| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๔๔๓ - ๔๖๕
๘. อุปักกิเลสสูตร (๑๒๘) .
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=5967&lend=6261
[๔๔๓] พ. คนพวกอื่นตัดกระดูกกัน ผลาญชีวิตกัน ลักโค ม้า ทรัพย์กัน แม้ชิงแว่นแคว้นกัน ยังมีคืนดีกันได้ เหตุไรพวกเธอ . ( ภิกษุในพระนครโกสัมพีที่เกิดขัดใจทะเลาะวิวาทกัน ) . จึงไม่มีเล่า? .
-พ. ถ้าบุคคลได้สหายที่มีปัญญารักษาตัวร่วมทางจร เป็นนักปราชญ์ มีปรกติให้สำเร็จประโยชน์อยู่ คุ้มอันตรายทั้งปวงได้ พึงชื่นชม มีสติเที่ยวไปกับสหายนั้นเถิด ถ้าไม่ได้ พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป .
[๔๔๔] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระภคุว่า . ดูกรภิกษุ พอทน พอเป็นไปได้หรือ เธอไม่ลำบากด้วยเรื่องบิณฑบาตบ้างหรือ? .
-ท่านพระภคุกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พอทน พอเป็นไปได้ และข้าพระองค์ไม่ลำบากด้วยเรื่องบิณฑบาตเลย พระพุทธเจ้าข้า .
[๔๔๖] พ. ดูกรอนุรุทธ . ( รวมทั้งพระนันทิยะ และพระกิมพิละ ) . เธอพอทน พอเป็นไปได้หรือ พวกเธอไม่ลำบากด้วยเรื่องบิณฑบาตบ้างหรือ? .
-อ. ( พระอนุรุทธ ) ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พอทนได้ พอเป็นไปได้ พวกข้าพระองค์ไม่ลำบากด้วยเรื่องบิณฑบาตเลย .
โดย แววตะวัน [25 ก.พ. 2547 , 23:10:11 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )
สลักธรรม 1พ. ก็พวกเธอพร้อมเพรียงกัน ยินดีต่อกัน ไม่วิวาทกัน เข้ากันได้ดังนมสดและน้ำ มองดูซึ่งกันและกันด้วยนัยน์ตาที่น่ารักอยู่หรือ? .
-อ. แน่นอน พระพุทธเจ้าข้า .
พ. อย่างไรเล่า พวกเธอจึงพร้อมเพรียงกันยินดีต่อกัน ไม่วิวาทกัน เข้ากันได้ดังนมสดและน้ำ มองดูซึ่งกันและกันด้วยนัยน์ตาที่น่ารักอยู่ได้? .
-อ. ข้าพระองค์มีความดำริอย่างนี้ .
๑. เป็นลาภของเราหนอที่อยู่กับเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกันเห็นปานนี้ ข้าพระองค์นั้นเข้าไปตั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันประกอบด้วยเมตตา ในท่านผู้มีอายุเหล่านี้ .
๒. ไฉนหนอ เราพึงวางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านผู้มีอายุเหล่านี้ ข้าพระองค์นั้นแล จึงวางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านผู้มีอายุเหล่านี้ ก็พวกข้าพระองค์ต่างกันแต่กายเท่านั้น ส่วนจิตคงเป็นอันเดียวกัน .
แม้ท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละ ก็กราบทูล ( เช่นเดียวกัน ) .
[๔๔๙] พ. ดีละๆ อนุรุทธ . ก็พวกเธอเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่บ้างหรือ? .
-อ. แน่นอน พระพุทธเจ้าข้า .โดย แววตะวัน [25 ก.พ. 2547 , 23:15:08 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )
สลักธรรม 2พ. อย่างไรเล่า พวกเธอจึงเป็นผู้ไม่ประมาทมีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่ได้? .
