มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๒๓๖ - ๒๔๖




๕. พหุธาตุกสูตร (๑๑๕)
.
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=3382&lend=3596


[๒๓๖] อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ . จะควรเรียกว่าภิกษุเป็นบัณฑิต มีปัญญาพิจารณา ด้วยเหตุเท่าไรหนอแล?
.
          -พ. เป็นผู้ฉลาดในธาตุ ฉลาดในอายตนะ ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และฉลาดในฐานะและอฐานะ .

[๒๓๗] อา. ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ ด้วยเหตุเท่าไร?
.
          -พ. ธาตุนี้มี ๑๘ อย่างแล ได้แก่ ธาตุคือจักษุ ธาตุคือรูป ธาตุคือจักษุวิญญาณ ธาตุคือโสต ธาตุคือเสียง ธาตุคือโสตวิญญาณ ธาตุคือฆานะ ธาตุคือกลิ่น ธาตุคือฆาน-วิญญาณ ธาตุคือชิวหา ธาตุคือรส ธาตุคือชิวหาวิญญาณ ธาตุคือกาย ธาตุคือโผฏฐัพพะ ธาตุคือกายวิญญาณ ธาตุคือมโน ธาตุคือธรรมารมณ์ ธาตุคือมโนวิญญาณ ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่ จึงควรเรียกได้ว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุ .

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:26:58 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หมายเหตุ
.
ชื่อว่าธาตุ
.
          เพราะหมายความว่า ทรงไว้ซึ่งผลและสภาวะของตน เพราะว่าบรรดาผลและสภาวะลทั้งหลาย ๒ อย่างนี้ สิ่งที่ให้เกิดผล ชื่อว่า ธาตุ เพราะหมายความว่า ทรงไว้ซึ่งผลของตนและสภาวะของตน นอกจากนี้ ชื่อว่า ธาตุ เพราะหมายความว่า ทรงไว้เฉพาะสภาวะอย่างเดียว
( อรรถกถา เล่ม ๔๕ หน้า ๓๔๑ )
.
ชื่อว่าธาตุ .
          เพราะอรรถว่า เป็นสภาวะ มิใช่สัตว์ ( อรรถกถา เล่ม ๖๙ หน้า ๒๒๑ )
.
ชื่อว่าธาตุ
.
          เพราะอรรถว่าเป็นสภาวะ เป็นนิสสัตตะ และเป็นสุญญตะ ( อรรถกถา เล่ม ๘๑
หน้า ๑๒๑ )
.

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:28:20 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 2

[๒๓๘] อา. ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุจะพึงมีไหม? .
          -พ. มี ธาตุนี้มี ๖ อย่าง ได้แก่ ธาตุคือดิน ธาตุคือน้ำ ธาตุคือไฟ ธาตุคือลม ธาตุคืออากาศ ธาตุคือวิญญาณ .

[๒๓๙] อา. ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุจะพึงมีอีกไหม?
.
          -พ. มี ธาตุนี้มี ๖ อย่าง ได้แก่ ธาตุคือสุข ธาตุคือทุกข์ ธาตุคือโสมนัส ธาตุคือโทมนัส ธาตุคืออุเบกขา ธาตุคืออวิชชา .
[๒๔๐] อา. ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุจะพึงมีอีกไหม? .
          -พ. มี ธาตุนี้มี ๖ อย่าง ได้แก่ ธาตุคือกาม ธาตุคือเนกขัมมะ ธาตุคือพยาบาท ธาตุคือความไม่พยาบาท ธาตุคือความเบียดเบียน ธาตุคือความไม่เบียดเบียน .

[๒๔๑] อา. ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุจะพึงมีอีกไหม? .
          -พ. มี ธาตุนี้มี ๓ อย่าง ได้แก่ ธาตุคือกาม ธาตุคือรูป ธาตุคืออรูป .

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:29:28 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 3

[๒๔๒] อา. ก็ปริยายแม้อื่น ที่ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในธาตุจะพึงมีอีกไหม?
.
          -พ. มี ธาตุนี้มี ๒ อย่าง คือ สังขตธาตุ อสังขตธาตุ
.

[๒๔๓] อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ . ควรเรียกว่าภิกษุผู้ฉลาดในอายตนะ ด้วยเหตุเท่าไร? .
          -พ. อายตนะทั้งภายในและภายนอกนี้ มีอย่างละ ๖ แล คือ จักษุและรูป โสตและเสียง ฆานะและกลิ่น ชิวหาและรส กายและโผฏฐัพพะ มโนและธรรมารมณ์ ด้วยเหตุที่ภิกษุรู้อยู่ เห็นอยู่ จึงควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้ฉลาดในอายตนะ .

[๒๔๔] อา. ก็จะควรเรียกว่า ภิกษุผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท ด้วยเหตุเท่าไร? .
          -พ. ย่อมรู้อย่างนี้ว่า เมื่อเหตุนี้มีผลนี้จึงมี เพราะเหตุนี้เกิดขึ้นผลนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อเหตุนี้ไม่มีผลนี้จึงไม่มี เพราะเหตุนี้ดับผลนี้จึงดับ คือ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร…ฯลฯ… เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส อย่างนี้เป็น
ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ แต่เพราะอวิชชานั่นแลดับด้วยวิราคะไม่มีส่วนเหลือจึงดับสังขารได้ เพราะสังขารดับจึงดับวิญญาณได้…ฯลฯ… เพราะชาติดับจึงดับชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสได้ อย่างนี้เป็นความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้
.

