| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หยาดน้ำไม่ติดใบบัว
สลักธรรม 1
ประวัติพระอุบลวรรณาเถรี
เกิดในตระกูลเศรษฐี ในกรุงสาวัตถี บิดามารดาได้ตั้งชื่อให้นางว่า อุบลวรรณา ตามนิมิตลักษณะที่นางมีผิวพรรณเหมือนกลีบดอกอุบลเขียว
เมื่อนางเจริญวัยเข้าสู่วัยสาว นอกจากจะมีผิวงามแล้วรูปร่างลักษณะยังงดงามสุดที่จะหาหญิงอื่นทัดเทียมได้ จึงเป็นที่หมายปองต้องการของพระราชาและมหาเศรษฐีทั่งทั้งชมพูทวีป ซึ่งต่างก็ส่งเครื่องบรรณาการอันมีค่าไปมอบให้ พร้อมกับสู่ขอเพื่ออภิเษกสมรสด้วย
ฝ่ายเศรษฐีผู้บิดาของนางรู้สึกลำบากใจด้วยคิดว่า เราไม่สามารถที่จะรักษาน้ำใจของคนทั้งหมดเหล่านี้ได้ เราควรจะหาอุบายทางออกสักอย่างหนึ่ง แล้วจึงเรียกลูกสาวมาถามว่า
อุบลวรรณา ลูกอยากบวชเป็นภิกษุณีใช่ไหม ?
นางได้ฟังคำของบิดาแล้วรู้สึกร้อนทั่วสรรพางค์กาย เหมือนกับมีคนนำเอาน้ำมันที่เคี่ยวให้เดือด ๑๐๐ ครั้ง ราดลงบนศีรษะของนาง นางมีความปรารถนาที่จะบวชเป็นภิกษุณี เป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว ด้วยว่านางได้สั่งสมบุญบารมีมาแต่อดีตชาติ นับตั้งแต่สมัยแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ และการเกิดในชาตินี้ก็เป็นชาติสุดท้ายของนาง ดังนั้น นางจึงรับคำของบิดาด้วยความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เศรษฐีผู้บิดาจึงพานางไปยังสำนักของภิกษุณีสงฆ์ แล้วให้บวชเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อนางอุบลวรรณาบวชได้ไม่นาน ก็ถึงวาระที่จะต้องไปทำความสะอาดโรงอุโบสถ เธอได้จุดประทีปเพื่อขจัดความมืด แล้วกวาดโรงอุโบสถ นางเห็นเปลวไฟที่ดวงประทีปแล้วยึดเอาเป็นนิมิต ขณะที่กำลังยืนอยู่นั้นได้เข้าฌาน มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ เดินฌานจนบรรลุสัมภิทาณาน อภิญญาฌานต่าง ๆ จนต่อมาได้ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานบรรลุพระอรหัตผล เป็นพระอรหันตสาวิกาในพระพุทธศาสนา มีความเชี่ยวชาญในเตโชกสิณเป็นยิ่งนัก
เมื่อพระเถรีสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้เที่ยวจาริกไปยังชนบทต่าง ๆ แล้วกลับมาพักที่ป่าอันธวัน สมัยนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้ายังมิได้ทรงบัญญัติห้ามภิกษุณีอยู่ในป่าเพียงลำพัง ประชาชนได้ช่วยกันปลูกกระท่อมไว้ในป่าพร้อมทั้งตั้งกั้นม่าน แล้วถวายเป็นที่พักแก่พระเถรีโดย แม่พลอย [25 ก.พ. 2547 , 09:18:15 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )
สลักธรรม 2
ฝ่ายนันทมาณพ ผู้เป็นลูกชายของลุงของพระเถรีนั้น มีจิตหลงรักนางตั้งแต่ยังไม่บวช เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระเถรีมาพักที่ป่าอันธวันใกล้เมืองสาวัตถี จึงได้ถือโอกาสขณะที่พระเถรีไปบิณฑบาตในเมืองสาวัตถี ได้เข้าไปในกระท่อมหลบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง เมื่อพระเถรีกลับมาแล้ว เข้าไปในกระท่อมปิดประตูแล้วนั่งลงบนเตียง ขณะที่สายตายังไม่ปรับเข้ากับความมืดในกระท่อม นันทมาณพก็ออกมาจากใต้เตียง ตรงเข้าเข้าปลุกปล้ำข่มขืนพระเถรี ถึงแม้พระเถรีจะร้องห้ามว่า
เจ้าคนพาล เจ้าอย่าพินาศฉิบหายเลย เจ้าคนพาล เจ้าอย่าพินาศฉิบหายเลย
นันทมาณพ ก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ได้ทำการข่มขืนพระเถรีสมปรารถนาแล้วก็หลีกหนีไป พอเขาหลบหนีไปได้ไม่ไกล แผ่นดินใหญ่ก็มีอาการประหนึ่งว่า ไม่สามารถจะรองรับน้ำหนักของเขาเอาไว้ได้ จึงได้อ่อนตัวยุบลงแล้วนันทมาณพก็จมดิ่งลงในแผ่นดินตายไปในอเวจีมหานรก เสวยทุกขเวทนาอยู่จวบจนปัจจุบันทุกวันนี้