-อ. พวกข้าพระองค์ รูปใดกลับจากบิณฑบาตแต่หมู่บ้านก่อน รูปนั้นย่อมแต่งตั้งอาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้และกระโถนไว้ รูปใดกลับทีหลัง รูปนั้นจะเก็บอาสนะ เก็บน้ำฉันน้ำใช้และกระโถน กวาดโรงฉัน รูปใดเห็นหม้อน้ำฉันหรือหม้อน้ำในวัจจกุฎีว่างเปล่า รูปนั้นจะตักใส่ไว้ ถ้ารูปนั้นไม่อาจ พวกข้าพระองค์จะกวักมือเรียกรูปที่สองมา แล้วช่วยกันตั้งหม้อน้ำฉัน หรือหม้อน้ำใช้ไว้ โดยช่วยกันหิ้วคนละมือ พวกข้าพระองค์จะไม่ปริปากเพราะเหตุนั้นเลย และพวกข้าพระองค์จะนั่งประชุมสนทนาธรรมกันคืนยังรุ่งทุกๆ ห้าวัน .
[๔๕๑] พ. ดีละๆ อนุรุทธ . ก็พวกเธอผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่อย่างนี้ ย่อมมีคุณวิเศษ คือ ญาณทัสสนะอันประเสริฐ สามารถกว่าธรรมของมนุษย์อันยิ่ง
เป็นเครื่องอยู่สบายอันได้บรรลุแล้วหรือ?
.
-อ. พวกข้าพระองค์ย่อมรู้สึกแสงสว่างและการเห็นรูป แต่ไม่ช้าเท่าไร แสงสว่างและการเห็นรูปอันนั้นหายไป พวกข้าพระองค์ยังไม่แทงตลอดนิมิตนั้น .
พ. พวกเธอต้องแทงตลอดนิมิตนั้นแล .โดย แววตะวัน [25 ก.พ. 2547 , 23:16:18 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )
สลักธรรม 3[๔๕๒] พ. แม้เราก็เคยมาแล้ว เมื่อก่อนตรัสรู้ ย่อมรู้สึกแสงสว่างและการเห็นรูปเหมือนกัน แต่ไม่ช้าเท่าไร แสงสว่างและการเห็นรูปอันนั้นของเราหายไป เราจึงมีความดำริดังนี้ว่า . อะไรหนอแลเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้แสงสว่างและการเห็นรูปของเราหายไปได้? .
-พ. เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่า วิจิกิจฉาแลเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็วิจิกิจฉาเป็นเหตุ สมาธิของเราจึงเคลื่อน เมื่อสมาธิเคลื่อนแล้วแสงสว่างและการเห็นรูปจึงหายไปได้ เราจักทำให้ไม่เกิดวิจิกิจฉาขึ้นแก่เราได้อีก .
[๔๕๓] พ. เรานั้นแลผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่ ย่อมรู้สึกแสงสว่างและการเห็นรูป แต่ไม่ช้าเท่าไรแสงสว่างและการเห็นรูปอันนั้นของเราหายไป เราจึงมีความดำริดังนี้ว่า อะไรหนอแลเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้แสงสว่างและการเห็นรูปของเราหายไปได้? .
-พ. เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่า อมนสิการแลเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็อมนสิการเป็นเหตุ สมาธิของเราจึงเคลื่อน เมื่อสมาธิเคลื่อนแล้ว แสงสว่างและการเห็นรูปจึงหายไปได้ เราจักทำให้ไม่เกิดวิจิกิจฉา และอมนสิการขึ้นแก่เราได้อีก .
( จากนั้นพระองค์ตรัสถึงถีนมิทธะ, ความหวาดเสียว, ความตื่นเต้น, ความชั่วหยาบ [font size=4 font color=000000] ( ทุฏฺฐลฺโล = ตลกคนอง ; อาศัยซึ่งวัตถุอันชั่ว ; ชั่วหยาบ ) ., ความเพียรที่ปรารภเกินไป, ความเพียรที่ย่อหย่อนเกินไป, ตัณหาที่คอยกระซิบ ( อภิชปฺปา : ชปฺปา = ตัณหา ; ความกระซิบ ) ., ความสำคัญสภาวะว่าต่างกัน ( นานตฺตสญฺญา ) . , ลักษณะที่เพ่งเล็งรูปเกินไป ( อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานนฺติ ) .ในทำนองเดียวกันกับวิจิกิจฉาและอมนสิการ ) [/font].โดย แววตะวัน [25 ก.พ. 2547 , 23:17:38 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )
สลักธรรม 4( จากนั้นพระองค์ตรัสถึงถีนมิทธะ, ความหวาดเสียว, ความตื่นเต้น, ความชั่วหยาบ . ( ทุฏฺฐลฺโล = ตลกคนอง ; อาศัยซึ่งวัตถุอันชั่ว ; ชั่วหยาบ ) . , ความเพียรที่ปรารภเกินไป, ความเพียรที่ย่อหย่อนเกินไป, ตัณหาที่คอยกระซิบ. ( อภิชปฺปา : ชปฺปา = ตัณหา ; ความกระซิบ ) . , ความสำคัญสภาวะว่าต่างกัน . ( นานตฺตสญฺญา ) . , ลักษณะที่เพ่งเล็งรูปเกินไป . ( อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานนฺติ ) . ในทำนองเดียวกันกับวิจิกิจฉาและอมนสิการ ) .
โดย แววตะวัน [25 ก.พ. 2547 , 23:24:29 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )
สลักธรรม 5[๔๖๔] พ. เรานั้นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่ ย่อมรู้สึกแสงสว่างอย่างเดียวแล แต่ไม่เห็นรูป เห็นรูปอย่างเดียวแลแต่ไม่รู้สึกแสงสว่าง เรานั้นจึงมีความดำริดังนี้ว่า อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย? .
-พ. เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่า สมัยใดเราไม่ใส่ใจนิมิตคือรูป ใส่ใจแต่นิมิตคือแสงสว่าง สมัยนั้นเราย่อมรู้สึกแสงสว่างอย่างเดียวแล แต่ไม่เห็นรูป ส่วนสมัยใดเราไม่ใส่ใจนิมิตคือแสงสว่าง ใส่ใจแต่นิมิตคือรูป สมัยนั้น เราย่อมเห็นรูปอย่างเดียวแล .
[๔๖๕] พ. เรานั้นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรส่งตนไปในธรรมอยู่ ย่อมรู้สึกแสงสว่างเพียงนิดหน่อย เห็นรูปได้นิดหน่อย และรู้สึกแสงสว่างอย่างหาประมาณมิได้ . ( อปฺปมาณญฺเจว โอภาสํ ) . เห็นรูปอย่างหาประมาณมิได้ เราจึงมีความดำริดังนี้ว่า อะไรหนอแล เป็นเหตุ
เป็นปัจจัย?
.
-พ. เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่า สมัยใดเรามีสมาธินิดหน่อย สมัยนั้นเราก็มีจักษุนิดหน่อย ด้วยจักษุนิดหน่อยเรานั้นจึงรู้สึกแสงสว่างเพียงนิดหน่อย เห็นรูปได้นิดหน่อย ส่วนสมัยใดเรามีสมาธิหาประมาณมิได้ สมัยนั้นเราก็มีจักษุหาประมาณมิได้ ด้วยจักษุหาประมาณมิได้ เรานั้นจึงรู้สึกแสงสว่างหาประมาณมิได้ และเห็นรูปหาประมาณมิได้ .
จบ อุปักกิเลสสูตร ที่ ๘ .
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.
โดย แววตะวัน [25 ก.พ. 2547 , 23:26:08 น.] ( IP = 203.113.37.9 : : )
สลักธรรม 6พวกเธอพร้อมเพรียงกัน ยินดีต่อกัน ไม่วิวาทกัน เข้ากันได้ดังนมสดและน้ำ มองดูซึ่งกันและกันด้วยนัยน์ตาที่น่ารักอยู่หรือ? .
สมัยพุทธกาลนี่ช่างเปรียบเทียบดีนะคะ
ใช้คำไพเราะดีแท้
ขอบคุณมากค่ะ![]()
โดย พี่ดา [1 มี.ค. 2547 , 14:08:16 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.43 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |