มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนมีหรือ?




การทำดีบางครั้งก็ยากเช่นช่วยเหลือผู้มีเคราะห์โดยที่ผู้ช่วยก็เสี่ยงด้วย บางครั้งก็ทำได้ไม่ยากนักเช่นถือศีลกินเจเป็นครั้งคราว บางครั้งคนประกันเพื่อนๆก็หนีหนี้ เดือดร้อนอีก

คนดีทำดีได้ง่าย(ถ้าพยายามอย่างสม่ำเสมอ) ไม่ต้องพูดถึงคนชั่วที่ทำความเลวได้ง่าย
มีข้อสงสัยอยู่ว่าคนทำดีเพื่ออะไร เพื่อคนอื่นหรือเพื่อช่วยตนเอง โดยหวังผลตอบแทนว่า เขาดีขึ้นคงจะนึกถึงเราบ้าง ท่านผู้ใดอยากแสดงความคิดเห็น ถือเป็นกันเองนะ

โดย ลุงใจเป็นธรรม [25 ก.พ. 2547 , 07:56:15 น.] ( IP = 203.107.211.190 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ][ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]


  สลักธรรม 31


สวัสดีครับ

กระทู้นี้เปิดประเด็นดีจัง คารมคมคาย ยิ่งอ่านก็รุ้สึกปลายบาน หาผลสรุปไม่ได้สักกะที

ขอให้เกียรติท่านประธาน คือคุณลุงใจเป็นธรรม ซึ่งเป็นเจ้าของกระทู้เป็นผู้สรุปประเด็นครับผม (น้องจุกก็เป็นคนตรงไปตรงมาอย่างนี้แหละครับ)

--- ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนมีหรือ?

--- มีข้อสงสัยอยู่ว่าคนทำดีเพื่ออะไร ?

โดย น้องจุก [1 มี.ค. 2547 , 13:22:11 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.43 )


  สลักธรรม 32

น้องถ้วยคิดว่าบางขณะมี บางขณะไม่มี

วันนี้มีหวัง พรุ่งนี้อาจไม่หวังก็ได้

ก่อนทำ ขณะทำ หรือหลังทำแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน

คนดีทำดีแล้วสบายใจ เพราะเป็นที่ยอมรับของสังคม

ความชั่วอันคนชั่วทำได้ง่าย เพราะอุปนิสัยชอบอย่างนั้น

โดย น้องถ้วย [2 มี.ค. 2547 , 01:08:33 น.] ( IP = 203.149.37.175 : : )


  สลักธรรม 33

มาร่วมออกความคิดสักนิดนะคะ
กระทู้ก็ยาวมากแล้วแต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

---ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนมีหรือ?

--- มีข้อสงสัยอยู่ว่าคนทำดีเพื่ออะไร ?

ไม่มีใครทำอะไรไม่หวังผลตอบแทน ตั้งแต่เกิดมาเรียนก็หวังสอบได้ไงคะ ที่น้องถ้วยบอกว่าครั้งก็หวัง บางครั้งก็ไม่หวังนั้น ก็จะรู้ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น

ก็เพราะครั้งที่หวังโลภะเจตสิกผลัดดันให้ทำ ในบางครั้งก็ไม่หวังเพราะขณะนั้นโมหะจิตมีมากไงคะ..นี่คือธรรมชาติที่ธรรมด๋าธรรมดา


แต่ถ้าไม่หวังผลตอบแทนแบบไม่ธรรมดาแล้ว นั่นเพราะมีความเห็นถูกถึงเหตุ ว่าจะได้รับผลอย่างไร..เมื่อมีศรัทธาในวิบากดีพอแล้ว..ก็มุ่งทำแต่เหตุดี..โดยไม่ห่วงผลไงคะเพราะได้รับแน่ๆจึงวางใจได้จากการรอคอยผลจ้า

โดย พี่ดอกแก้ว [2 มี.ค. 2547 , 05:46:25 น.] ( IP = 202.183.157.97 : : )


  สลักธรรม 34

สวัสดีจ้ะน้องกิ๊ฟ ผมก็เป็นคนเล่นไม่เลิก (กัดไม่ปล่อย) คนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าใจไม่ยอมก็จะไม่หยุดถก ในท่ามกลางของคนที่เราให้ความคิดเห็นได้ วิวาทะที่ก่อประโยชน์ กระทู้ยาวไม่ได้ทำให้ปลื้มใจเพราะมีเรตติ้งสูง แต่แค่ดีใจที่เพื่อนๆยังให้ความเชื่อถือ และไม่โกรธกัน มีแต่จะให้ความคิดในทางสร้างสรรค์ครับ ขอบคุณทุกกระทู้ ทุกนิ้วที่จิ้ลงบนคีย์บอร์ด ทุกน้ำใจ โดยเฉพาะน้องกิ๊ฟที่เป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์กับค่ายอภิธรรม ที่ต้องเหนื่อยหน่อย

