มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิต หมายถึงอะไร ?ตามหลักธรรม




เมื่อพูดถึงคำว่าชีวิต ทุกคนจะมีความเข้าใจในภาพรวมว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่ตาย ได้แก่ คน สัตว์ และพืชที่ยังคงสภาพในการทำงาน การเคลื่อนไหว การให้ผลผลิต การกินอาหาร การขับถ่าย การหายใจ การเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์

พระพุทธศาสนาได้ให้ความหมายของคำว่า ชีวิต ไว้หลายประการ เช่น ชีวิต หมายถึง ความเป็นอยู่ ความมีอยู่ของอายุ ไออุ่นและวิญญาณ อัตภาพ เป็นตัวตน ความมีเบญจขันธ์(ขันธ์ 5) เป็นต้น

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 22:49:42 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สภาพของชีวิตเป็นธรรมชาติที่ต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆหลายประการมาประชุมกัน ไม่มีตัวตนแท้ๆให้ถูกต้องสัมผัส เพราะเมื่อแยกส่วนประกอบต่างๆ ออกจากกันแล้วก็จะไม่ปรากฏสภาพความมีชีวิตในลักษณะของคนหรือสัตว์เลย องค์ประกอบของชีวิตมีอยู่ห้าประเภท หรือขันธ์ 5 โดยสรุปแล้ว ชีวิต หมายถึง ความเป็นอยู่ของสิ่งที่มีองค์ประกอบสองส่วนคือกายและใจ

ส่วนประกอบของชีวิตส่วนประกอบของชีวิตมีสองประการใหญ่ คือ รูปธรรมและนามธรรม หรือ ขันธ์ห้า ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 22:52:11 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 2

1.รูปขันธ์ หมายถึง ร่างกายและพฤติกรรมทั้งหมดของร่างกาย เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากสมุฏฐานกรรม จิต อุตุ และอาหาร ที่จะต้องแตกดับหรือเสื่อมไปได้ด้วยอำนาจของความร้อนและเย็น

2. เวทนาขันธ์ หมายถึง ความรู้สึกสบาย ความรู้สึกไม่สบาย และความรู้สึกเฉยๆ

3. สัญญาขันธ์ หมายถึง ความจำได้ในสิ่งต่างๆ

4 .สังขารขันธ์ หมายถึง สภาพที่ปรุงแต่งใจให้เกิดความรู้สึกนึกคิด จินตนาการทั้งหลาย

5. วิญญาณขันธ์ หมายถึง จิต คือนามธรรมที่มีหน้าที่รู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นตามทวารต่างๆ


เงื่อนไขของชีวิตคือ ธรรมชาติที่อิงอาศัยกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์ใด ๆ ของโลกและชีวิตมีเหตุทำให้เกิดขึ้น มีปัจจัยเป็นตัวสนับสนุนเหตุนั้นให้เจริญและตั้งมั่นอยู่ได้ โดยดำเนินไปได้ตามแบบแผนที่พึงจะเป็น

ชีวิตเป็นไปตามเงื่อนไขของเหตุผล การศึกษาถึงเงื่อนไขของชีวิต ก็คือการศึกษาให้เข้าใจหลักธรรมที่เรียกว่า ปฏิจสมุปบาท

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 22:55:02 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 3

พระพุทธองค์กล่าวถึงหลักทั่วไปของความสัมพันธ์ไว้ว่า

เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี
เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ (ด้วย)


ปฏิจจสมุปบาท หมายถึง หลักการที่ว่าด้วยระบบการกำเนิดแห่งชีวิต เป็นธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นพร้อม หรือธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดผลต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย จึงทำให้สัตว์โลกทั้งหลายต้องมีการเวียนว่ายตายเกิด ประกอบด้วยองค์ 12 ประการ

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 22:57:31 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 4

เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร

เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ

เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีนามรูป

เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงมีอายตนะ

เพราะอายตนะเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ

เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา

เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงมีตัณหา

เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงมีอุปาทาน

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงมีภพ

เพราะภพเป็นปัจจัยจึงมีชาติ

เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรา-มรณะ


เป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ที่ไม่มีจุดเริ่มต้นที่แน่นอน ทุกปัจจัยล้วนเป็นจุดเริ่มต้นแก่การเกิดได้ทั้งสิ้น แต่โดยเหตุผลแล้วนิยมเลือกอวิชชาเป็นจุดเริ่มต้น เพราะง่ายแก่การอธิบายให้เข้าใจตลอดกระบวน การ (ของการเกิด) ได้

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:03:16 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 5

ความเข้าใจถึงหลักสำคัญนี้ จะสามารถคลายเงื่อนไขของชีวิต ที่ต้องหมุนเวียนตาย-เกิดโดยไม่รู้จบ นั่นคือ เป็นผู้มีดวงตาเห็นธรรม ตามเป้าหมายของพุทธธรรม ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า

“ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นปฏิจจสมุปบาท”

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:04:50 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 6

ผลของปฎิจจสมุปบาท ทำให้เห็นว่า ชีวิตที่ไม่รู้ความเป็นจริง (อวิชชา) ตามกฎธรรมชาติจะสร้าง ความเป็น “ตัวตน” ขึ้นมา สร้างอารมณ์ต่างๆ ขึ้นมาปรุงแต่งโลกในความคิดของตน สามารถทำลาย ความ เห็นที่ว่าสิ่งต่าง ๆ นั้น มีสภาพเที่ยง

เช่นเกิดเป็นคนนั้นเมื่อตายไปก็ไปเป็นคน ๆ นั้นอีกเป็นต้น และสามารถทำลาย ความเห็นที่ว่าสรรพสิ่งเป็นสภาพขาดสูญ เช่นบาปบุญคุณโทษไม่มีผล เป็นต้น


ความหมายของกรรม
คำว่า “กรรม” แปลตามศัพท์ว่า การงาน หรือการกระทำ ภาษาทางธรรม หมายถึง การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา หรือ การกระทำที่เป็นไปด้วยความจงใจ และเจตนาหรือ เจตจำนง ความจงใจ ความมุ่งหมายที่จะกระทำ เป็นตัวกำหนดทิศทางแห่งการกระทำทั้งหมดของมนุษย์ บุคคลจงใจแล้วจึงกระทำด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:06:44 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 7


เมื่อรับกระทบอารมณ์ทางทวารทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กายแล้ว สภาพที่ปรุงแต่งจิต เป็นความชอบ ความชังนั้น

ประกอบด้วยเจตนาเป็นตัวนำ ปรุงแต่งให้จิตดี หรือชั่ว และมีการแสดงออกมาทางกาย วาจา ใจ

ในอีกแง่หนึ่ง หมายถึง การกระทำที่แสดงออกทางกาย วาจา และใจ ซึ่งอาจมีได้ทั้งฝ่ายดี และฝ่ายไม่ดี ฝ่ายดี ได้แก่ กายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต ส่วนฝ่ายไม่ดี ได้แก่ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:11:42 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 8

กรรมฐาน เป็นคำเรียกโดยรวมในหมวดของการปฏิบัติธรรมประเภทหนึ่งในพระพุทธศาสนา หมวดกรรมฐานคือ การงานที่เป็นเหตุแห่งการบรรลุคุณวิเศษชื่อว่า “กรรมฐาน”

การฝึกกรรมฐานเป็นการกระทำกุศลกรรมทางใจประเภทหนึ่ง ต่างจากกรรมทั่วไป ตรงที่จุดหมายการกระทำเป็นไปเพื่อความสิ้นภพชาติ สิ้นทุกข์ ไม่ต้องไปเกิดในแหล่งกำเนิดใดอีก

เนื่องจากจิตต้องอาศัย อารมณ์จึงเกิดขึ้นได้ และธรรมชาติของจิตมีความสัดส่ายไปตามอารมณ์ ไม่อาจหยุดนิ่งเพื่อการพิจารณาแม้เพียงชั่วครู่ จึงจำเป็นต้องใช้ อุบายบางอย่างเพื่อลดความสัดส่าย โดยหาสิ่งที่ไม่เป็นโทษให้จิตอิงอยู่

