต สำหรับ อสัขตธรรม หรือกล่าวโดย เจาะจง ได้แก่สภาพแห่ง สัจธรรม
หรือ นิพพาน นั้นชวนให้คิดเห็นว่า เป็นอัตตา หรือ ตัวตนที่สุด เพราะมันเป็นตัวของมันเอง ปรากฏโดยไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ถึงกระนั้น สิ่งนั้นก็ มิตัวมันหรือ ตัวใคร ทั้งที่ปรากฏอยู่อย่างมิใช่ มายา เหมือนสิ่งอื่น และทั้งเป็นสิ่งที่ใครๆ ไม่ควร สำคัญ
หรือยึด ถือ ว่า เป็นตัวของมัน หรือ ของใครด้วย สังขตธรรม เป็น สิ่งที่ทีปรากฏการณ์ ปรากฏ ให้เราสัมผัสได้ ไม่ทางตาก็ทางหู
จมูก ลิ้นกาย ใจ อยู่ ใน วิสัยที่เรา จะติดต่อ หรือ ศึกษา มันได้ด้วยวิธีทางฝ่าย วัตถุวิทยา หรือ Physics ธรรม หรือ สิ่งที่ ประเภทนั้น
เป็นมายาทั้งสิ้น คือ ประกอบด้วย สิ่งทั้งหลาย มารวมกัน ตกอยู่ภายใต้อำนาจ ของกาลเวลา มีรูปร่าง และขนาด ซึ่งล้วนแต่จะต้อง
เปลี่ยนแปลงไปไม่รู้หยุด เรารวมเรียกว่า สังขตธรรม หรือ เทียบให้ กับสิ่งที่มีปรากฏ การณ์ทั้งหลาย (Phenomenon)
อสังขตธรรม นั้น ตรงกันข้ามทุกประการ ไม่มีปรากฏการณ์ ทาง ฝ่ายวัตถุ หรือแม้แต่ทางใจก็เพียงสัมผัส ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งมันขึ้น
ไม่อยู่ ภายใต้อำนาจของกาลเวลา ไม่มีรูปร่าง และขนาด โดยประการใดเลย วัดไม่ได้ คำนวณไม่ได้ ด้วยหลักแห่งสิ่งที่ปรากฏการณ์
จะรู้มันได้ ก็ แต่การ อนุมาน (Inference) ตามหลักแห่งเหตุผล มีปัญญาอันประกอบด้วย เหตุผลเป็นอายาตนะ สำหรับการ ติดต่อ
อสังขตธรรม เป็นสิ่งที่อธิบายยาก ในที่นี้ กล่าวแต่เพียง ว่า มันไม่มีปรากฏการณ์ ตรงกันข้ามกับ สังขตธรรม ทุกอย่าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ มันเปลี่ยนแปลง และไม่ตาย ไม่รู้จักตาย ไม่ต้องมีการเกิด หรือ การทรงตัว มันก็ยังมีอยู่ได้ ทังยังเป็นการ
ทีอยู่ที่มั่นคง และมิใช่มายา สิ่งที่มีลักษณะที่ว่านี้ เรารวมเรียกว่า อสังขตธรรม หรือ ตรงกับสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ์

โดย คนในเงา [15 ก.พ. 2547 , 01:50:44 น.] ( IP = 203.121.166.15 : : )


  สลักธรรม 3

คิดว่าคงเป็นที่นี่นะคะ

http://www.religionoftruth.fcpages.com/AllReligion/MasterNo1/SepDoc2003/Tripidok1.htm

ตอบตามตรงคือ ไม่ทราบว่าเจตนาของผู้ที่นำเสนอบทความนั้นต้องการนำเสนอเพื่ออะไรนะคะ ...อาจหมายถึงว่าในพระพุทธศาสนานั้นก็มีพระผู้เป็นเจ้าเหมือนกัน ..ซึ่งก็คือพระธรรม....ตรงนี้เป็นความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ที่อาจเขียนขึ้นเพื่อนำคำว่า "พระผู้เป็นเจ้า" ....มาเป็นคำเปรียบเทียบ

คำว่าพระผู้เป็นเจ้าไม่มีใช้ในพระพุทธศาสนาในฐานะของสิ่งเคารพสูงสุด
แต่พระพุทธศาสนามีสิ่งที่เคารพสูงสุดอยู่สามประการคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ที่เรียกว่าพระรัตนตรัย ..