ฝ่ายพระอุบลวรรณาเถรี ก็มิได้ ปิดบังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้บอกแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นกับตนนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ต่อจากนั้นเรื่องราวของพระเถรีก็ทราบถึงพระบรมศาสดา พระพุทธองค์ได้ตรัสพระคาถาภาษิตว่า
คนพาล ย่อมร่าเริงยินดีในบาปกรรมลามกที่ตนได้กระทำ ประดุจว่าดื่มน้ำผึ้งที่มีรสหวาน จนกว่าบาปนั้นจะให้ผล จึงจะได้ประสบกับความทุกข์ เพราะกรรมนั้น
เมื่อกาลเวลาผ่านไปภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมเกี่ยวกับเหตุการณ์ของพระอุบลวรรณาเถรีว่า
พระขีณาสพทั้งหลาย คงยังมีความยินดีในกามสุข คงจะยังพอใจในการเสพกาม ก็ทำไมจะไม่เสพเล่า เพราะท่านเหล่านั้นมิใช่ไม้ผุ มิใช่จอมปลวก อีกทั้งเนื้อหนังร่างกายทั่วทั้งสรีระก็ยังสดอยู่ ดังนั้น แม้จะเป็นพระขีณาสพก็ชื่อว่า ยังยินดีในการเสพกาม
โดย แม่พลอย [25 ก.พ. 2547 , 09:20:34 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )
สลักธรรม 3
พระบรมศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถาม ทรงทราบเนื้อความที่พวกภิกษุเหล่านั้นสนทนากันแล้วจึงตรัสว่า
ภิกษุทั้งหลาย พระขีณาสพทั้งหลายนั้นไม่ยินดีในกามสุข ไม่เสพกาม เปรียบเสมือนหยาดน้ำตกลงบนใบบัวแล้วไม่ติดอยู่ ย่อมกลิ้งตกไป และอุปมาเหมือนกับเมล็ดพันธ์ผักกาด เมล็ดข้าที่บุคคลนำไปวางไว้บนปลายเหล็กแหลม ย่อมไม่ติดตั้งอยู่บนปลายเหล็กแหลม ย่อมกลิ้งตกไป ฉันใด กามทั้งสอง กล่าวคือ กิเลสกาม ๑ วัตถุกาม ๑ ก็ย่อมไม่ติดอยู่ในจิตใจของพระขีณาสพทั้งหลาย ฉันนั้น บุคคลเช่นที่กล่าวมานี้ เราตถาคตเรียกว่า เป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ
โดย แม่พลอย [25 ก.พ. 2547 , 09:22:15 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )
สลักธรรม 4ขออนุโมทนาค่ะ
โดย MASHIMA [25 ก.พ. 2547 , 11:34:48 น.] ( IP = 210.255.99.66 : : unknown )
สลักธรรม 5แม่พลอยคะพี่ดอกแก้วชอบมากค่ะ
และยังปรารถนาให้ตนเองได้ธรรมเช่นนั้นคะ
เป็นชีวิตที่แห้งสนิทจริงๆนะคะ
จากน้ำตา
อยู่แต่ระยะทางที่เราต้องต่างคนต่างเร่งฝีเท้า
เพื่อก้าวออกจากกามนะคะแม่พลอย
ขอบคุณแม่พลอยมากค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [25 ก.พ. 2547 , 12:28:31 น.] ( IP = 203.107.210.74 : : )
สลักธรรม 6
อนุโมทนาครับผม
สนุก และได้คติดีครับ
ชอบอ่านครับ แต่ไม่มีโอกาสได้อ่านเลย
ขอบคุณมากครับผมโดย น้องจุก [25 ก.พ. 2547 , 15:24:41 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.121 )
สลักธรรม 7ขอบคุณแม่พลอยมากค่ะ โดย เซิ่น [25 ก.พ. 2547 , 19:12:45 น.] ( IP = 203.156.28.250 : : )
สลักธรรม 8ขออนุโมทนาและขอบคุณแม่พลอยค่ะ โดย มด [26 ก.พ. 2547 , 11:41:21 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 9อนุโมทนา สำหรับประวัติแห่งพระอุบลวรรณาเถรี ที่สามารถเป็นพุทธคติที่ดีบทหนึ่ง อยากให้คุณพี่แม่พลอยส่งมาให้อ่านบ่อย ๆ นะขอรับ
ขอขอบคุณ
ปู้ต่งโดย ปู้ต่ง [26 ก.พ. 2547 , 13:56:29 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )
สลักธรรม 10เป็นบาปยิ่งนักญาติโยมเอย.....
โดย มหาแห่งโมลีโลกยาราม [28 ก.ค. 2547 , 14:37:21 น.] ( IP = 203.113.57.103 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |