มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพศที่สามในทรรศนะพุทธศาสนา




"เพศที่สามในทรรศนะพุทธศาสนา " หากท่านใดมีข้อมูล ช่วยเมลล์บอกกันด้วยจักขอบพระคุณยิ่ง หากเป็นข้อมูลในด้านสังคมหรือนอกพระไตรปิฏกยิ่งดีแต่ต้องมีที่ไป ที่มาด้วยนะครับ

โดย นิสิต ป.โท - [24 ก.พ. 2547 , 12:25:53 น.] ( IP = 202.28.52.138 : : 172.16.61.21 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


          ตอบ คุณ นิสิต ป.โท - [24 ก.พ. 2547 , 12:25:53 น.]

          เรื่องนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน คือ ทั้งในส่วนของปัจจุบัน และอดีต คือ
                    1. จาก เหตุในปัจจุบัน น่าจะเกิดจะ ได้เห็น ตัวอย่าง การแสดงออก และการคลุกคลี กับบุคคลที่มีความเบี่ยงเบนอย่างนั้น เข้าทำนอง ที่ว่า
                              คบคนเช่นไร ก็เป็นเช่นไร
                    2. จาก เหตุใน อดีต ได้มีแสดงไว้ใน มหานารทกัสสปชาดก ไว้ว่า
                              พระอานนท์นั้น เมื่อชาติก่อนๆ ได้ทำ กาเมสุมิจฉาจาร ไว้ ต้องรับผลกรรม คือ
                              - ต้องหมกไหม้อยู่ในโรรุวนรก สิ้นกาลนาน
                              - เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็จะถูกตอน หรือถูกสัตว์อื่นกัดอวัยวะเพศ
                              - เกิดเป็นกระเทย
                              - เกิดเป็นสตรี
          ขอนำ เนื้อหาบางส่วนจาก ชาดก ดังกล่าว มาแสดง ดังนี้ :-
          ชายใดปรารถนาเป็นบุรุษทุกๆ ชาติไป ก็พึงเว้นภรรยาผู้อื่นเสีย เหมือนบุคคลล้างเท้าสะอาด. แล้วเว้นจากเปือกตม ฉะนั้น.
          หญิงใดปรารถนาเป็นบุรุษทุกๆชาติไป ก็พึงยำเกรงสามี เหมือนนางเทพอัปสร ผู้เป็นบาทบริจาริกายำเกรงพระอินทร์ ฉะนั้น.
          ผู้ใดปรารถนา โภคทรัพย์ อายุ ยศและสุขอันเป็นทิพย์ ก็พึงเว้นบาปทั้งหลาย ประพฤติแต่สุจริตธรรม ๓ อย่าง. สตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม ควรเป็นผู้ไม่ประมาทด้วยกาย วาจา ใจ มีปัญญาเครื่องพิจารณาเพื่อประโยชน์ของตน.
          นรชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ ที่เป็นคนมียศ มีโภคทรัพย์บริบูรณ์ทุกอย่าง. นรชนเหล่านั้นได้สั่งสมกรรมดีไว้ ในปางก่อนแล้วโดยไม่ต้องสงสัย. สัตว์ทั้งปวงล้วนมีกรรมเป็นของตัว.
          ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์ทรงพระราชดำริด้วยพระองค์เองเถิด. ข้าแต่พระจอมชน พระสนม (ผู้ทรงโฉมงดงาม) ปานดังนางเทพอัปสร ผู้ประดับประดา คลุมกายด้วยตาข่ายทอง เหล่านี้. พระองค์ทรงได้มา เพราะผลแห่งกรรมอะไร.

ดูเพิ่มเติม :-
          มหานารทกัสสปชาดก
http://84000.org/tipitaka/atita10/jataka10_08_01.html

โดย ฐานาฐานะ [24 ก.พ. 2547 , 16:06:32 น.] ( IP = 203.118.92.18 : : )


  สลักธรรม 2

ขออนุโมทนากับคุณฐานาฐานะ ครับ

เพศที่สามในทรรศนะพุทธศาสนา ในความเห็นของผมคือ เป็นผลของ อกุศลกรรม ข้อกาเมสุมิจฉาจาร ในอดีตชาติครับ

ผมขอนำคำอธิบายเพิ่มเติม จาก คู่มือการศึกษา พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉทที่ ๕ ตอนที่ ๒ วิถีมุตตสังคหวิภาค โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร และ อาจารย์บุษกร เมธางกูร

http://www.abhidhamonline.org/aphi/p5/030.htm

ปณฺฑก -- บัณเฑาะก์ หรือวิปริตทางเพศ

ผู้ที่ปฏิสนธิมาโดยเครื่องหมายแห่งบุรุษ และสตรีขาดตกบกพร่องหรือผู้ที่มีอาการวิปริตทางเพศบางประการ ชื่อว่า บัณเฑาะก์