การพยายามนำคำอื่นมาสงเคราะห์เพื่อจัดให้เข้าพวกกับศาสนาอื่นที่มีคำว่าพระผู้เป็นเจ้าเหมือนกันนั้น ...จึงเป็นสิทธิในการค้นคว้าทางวิชาการของแต่ละคน เหมือนกับการที่บอกว่า

พระผู้เป็นเจ้าของศาสนาคริสต์คือ........
พระผู้เป็นเจ้าของศาสนาอิสลามคือ......
พระผู้เป็นเจ้าของศาสนาพุทธคือ.........

ซึ่งเป็นการแสดงทัศนะส่วนตัวที่นำมาเปรียบเทียบเองถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแต่ละศาสนา ซึ่งเจ้าของบทความนี้ก็ได้ยกว่า "พระธรรม"เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

..โดยเฉพาะการมุ่งหมายถึง "อสังขตธรรม (พระนิพพาน)" ที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่าธรรมใดๆ และเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดให้กำเนิดขึ้นมา ....นี่ก็อาจนับได้ว่า เป็นผู้อยู่เหนือสภาพธรรมทั้งปวง

ความคิดเห็นเหล่านี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ ...เจ้าของเว็บไซด์เขาก็บอกไว้แล้วว่า จะเชื่อหรือไม่ก็ได้...เพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรมากนอกจากการพยายามหาสภาพธรรมที่สูงสุดในพระพุทธศาสนามาประดิษฐานในฐานะ "พระเจ้า" คือประมุขสูงสุดเหมือนกับศาสนาอื่นๆ ..ก็เท่านั้นเองค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.พ. 2547 , 14:52:57 น.] ( IP = 169.210.4.148 : : )


  สลักธรรม 4

อยากได้คำตอบที่น่าพอใจกว่านี้น่ะครับ

คุณตอบผมแค่ว่า
"แล้วแต่คนจะคิด มีบางคน(ผู้เขียนบทความ) แค่นำคำอื่นมาสงเคราะห์เท่านั้น"

ผมก็ยังไม่ถึงนิพพานครับ

โดย คนในเงา [16 ก.พ. 2547 , 15:01:08 น.] ( IP = 161.246.1.34 : : 161.246.17.234 )


  สลักธรรม 5

คุณคนในเงานี่ตลกดีนะคะ

ก็ถามมาแค่คำถามเดียวว่า "ผมไปเจอมาจากเว็บแห่งนึงน่ะครับ หมายความว่าอย่างไรครับ"

ก็ตอบแล้วไงคะว่า ...การพยายามนำคำอื่นมาสงเคราะห์เพื่อจัดให้เข้าพวกกับศาสนาอื่นที่มีคำว่า" พระผู้เป็นเจ้า" เหมือนกันนั้น ...จึงเป็นสิทธิในการค้นคว้าทางวิชาการของแต่ละคน ...

จึงไม่ทราบว่า อยากได้คำตอบอย่างไร
แต่ก็ลองเดาต่อไปว่า ...ถ้าต้องการให้อธิบายคำว่าอสังขตธรรมนั้น ...ก็คือ พระนิพพานนั่นเอง ...ที่มีลักษณะเป็นสันติสงบจากตัณหาทั้งปวง ไม่มีตัวตนเพราะไม่มีขันธ์ ส่วนใครจะเห็นว่ามีตัวตน ก็เป็นเรื่องส่วนตัวอีกแล้วค่ะ อันนี้ห้ามไม่ได้ในเรื่องของความคิด .....อิอิ ใกล้จะพอใจหรือยังคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2547 , 16:13:52 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org