โดย ใจเป็นธรรม [2 มี.ค. 2547 , 08:18:32 น.] ( IP = 203.170.154.118 : : )


  สลักธรรม 35

พี่เณรว่าจะไลงมากระทู้นี้แล้วเชียวนะครับ

แต่จำใจต้องลงตรงที่ท่านลุงใจเป็นธรรมเขียนว่า..โดยเฉพาะน้องกิ๊ฟที่เป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์กับค่ายอภิธรรม ท่านลุงครับท่านลุงเดียวใครเขาจะนึกว่าที่นี่ค่ายมวยละแย่เลยครับผม ...ภาษาวิบัติได้นะครับ..ก็เห็นว่าท่านลุงเคร่งภาษามากๆนิครับแล้วทำไมพลาดได้ละครับผมงงครับ

โดย พี่เณร [2 มี.ค. 2547 , 08:27:45 น.] ( IP = 203.170.154.118 : : )


  สลักธรรม 36

สวัสดีครับทุกท่าน

ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนมีหรือ?
มีครับ นกสละกิ่งไม้เดิม ไปเกาะกิ่งไม้ใหม่ ไม่อาลัยในกิ่งเก่าฉันใดก็ย่อมฉันนั้น

มีข้อสงสัยอยู่ว่าคนทำดีเพื่ออะไร
เพื่อทำให้ถึงความสำเร็จทางใจของตน
"นิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง"

โดย บังเอิญ [2 มี.ค. 2547 , 15:37:38 น.] ( IP = 203.107.203.117 : : )


  สลักธรรม 37

เล่นไม่เลิก....ไม่ใช่ความหมายในสิ่งที่น้องกิ๊ฟทำหรอกค่ะ..เพราะการเผยแผ่ธรรมะ ไม่ใช่การละเล่นระหว่างใครกับใคร
การให้เหตุผลในมุมมองใหม่..ก็มิใช่การแสดงถึงความขัดแย้งเพื่อเอาชนะใครเช่นกัน
การมาแสดงความคิดเห็น...ก็มิใช่มาหวังผลด้านความสัมพันธ์..เพราะตอนนี้ไม่มีการทะลาะกันระหว่างใครกับใคร..เว้นแต่บางคนจะคิดไปเองตามอารมณ์ตนที่คาดคะเน

แต่เป็นเพราะเห็นว่าควรกระทำ..เป็นสิ่งงดงามในการสร้างเสริมทัศนะที่ดีในการศึกษาธรรม...และเพิ่มความใกล้ชิดระหว่างผู้ที่มีความเข้าใจในสภาวธรรมน้อยให้ใกล้ชิดแก่นพระศาสนาได้มากขึ้น ....ไม่ได้หวังให้มานิยมชมชอบในตัวองค์กรแต่อย่างใดหรอกค่ะ....ก็คงเหมือนกับคุณลุงใจเป็นธรรมนะคะ ที่พยายามเผยแผ่พระธรรมตามกำลังความสามารถ โดยไม่คิดให้ใครมาชื่นชมกับบอร์ดของคุณลุง... แต่ให้ศรัทธาในพระธรรมไงคะ

มีหลาย website ค่ะที่น้องกิ๊ฟไม่คิดย่างกรายเข้าไป ....ด้วยไม่ต้องอัธยาศัยในการสนทนา และการเปิดใจรับมุมมมองใหม่ๆจากผู้อื่น และก็ไม่คิดที่จะสร้างไมตรีอันใดให้มากความ

อย่างที่บอกค่ะว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ดี สร้างสรรค์ความรู้ที่ถูกต้อง... ใครที่แวะเข้ามาอ่านก็จะได้รับประโยชน์ไปตามกำลังสติปัญญา....น่าอนุโมทนามากค่ะคุณลุงใจเป็นธรรม

โดย น้องกิ๊ฟ [2 มี.ค. 2547 , 15:37:41 น.] ( IP = 202.129.45.250 : : )


  สลักธรรม 38

วู้ววววว ฮ๊อตฮ๊อต กระทู้นี้ ฮ๊อต..ต้าช้าปจิงๆ คิกคิก

ข้อยก็ว่ามีนะคุณพี่ปู่ อิอิ

โดย กาแฟ [2 มี.ค. 2547 , 19:30:20 น.] ( IP = 203.170.155.197 : : )


