มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สติปัฏฐาน..คืออะไรแน่ครับ




ต้องการหลักการและหลักฐานในคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ เพื่อจะได้หาประโยชน์

ขอบคุณมากครับ.
โดยคุณ : เกษม ชาวอบรม

โดย เกษม ชาวอบรม [20 ก.ค. 2544 , 18:13:49 น.] ( IP = 202.59.254.69 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

สวัสดีค่ะ คุณเกษม
ก่อนอื่นต้องขออนุโมทนาอย่างยิ่ง ที่ท่านให้ความสนใจตั้งหัวข้อธรรมนี้มา ซึ่งเป็นธรรมอันพิเศษสุดที่เดียวค่ะ
ถามว่า: สติปัฏฐาน..คืออะไรแน่?
สติ คือ ความระลึกรู้อารมณ์ที่เป็นฝ่ายดี ยับยั้งมิให้จิตตกไปในทางชั่ว หรือ ความระลึกได้ที่รู้ทันอารมณ์อัน เป็นฝ่ายดี

ปัฏฐาน คือ ความตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์

ดังนั้น สติปัฏฐาน ก็คือ ความตั้งมั่นในการระลึกรู้อารมณ์ที่เป็นฝ่ายดี มี ความหมายโดยเฉพาะถึงอารมณ์

อันเป็นที่ตั้งมั่นแห่งสติ ๔ ประการคือ กาย เวทนา จิต ธรรม

สติตั้งมั่นพิจารณากาย เวทนา จิต ธรรมนี้มีจุดประสงค์จำแนกได้เป็น ๒ ทาง คือ

๑. สติตั้งมั่นในการพิจารณา บัญญัติ เพื่อให้จิตสงบ ซึ่งเรียกว่า สมถภาวนา มีอานิสงส์ให้บรรลุฌานสมาบัติ

๒. สติตั้งมั่นในการพิจารณา รูปนาม เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเรียกว่า วิปัสสนาภาวนา มีอานิสงส์ให้บรรลุถึงมัคค ผล นิพพาน

การกำหนดพิจารณาไตรลักษณ์ ก็เพื่อให้รู้เห็นสภาพตามความเป็นจริงว่า สิ่ง ทั้งหลายล้วนแต่เป็นรูปนามเท่านั้น และรูปนามทั้งหลายเหล่านั้น ก็มีลักษณะเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หาได้เป็นแก่นสารยั่งยืนเลย จะได้ก้าวล่วงเสียซึ่งความ เห็นผิด ไม่ให้ติดอยู่ในความยินดียินร้ายอันเป็นการเริ่มต้นที่จะให้ถึงหนทางดับทุกข์ทั้งปวง .

อย่างไรขอเชิญตั้งคำถามมาอีกนะค่ะ ทางอภิธรรมมูลนิธิยินดีเสมอค่ะที่จะรับใช้ท่าน.
บุษกร เมธางกูร


โดย บุษกร เมธางกูร - [20 ก.ค. 2544 , 18:34:00 น.] ( IP = 202.59.254.69 : : )


  สลักธรรม 2

ผมขอแจมด้วยครับ..เพื่อกุศลจะได้บังเกิดกับชีวิตครับผม

โยคา เว ชายตี ภูริ
ปัญญาย่อมเกิดเพราะความประกอบ

อโยคา ภูริสงฺขโย
ความสิ้นปัญญาย่อมเกิดเพราะความไม่ประกอบ

พุทธภาษิตดังกล่าวข้างต้นเราจะแลเห็นได้ว่า ความรู้ทั้งหลายเกี่ยวกับธรรมะซึ่งจะทำให้เกิดปัญญานั้น ผู้ประพฤติ ปฏิบัติจะต้องประกอบขึ้นด้วยตนของตนเอง นั่นคือการประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม ผู้ที่มิได้ประพฤติธรรมให้สมควรแก่ ธรรมแล้ว ปัญญาจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นพวกเราทุกคนควรทำความเข้าใจว่าธรรมะทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติ อันถูกต้องครับผม.
อย่างไรก็ขอเชิญมาที่ มูลนิธินี้ได้นะครับ หรือไปที่ เว็ปของเราด้านซ้ายมือกดที่ main ได้เลยครับ
ถ้าโทรศัพท์ก็ที่ 02-4419958 ครับ

โดย เทพธรรม - [22 ก.ค. 2544 , 07:13:51 น.] ( IP = 202.59.254.125 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณมากครับ แต่ผมอยากรู้ว่า การปฏิษัตินั้นทำไปเพื่ออะไร

มีหลักเกณท์อย่างไรบ้างครับ เช่นข้อห้าม อย่างศีลไหมครับ.