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:30:34 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 4

[๒๔๕] อา. ควรเรียกว่า ภิกษุผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะ ด้วยเหตุเท่าไร?
.
          -พ. ย่อมรู้ชัดว่า (๑) ข้อที่มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส คือบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ . [ ในอรรถกถา ท่านหมายถึงพระโสดาบันผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมาทิฐิ ] . พึงเข้าใจสังขารไรๆ โดยความเป็นของเที่ยง นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล คือ ปุถุชน พึงเข้าใจ
สังขารไรๆ โดยความเป็นของเที่ยง นั้นเป็นฐานะที่มีได้
.

          (๒) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ พึงเข้าใจสังขารไรๆ โดยความเป็นสุข นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนพึงเข้าใจสังขารไรๆ โดยความเป็นสุขนั่นเป็นฐานะที่มีได้ .

          (๓) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ พึงเข้าใจธรรมไรๆ โดยความเป็นอัตตา นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนพึงเข้าใจธรรมใดๆ โดยความเป็นอัตตา นั่นเป็นฐานะที่มีได้
.

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:31:31 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 5

          (๔) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ พึงปลงชีวิตมารดา นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนพึงปลงชีวิตมารดาได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้ .

          (๕) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ พึงปลงชีวิตบิดา นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนพึงปลงชีวิตบิดาได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้
.

          (๖) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ พึงปลงชีวิตพระอรหันต์ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนพึงปลงชีวิตพระอรหันต์ได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้ .

          (๗) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ มีจิตคิดประทุษร้าย พึงทำโลหิตแห่งตถาคตให้ห้อขึ้น นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนมีจิตคิดประทุษร้าย พึงทำโลหิตแห่งตถาคตให้ห้อขึ้นได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้ .

          (๘) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ พึงทำลายสงฆ์ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนพึงทำลายสงฆ์ได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้ .

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:32:35 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 6

          (๙) บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ จะพึงมุ่งหมายศาสดาอื่น นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ ปุถุชนจะพึงมุ่งหมายศาสดาอื่นได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้
.

          (๑๐) พระอรหันตสัมมาสัมพุทธ ๒ พระองค์ พึงเสด็จอุบัติในโลกธาตุเดียวกัน ไม่ก่อนไม่หลังกัน นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๑๑) พระเจ้าจักรพรรดิ ๒ องค์ พึงเสด็จอุบัติในโลกธาตุเดียวกัน ไม่ก่อนไม่หลังกันนั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้
.

          (๑๒) สตรีพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๑๓) สตรีพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๑๔) สตรีพึงสำเร็จ เป็นท้าวสักกะ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๑๕) สตรีพึงสำเร็จเป็นมาร นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๑๖) สตรีพึงสำเร็จเป็นพรหม นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:33:43 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 7

          (๑๗) วิบากแห่งกายทุจริต พึงเกิดเป็นที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้
.

          (๑๘) วิบากแห่งวจีทุจริต พึงเกิดเป็นที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๑๙) วิบากแห่งมโนทุจริตพึงเกิดเป็นที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๐) วิบากแห่งกายสุจริต พึงเกิดเป็นที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๑) วิบากแห่งวจีสุจริต พึงเกิดเป็นที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๒) วิบากแห่งมโนสุจริต พึงเกิดเป็นที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:34:47 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 8

          (๒๓) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกายทุจริต เมื่อตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกายทุจริตนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๔) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวจีทุจริต เมื่อตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะวจีทุจริตนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๕) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนทุจริต เมื่อตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะมโนทุจริตนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๖) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยกายสุจริต เมื่อตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกายสุจริตนั้นเป็นเหตุ เป็นปัจจัย นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๗) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยวจีสุจริต เมื่อตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะวจีสุจริตนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้ .

          (๒๘) บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมโนสุจริต เมื่อตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะมโนสุจริตนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัย นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้
.

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:35:45 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 9

[๒๔๖] อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่น่าเป็นไปได้เลย . ธรรมบรรยายนี้ชื่อไร พระพุทธเจ้าข้า? .
          -พ. ชื่อ พหุธาตุก [ชุมนุมธาตุมากอย่าง] บ้าง .
          ชื่อจตุปริวัฏฏ [แสดงอาการเวียน ๔ รอบ] บ้าง .
          ชื่อธรรมาทาส [แว่นส่องธรรม] บ้าง .
          ชื่ออมตทุนทุภี [กลองบันลืออมฤต] บ้าง .
          ชื่ออนุตตรสังคามวิชัย [ความชนะสงครามอย่างไม่มีความชนะอื่นยิ่งกว่า] บ้าง .

จบ พหุธาตุกสูตร ที่ ๕
.
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.

โดย แววตะวัน [16 ก.พ. 2547 , 00:36:43 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณมากค่ะคุณแววตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2547 , 23:12:14 น.] ( IP = 202.129.45.207 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org