  สลักธรรม 39

สวัสดีครับทุกท่าน

การทำความดีมีอาทิ การที่จะช่วยเหลือผู้อื่นตามที่ยกขึ้นเป็นกระทู้ถามนั้น อาศัยการตั้งอารมณ์อย่างไรจึงกล่าวว่าไม่หวังผลตอบแทน ผู้จะกระทำความดีในลักษณะนี้ได้ ต้องมีพื้นอารมณ์ที่จัดอยู่ในฐานของพรหมวิหารสี่เป็นเบื้องต้นก่อน
เมื่อมีดำริอยู่ว่า ควรสงเคราะห์บุคคลนี้ แต่ยังไม่ได้สงเคราะห์ในทันใดนั้น ข้อนี้จัดเป็นเมตตา
เมื่อขณะลงมือช่วยเหลือ ข้อนี้เป็นกรุณา
เมื่อเห็นว่าบุคคลที่ช่วยสงเคราะห์นั้นดีขึ้น สบายขึ้น ก็รู้สึกยินดีไปด้วย ข้อนี้เป็นมุทิตา
เมื่อเขาเป็นปกติแล้ว จะตอบแทนกลับหรือไม่ตอบแทนกลับ ก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่ในข้อนั้น ด้วยเหตุว่าธุระที่ควรทำ ได้ทำสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีเหตุให้ต้องทำอย่างใดอีก ก็การไม่ได้ใส่ใจอย่างนี้จึงวางอารมณ์ลงในท่ามกลาง เป็นอุเบกขารมณ์
อย่างนี้จึงเรียกว่า ทำดีไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนกลับ ก็ใจนี้เมื่อมีสติกำกับอยู่ เป็นสุขก็รู้ชัดว่าเป็นสุข เป็นทุกข์ก็รู้ชัดว่าเป็นทุกข์ ขณะจิตนี้ทรงอารมณ์อะไรอยู่ก็ทราบชัดตามความเป็นจริงของขณะจิตนั้น และทราบล่วงไปอีกว่า อารมณ์นี้ไม่เที่ยง แปรผัน ไม่เป็นของจริง เป็นมายา ก็ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความเบื่อหน่ายและละการยึดมั่นถือมั่นตัวตนนั้นเสีย (ตัดสักกายทิฏฐิ) แม้ละไม่หมดด้วยเหตุไรก็ตาม อย่างน้อยก็บรรเทาเบาบางลงได้มาก จึงไม่ยึดถือแม้รูปกายตนของตนก็ตาม คนที่วางอารมณ์จิตได้อย่างนี้ย่อมไม่มองว่า เราจะได้รับอะไรจากใครอีก จึงชื่อว่าทำดีไม่หวังผลตอบแทน และการทำดีตามแนวนี้ย่อมสงเคราะห์ลงในหมวดของอริยสัจ มีการดำริชอบเป็นต้น จึงกล่าวว่านัยแห่งผลกระทำดีนี้มีนิพพานเป็นที่หวัง
ดำริของจิตที่จะช่วยสงเคราะห์คนก็ดวงหนึ่ง
ดำริของจิตที่มุ่งประโยชน์ในพระนิพพานก็ดวงหนึ่ง
มิใช่เป็นดวงเดียวกัน แต่ต่อเนื่องกัน อันที่จริงดำริจิตนี้เกิดดับ แปรผันไปตามสัมผัสทางทวารหกตามหลักไตรลักษณ์คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป รวดเร็วมากจนคิดว่าเป็นองค์จิตเดียวกัน หาเป็นเช่นนั้นไม่ สิ่งที่เราคุ้นเคยและคิดว่าเป็นของจริง เมื่อพิจารณาด้วยสติแล้วจะเห็นว่าไม่ได้เป็นไปอย่างนั้น ข้อความนี้จึงเป็นส่วนขยายของคำตอบด้านบนอีกทีหนึ่งครับ ลองพิจารณาดูนะครับ

โดย บังเอิญ [3 มี.ค. 2547 , 04:12:02 น.] ( IP = 203.170.155.113 : : )


  สลักธรรม 40

สวัสดีครับ น้องกิ๊ฟ น้องจุก น้องถ้วย คุณดอกแก้ว คุณบังเอิญ
ผมไม่กล้าที่จะสรุป แต่ก็ซาบซึ้งในข้อคิดที่ทุกท่านให้มา นับเป็นกุศลเจตนาที่ทุกท่านได้กรุณา
คุณบังเอิญก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่ได้อธิบายอย่างชัดแจ้ง และสื่อให้ผมเข้าใจได้ดีทีเดียวครับ
คุณดอกแก้วก็ให้ข้อคิดที่ผมต้องนำไปคิดใหม่อีก
อยากจะทิ้งให้อยู่ในวินิจฉัยของผู้อ่านเองครับ หากสรุปไปจะเสียเนื้อหามากกว่า

โดย ใจเป็นธรรม [3 มี.ค. 2547 , 04:12:56 น.] ( IP = 203.170.155.113 : : )
[ 1 ][ 2 ][ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org