โดย เกษม ชาวอบรม [22 ก.ค. 2544 , 07:17:17 น.] ( IP = 202.59.254.125 : : )


  สลักธรรม 4

ยินดีอย่างยิ่งค่ะ การปฎิษัติสติปัฎฐานนั้น เป็นการกระทำเพื่อ:
ให้พ้นจากทุกข์ คือ เกิด แก่ เจ็บ และตาย มีความสามารถให้เกิดปัญญาทำลายวิปลาสธรรม ๔ ประการ คือ
๑. สำคัญผิดคิดว่าชีวิตมีความสวยงาม
๒. สำคัญผิดว่าชีวิตเป็นของเที่ยงแท้แน่นอน
๓. สำคัญผิดคิดว่าชีวิตเป็นความสุข
๔. สำคัญผิดว่าชีวิตเป็นตัวตนและ
อีกประการหนึ่งเป็นการปฏิบัติ เพื่อ พิจารณาความจริงตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สำหรับหลักนั้นมี ๑๕ ข้อค่ะ

๑.ผู้จะเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานต้องศึกษา ถึงภูมิของวิปัสสนาก่อน
๒. กำหนดนาม-รูปในขณะปัจจุบันเสมอ
๓. ต้องรู้สึกตัวอยู่ว่าขณะนั้นกำหนดนามอะไร
๔. ห้ามมีความต้องการ
๕. ไม่ให้กำหนดรูปและนามไปพร้อมกัน
๖. ไม่ควรใช้อิริยาบถโดยไม่จำเป็น
๗.ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือต้องใช้อิริยาบถ ต้องรู้เหตุนั้นก่อนว่าเปลี่ยนเพราะเหตุอะไร
๘. อย่าทำอิริยาบถให้ผิดปกติ
๙. ไม่ให้ประคองอิริยาบถมากจนผิดปกติ
๑๐. ขณะเข้ากรรมฐาน ห้ามทำสิ่งที่ไม่จำเป็น
๑๑. ก่อนทำสิ่งใด ต้องรู้เหตุจำเป็นก่อน
๑๒.อย่าทำความรู้สึกว่าที่ทำเพราะจะทำกรรมฐาน
๑๓. อย่าทำความรู้สึกในเวลาที่กำหนดว่า
จะกำหนดเพื่อให้จิตสงบ
๑๔. เวลาทำกรรมฐาน ต้องทำใจให้เหมือนดูละคร อย่าไปร่วมเล่นละคร
๑๕. ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาอย่าตั้งใจจนเกินกว่าเหตุ

หลักการทั้ง ๑๕ ข้อ เป็นอุบายให้ผู้ปฏิบัติใหม่ทุกคนพึงระลึกถึงอยู่เสมอในขณะกำหนดว่า ตนกำลังออกนอกหลักการข้อใดข้อหนึ่งหรือไม่ ผู้ปฏิบัติจะต้องมีความเข้าใจในแง่มุมต่าง ๆ ให้ดีก่อน การปฏิบัติจึงจะได้ผล นะค่ะ
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร

โดย บุษกร เมธางกูร - [22 ก.ค. 2544 , 07:23:35 น.] ( IP = 202.59.254.125 : : )


  สลักธรรม 5

ขอให้ช่วยอธิบาย ลักษณะที่แท้จริงของสติปัฎฐานด้วยครับ
ขอบคุณครับ

โดย ชาญกิจ จำปาทอง - [23 ก.ค. 2544 , 21:23:36 น.] ( IP = 203.170.156.168 : : 203.170.156.168 )


  สลักธรรม 6

เจริญพร อยากรู้ว่าการทำสติปัฏฐานนั้นจะต้องอยู่ลำพังไหม เพราะเหตุใด

โดย พระมหาประยุธ์ ภูริปญโญ [25 ก.ค. 2544 , 08:12:35 น.] ( IP = 203.170.156.120 : : 203.170.156.120 )


  สลักธรรม 7


การเจริญสติปัฏฐานนั้น จะต้องอยู่ตามลำพัง เพราะเหตุว่าเป็นทางที่ไป ของบุคคลผู้เดียว ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ โดยหลีกเร้นอยู่ผู้เดียว ต้องอาศัยสัปปายะธรรม ได้แก่ ธรรมที่สบายเหมาะสมแก่การเจริญภาวนา คือ ที่อยู่อันเป็นที่สบาย ไม่ใกล้ที่สัญจร ไม่ใกล้บ่อน้ำ ควรเป็นสถานที่วิเวก ปราศจากอันตราย เป็นต้น

โดย สง่า [26 ก.ค. 2544 , 13:14:11 น.] ( IP = 203.145.27.111 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org