มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๒๘๘ - ๒๙๑




๘. อานาปานสติสูตร ( ๑๑๘ )
.
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=3874&lend=4131 [/b][/center]

[๒๘๘] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย . ก็อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก?
.
          -พ. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่นเฉพาะหน้า เธอย่อมมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า .
          ๑. เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาว หรือเมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าหายใจเข้ายาว .
          ๒. เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจออกสั้น หรือเมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจเข้าสั้น .
          ๓. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้า .
          ๔. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักระงับกายสังขารหายใจออก ว่าเราจักระงับกายสังขารหายใจเข้า .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:02:38 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

          ๕. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ปีติหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ปีติ หายใจเข้า
.
          ๖. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้สุขหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้สุข หายใจเข้า .
          ๗. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตสังขารหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตสังขารหายใจเข้า .
          ๘. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักระงับจิตสังขารหายใจออก ว่าเราจักระงับจิตสังขารหายใจเข้า .
          ๙. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิต หายใจเข้า
.
          ๑๐. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักทำจิตให้ร่าเริงหายใจออก ว่าเราจักทำจิตให้ร่าเริงหายใจเข้า .
          ๑๒.สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเปลื้องจิตหายใจออก ว่าเราจักเปลื้องจิตหายใจเข้า .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:03:59 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 2

          ๑๓. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความไม่เที่ยงหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความไม่เที่ยงหายใจเข้า .
          ๑๔. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความคลายกำหนัดหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความคลายกำหนัดหายใจเข้า .
          ๑๕. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความดับกิเลสหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความดับกิเลสหายใจเข้า .
          ๑๖. สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความสละคืนกิเลสหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความสละคืนกิเลสหายใจเข้า .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:04:54 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 3

[๒๘๙] พ. ก็ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้วอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้? .
          -พ. สมัยใด เมื่อภิกษุหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาว…ฯลฯ… สำเหนียกอยู่ว่าเราจักระงับกายสังขารหายใจออก ว่าเราจักระงับกายสังขารหายใจเข้า ( คือจากข้อ ๑ ถึงข้อ ๔ ) เรากล่าวลมหายใจออก ลมหายใจเข้านี้ ว่าเป็นกายชนิดหนึ่งในพวกกาย .
          เพราะฉะนั้นแล ในสมัยนั้น ภิกษุจึงชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกาย .


          สมัยใด ภิกษุสำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ปีติหายใจออก…ฯลฯ… สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักระงับจิตสังขารหายใจออก ว่าเราจักระงับจิตสังขารหายใจเข้า ( คือจากข้อ ๕ ถึงข้อ ๘ ) เรากล่าวการใส่ใจ ( มนสิการํ ) ลมหายใจออก ลมหายใจเข้าเป็นอย่างดีนี้ว่าเป็นเวทนาชนิดหนึ่ง ในพวกเวทนา .
          เพราะฉะนั้นแล ในสมัยนั้น ภิกษุจึงชื่อว่า พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:05:54 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 4

          สมัยใด ภิกษุสำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตหายใจออก…ฯลฯ…สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเปลื้องจิตหายใจออก ว่าเราจักเปลื้องจิตหายใจเข้า ( คือ จากข้อ ๙ ถึงข้อ ๑๒ ) .
    เราไม่กล่าวอานาปานสติแก่ภิกษุผู้เผลอสติ ( มุฏฺฐสติสฺส ) ไม่รู้สึกตัว ( อสมฺปชานสฺส ) .
          เพราะฉะนั้นแล ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นจิตในจิต .


          สมัยใด ภิกษุสำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความไม่เที่ยงหายใจออก…ฯลฯ… สำเหนียกอยู่ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความสละคืนกิเลสหายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความสละคืนกิเลสหายใจเข้า ( คือจากข้อ ๑๓ ถึงข้อ ๑๖ ) เธอเห็นการละอภิชฌา
และโทมนัสด้วยปัญญาแล้ว ย่อมเป็นผู้วางเฉยได้ดี
.
          เพราะฉะนั้นแล ในสมัยนั้น ภิกษุจึงชื่อว่าพิจารณาเห็นธรรมในธรรม .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:07:02 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 5

[๒๙๐] พ. ก็ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้วอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้? .
          -พ. สมัยใด ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้อยู่ ในสมัยนั้น สติย่อมเป็นอันเธอผู้เข้าไปตั้งไว้แล้วไม่เผลอเรอ .

          สมัยใด สติเป็นอันภิกษุเข้าไปตั้งไว้แล้วไม่เผลอเรอ ในสมัยนั้น สติสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ สติสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์
.

          เธอเมื่อเป็นผู้มีสติอย่างนั้นอยู่ ย่อมค้นคว้า ไตร่ตรอง ถึงความพิจารณา ธรรมนั้นได้ด้วยปัญญา ( ตํ ธมฺมํ ปญฺญาย ปวิจินโต ปวิจรโต ปริวีมํสํ อาปชฺชโต ) .



          สมัยใด ภิกษุเป็นผู้มีสติอย่างนั้นอยู่ ย่อมค้นคว้าไตร่ตรอง ถึงความพิจารณาธรรมนั้นด้วยปัญญา ในสมัยนั้น ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ .

          เธอเมื่อค้นคว้า ไตร่ตรอง ถึงความพิจารณาธรรมด้วยปัญญาอยู่ ย่อมเป็นอันปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:09:07 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 6

หมายเหตุ .
๑. ปวิจินติ .
บทว่า ปวิจินติ ได้แก่ ย่อมไตร่ตรองด้วยอนิจจลักษณะเป็นต้น ( อรรถกถา เล่ม ๒๒ หน้า ๓๘๓ )
คำว่า ปวิจินติ ได้แก่ ยังปัญญาให้ใคร่ครวญไปในธรรมนั้นว่า เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา ( อรรถกถา เล่ม ๗๘ หน้า ๒๔๗ )
บทว่า ปวิจินติ ได้แก่ เลือกเฟ้นลักษณะแห่งธรรมเหล่านั้น ๆ ( อรรถกถา เล่ม ๓๐ หน้า ๒๐๐ )
.

๒. ปวิจรติ .
บทว่า ปวิจรติ ได้แก่ ยังญาณให้เที่ยวไปในธรรมนั้น ( อรรถกถา เล่ม ๓๐ หน้า ๒๐๐ ) .

๓. ปริวิมํสํ อาปชฺชติ .
คำว่า ปริวิมํสํ อาปชฺชติ ได้แก่ ย่อมถึงการดูแลค้นคว้า ( อรรถกถา เล่ม ๗๘ หน้า ๒๔๗ )
บทว่า ปริวีมํสมาปชฺชติ ได้แก่ ย่อมถึงความพิจารณา ตรวจดู ค้นคว้า ( อรรถกถา เล่ม ๓๐ หน้า ๒๐๐ )
.

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:10:15 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 7

          สมัยใด ภิกษุค้นคว้า ไตร่ตรอง ถึงความพิจารณาธรรมนั้นด้วยปัญญา ปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน ในสมัยนั้น วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ .
          ปีติปราศจากอามิสย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ปรารภความเพียรแล้ว .


          สมัยใด ปีติปราศจากอามิสเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ปรารภความเพียรแล้ว ในสมัยนั้น ปีติสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญปีติสัมโพชฌงค์
ปีติสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ
.
          ภิกษุผู้มีใจเกิดปีติ ย่อมมีทั้งกายทั้งจิตระงับได้ .

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:11:25 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 8

          สมัยใด ทั้งกายทั้งจิตของภิกษุผู้มีใจเกิดปีติระงับได้ ในสมัยนั้น ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ .
          ภิกษุผู้มีกายระงับแล้ว มีความสุข ย่อมมีจิตตั้งมั่น .


          สมัยใด จิตของภิกษุผู้มีกายระงับแล้ว มีความสุขย่อมตั้งมั่น ในสมัยนั้น สมาธิสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์
สมาธิสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ
.
          ภิกษุนั้นย่อมเป็นผู้วางเฉยจิตที่ตั้งมั่นแล้วเช่นนั้นได้เป็นอย่างดี .


          สมัยใด ภิกษุเป็นผู้วางเฉยจิตที่ตั้งมั่นแล้วเช่นนั้นได้เป็นอย่างดี ในสมัยนั้นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเป็นอันภิกษุปรารภแล้ว ภิกษุชื่อว่าย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญและความบริบูรณ์แก่ภิกษุ . ( การพิจารณาเห็นเวทนา
ในเวทนา พิจารณาเห็นจิตในจิต พิจารณาเห็นธรรมในธรรม ก็เช่นเดียวกัน )
.

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:12:34 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 9

[๒๙๑] พ. ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้วอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้?
.
          -พ. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ อันน้อมไปเพื่อความปลดปล่อย ย่อมเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปีติสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
อันน้อมไปเพื่อความปลดปล่อย
.

จบ อานาปานสติสูตร ที่ ๘
.
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.

โดย แววตะวัน [19 ก.พ. 2547 , 01:13:41 น.] ( IP = 169.210.35.189 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณครับ
ขออนุโมทนาครับ

โดย ๋JaY [19 ก.พ. 2547 , 02:40:03 น.] ( IP = 202.44.8.98 : : 10.21.2.11 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org