อุบายที่ว่านี้คือ ที่มาของกิจกรรมที่เรียกว่า กรรมฐาน

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:13:59 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 9

อุบายดังกล่าวแยกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. อุบายสงบใจ กล่าวคือ อาศัยวิธีการท่องถ้อยคำบางอย่างซ้ำ ๆ กัน และบังคับตนเองในลักษณะการสร้างแนวคิดเกี่ยวกับคำนั้น สิ่งที่เราสร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นแนวคิด ความคิด หรือภาพพจน์ของคำ ๆ นั้น ล้วนเป็นองค์ประกอบของความสงบที่เรียกว่า สมถกรรมฐาน

2. อุบายเรืองปัญญา อาศัยความรู้สึกตัวที่มีอยู่ รู้ถึงการสัมผัสทางทวารทั้ง 6 รู้ถึงปรากฏการณ์ ทางจิตขณะร่างกายมีการกระทบสิ่งเร้า เฝ้าติดตามการรับรู้นี้ด้วยความตั้งใจ เมื่อมีความตั้งใจอยู่ที่การรับกระทบ ความคิดต่าง ๆ ก็จะถูกตัดออกไป จนไม่สามารถสอดแทรกเข้ามาได้ ไม่เปิดโอกาสให้มีการก่อตัวของแนวคิด ภาพลักษณ์ หรือความคิดใด ๆ เกิดตามมา เท่ากับเป็นการรู้เท่าทันกระบวนการที่เกิดขึ้นโดยตรง

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:15:48 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )


  สลักธรรม 10

ในทันทีที่เกิดขึ้น จึงไม่เกิดการบิดผันใด ๆ ทางด้านความคิด นี้คือส่วนของกิจกรรมที่เรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน

สมถกรรมฐาน คือ การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิระดับต่าง ๆ ถึงขั้นรูปปัญจมฌานและอรูปฌาณ จนสามารถเข้าออกฌานได้อย่างคล่องแคล่ว เกิดอำนาจจิตที่มีความสามารถในการรับรู้ขั้นพิเศษเหนือประสาทสัมผัสทั้ง 5 ธรรมดา ที่เรียกว่า อภิญญาจิตแล้วอธิษฐานให้เกิดฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ตามสมควรแก่การฝึก สามารถหยั่งรู้ถึงจุติ ปฏิสนธิ และการเวียนว่ายตายเกิดที่ผ่านมาของสัตว์ได้

เป็นการพิสูจน์การเวียนว่ายตายเกิด จากการประจักษ์แจ้งด้วยตนเอง ไม่ใช่จินตนาการหรืออาศัยผู้อื่นพาไป

วิปัสสนากรรมฐาน อาศัยการฝึกจิตให้รู้เท่าทันการเกิดขึ้นของอารมณ์ ความรู้สึก และการตอบสนองทางทวารทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตลอดจนเหตุปัจจัยของการเกิดขึ้น ความสิ้นสุดของอารมณ์ ของความรู้สึกและการตอบสนองดังกล่าว เกิดญาณปัญญาเป็นลำดับตั้งแต่ นาม-รูปปริจเฉทญาณ ปัจจัยปริคหญาณ สัมมสนญาณ จนถึงอุทยัพพยญาณ คือ ญาณหยั่งรู้การเกิดดับของนามรูปอย่างแท้จริง ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานจนถึงขั้นอุทยัพพยญาณนี้ จะหมดความสงสัยในเรื่องขบวนการสืบต่อภพชาติว่าเป็นไปได้อย่างไร ความซับซ้อนในการให้ผลของกรรมจะเกิดขึ้นและจบลงเพราะอะไร มีความเข้าใจถูกต้องว่า อดีตนามรูปของตนมีเหตุปัจจัยมาจากสิ่งใด ปัจจุบันได้สร้างเหตุปัจจัยที่จะทำให้นามรูปมีความเป็นไปในภพชาติหน้าอย่างไรบ้าง เป็นผู้มีความมั่นคงในพระรัตนตรัยโดยแท้

โดย เทพธรรม..นำเสนอ [24 ก.พ. 2547 , 23:18:01 น.] ( IP = 203.170.155.65 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org