บัณเฑาะก์มี ๕ จำพวก

๑. อาสิตฺตกปณฺฑก ได้แก่ บัณเฑาะก์ที่ดูดกินซึ่งอสุจิ บุคคลใดมีความกำหนัดกระวนกระวายแล้วเอาปากคาบองคชาตของบุรุษอื่นดูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้วจึงระงับดับความกระวนกระวาย หรือบุคคลบางพวกที่ตอนแรกยังไม่เกิดความกำหนัด ครั้นเมื่อได้ดูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้วเกิดความกำหนัดยินดี บุคคลทั้งสองพวกนี้ชื่อว่า อาสิตตกบัณเฑาะก์

๒. อุสฺสูยปณฺฑก พวกบัณเฑาะก์ที่แอบดูการร่วมเพศ บุคคลผู้ใดได้โอกาสแอบดูบุรุษ และสตรีร่วมเพศกันอยู่ ก็บังเกิดความริษยาในขณะเดียวกัน ความกำหนัดยินดีที่ตนมีอยู่ก็ระงับดับลง คล้ายกับว่าตนได้เสพด้วยฉะนั้น บุคคลพวกนี้ชื่อว่า อุสสูยบัณเฑาะก์

๓. โอปกฺกมิกปณฺฑก บัณเฑาะก์พวกที่ถูกตอน บุคคลบางพวกที่ต้องถูกตอนไม่ให้มีความกำหนัดยินดีเกิดขึ้น เช่น พวกขันที ที่ต้องมีหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกับนางสนมกำนัลของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่า โอปักกมิกบัณเฑาะก์ พวกบัณเฑาะก์ประเภทนี้มิได้เป็นมาโดยกำเนิด จึงถือว่าปฏิสนธิด้วยอเหตุกปฏิสนธิมิได้ อาจเป็นอเหตุกปฏิสนธิ , ทวิเหตุกปฏิสนธิหรือติเหตุกปฏิสนธิก็ได้

โดย เฉลิมศักดิ์ [26 ก.พ. 2547 , 05:26:53 น.] ( IP = 203.113.81.169 : : )


  สลักธรรม 3

๔. ปกฺขปณฺฑก บัณเฑาะก์ที่เกิดกำหนัดแห่งปักษ์ บุคคลบางพวกมีความกำหนัดในกาฬปักษ์ คือ กาลข้างแรม ครั้นถึงชุณหปักษ์ คือ ข้างขึ้น ความกำหนัดกระวนกระวายก็หายไป หรือมีความกำหนัดในชุณหปักษ์ ครั้นถึงกาฬปักษ์ความกำหนัดกระวนกระวายก็หายไป บุคคลพวกนี้ชื่อว่า ปักขบัณเฑาะก์

๕. นปํสกปณฺฑก บัณเฑาะก์ผู้ไม่ปรากฏเพศ บุคคลผู้ใดที่เกิดในกามภูมิอวัยวะเพศหญิง และเพศชายไม่ปรากฏทั้งสองเพศ มีแต่ช่องสำหรับถ่ายปัสสาวะเท่านั้น บุคคลชนิดนี้ชื่อว่า นปุงสกบัณเฑาะก์

บัณเฑาะก์ทั้ง ๕ จำพวกนี้ เมื่อแสดงโดยตรงแล้วมุ่งหมายเอา นปุงสกบัณเฑาะก์ ดังวจนัตถะว่า ปฑติลิงฺคเวกลฺลภาวํ คจฺฉตีติ ปณฺฑโก ผู้ที่มีเครื่องหมายแห่งบุรุษ และสตรีเพศขาดตกบกพร่อง ผู้นั้นชื่อว่า บัณเฑาะก์

ส่วนบัณเฑาะก์อีก ๔ จำพวก เป็นการแสดงโดยปริยาย
-----------------------------------------------

นอกจากนั้น ยังมีบุคคลที่มีความผิดทางอีกอย่างคือ อุภโตพยญฺชนก (บุคคล ๒ เพศ ) ซึ่งผมจะคัดลอกมาเพิ่มเติมวันหลังครับ

โดย เฉลิมศักดิ์ [26 ก.พ. 2547 , 05:30:27 น.] ( IP = 203.113.81.169 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org