| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๔๖๘ - ๕๐๑
๙. พาลบัณฑิตสูตร (๑๒๙) .
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=6262&lend=6699
[๔๖๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย . ลักษณะ เครื่องหมาย เครื่องอ้างว่าเป็นพาลของคนพาลนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน? .
-พ. คนพาลในโลกนี้มักคิดความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว มักทำการทำที่ชั่ว .
[๔๗๒] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงอบายซึ่งเขาพูดหมายถึงนรกนั่นแลโดยชอบ พึงกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ไม่น่าปรารถนาส่วนเดียว เพียงเท่านี้แม้จะเปรียบอุปมาจนถึงนรกเป็นทุกข์ ก็ไม่ใช่ง่ายนัก .
[๔๗๓] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วอย่างนี้ ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า . อาจเปรียบอุปมาได้หรือไม่? .
-พ. อาจเปรียบได้ .
โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:28:30 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 1พ. เปรียบเหมือนพระราชาทรงสั่งพวกราชบุรุษว่า จงเอาหอกร้อยเล่มแทงโจรในเวลาเช้า พวกราชบุรุษจึงเอาหอกร้อยเล่มแทงบุรุษนั้นในเวลาเช้า ครั้นเวลากลางวัน พระราชาตรัสถามว่า บุรุษนั้นเป็นอย่างไร พวกราชบุรุษกราบทูลว่า ยังเป็นอยู่อย่างเดิมพระเจ้าข้า พระราชาทรงสั่งว่า พวกท่านจงเอาหอกร้อยเล่มแทงมันในเวลากลางวัน พวกราชบุรุษจึงเอาหอกร้อยเล่มแทงบุรุษนั้นในเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็น พระราชาตรัสถามว่า บุรุษนั้นเป็นอย่างไร พวกราชบุรุษ
กราบทูลว่า ขอเดชะ ยังเป็นอยู่อย่างเดิม พระเจ้าข้า พระราชาทรงสั่งว่า พวกท่านจงเอาหอกร้อยเล่มแทงมันในเวลาเย็น พวกราชบุรุษจึงเอาหอกร้อยเล่มแทงบุรุษนั้นในเวลาเย็น . บุรุษนั้นถูกแทงด้วยหอกสามร้อยเล่ม พึงเสวยทุกข์โทมนัสเหตุที่ถูกแทงนั้นบ้างหรือหนอ? .
-ภิ. บุรุษนั้นถูกแทงด้วยหอกแม้เล่มเดียว ก็เสวยทุกข์โทมนัสเหตุที่ถูกแทงนั้นได้ ป่วยการกล่าวถึงหอกตั้งสามร้อยเล่ม .
[๔๗๔] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงหยิบแผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า . แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่เราถือนี้กับภูเขาหลวงหิมพานต์ อย่างไหนหนอแลใหญ่กว่ากัน?
.
-ภิ. แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่ทรงถือนี้มีประมาณน้อยนัก ย่อมไม่ถึงแม้การเทียบกันได้ .
พ. ฉันนั้นเหมือนกันแล ทุกข์โทมนัสที่บุรุษถูกแทงด้วยหอกสามร้อยเล่มเป็นเหตุ กำลังเสวยอยู่นั้น เปรียบเทียบทุกข์ของนรกยังไม่ถึงแม้ความนับ ยังไม่ถึงแม้การเทียบกันได้ .โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:30:25 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 2[๔๗๖] มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีหญ้าเป็นภักษา สัตว์เดียรัจฉานเหล่านั้นย่อมใช้ฟันและเล็มกินหญ้าสด . ก็เหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีหญ้าเป็นภักษา คืออะไร?
.
-พ. คือ ม้า โค ลา แพะ เนื้อ หรือแม้จำพวกอื่นๆ ไม่ว่าชนิดไรๆ ที่มีหญ้าเป็นภักษา .
คนพาลนั้นนั่นแลผู้กินอาหารด้วยความติดใจรสเบื้องต้นในโลกนี้ ทำกรรมลามกไว้ในโลกนี้ เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวกที่มีหญ้าเป็นภักษาเหล่านั้น .
[๔๗๗] พ. มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีคูถเป็นภักษา สัตว์เดียรัจฉานเหล่านั้นได้กลิ่นคูถแต่ไกลๆ แล้ว ย่อมวิ่งไปด้วยหวังว่าจักกินตรงนี้ เปรียบเหมือนพวกพราหมณ์เดินไปตามกลิ่นเครื่องบูชาด้วยตั้งใจว่าจักกินตรงนี้ . ก็เหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกมีคูถเป็นภักษา คืออะไร? .
-พ. คือ ไก่ สุกร สุนัขบ้าน สุนัขป่า หรือแม้จำพวกอื่นๆ ไม่ว่าชนิดไรๆ ที่มีคูถเป็นภักษา
.
คนพาลนั้นนั่นแลผู้กินอาหารด้วยความติดใจรสเบื้องต้นในโลกนี้ ทำกรรมลามกไว้ในโลกนี้ เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวกมีคูถเป็นภักษาเหล่านั้น .
[๔๗๘] มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในที่มืด . ก็เหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในที่มืด คืออะไร?
.
-คือ ตั๊กแตน มอด ไส้เดือน หรือแม้จำพวกอื่นๆ ไม่ว่าชนิดไรๆ ที่เกิดแก่ตายในที่มืด .
คนพาลนั้นนั่นแล ฯลฯ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวกเกิดแก่ตายในที่มืด .โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:31:50 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 3[๔๗๙] มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉาน จำพวกเกิดแก่ตายในน้ำ . ก็เหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในน้ำ คืออะไร? .
-คือ ปลา เต่า จรเข้ หรือแม้จำพวกอื่นๆ ไม่ว่าชนิดไรๆ ที่เกิดแก่ตายในน้ำ .
คนพาลนั้นนั่นแล ฯลฯ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวกเกิดแก่ตายในน้ำ .
[๔๘๐] มีเหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในของโสโครก . ก็เหล่าสัตว์เดียรัจฉานจำพวกเกิดแก่ตายในของโสโครกคืออะไร? .
-คือ เหล่าสัตว์จำพวกที่เกิดแก่ตายในปลาเน่าก็มี ในศพเน่าก็มี ในขนมกุมมาสเก่าก็มีในน้ำครำก็มี ในหลุมโสโครกก็มี หรือแม้จำพวกอื่นๆ ไม่ว่าชนิดไรๆ ที่เกิดแก่ตายในของโสโครก .
คนพาลนั้นนั่นแล ฯลฯ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของสัตว์จำพวกเกิดแก่ตายในของโสโครก .
เรากล่าวเรื่องกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานแม้โดยอเนกปริยายแลเพียงเท่านี้ จะกล่าวให้ถึงกระทั่งกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานเป็นทุกข์ ไม่ใช่ทำได้ง่าย .
[๔๘๑] พ. เปรียบเหมือนบุรุษโยนทุ่นมีบ่วงตาเดียวไปในมหาสมุทร มีเต่าตาบอดอยู่ในมหาสมุทรนั้น ล่วงไปร้อยปีจึงจะผุดขึ้นครั้งหนึ่ง . เต่าตาบอดตัวนั้นจะพึงเอาคอสวมเข้าที่ทุ่นมีบ่วงตาเดียวโน้นได้บ้างไหมหนอ?
.
-ภิ. ข้อนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าจะเป็นไปได้บ้างในบางครั้งบางคราว ก็โดยล่วงระยะกาลนานแน่นอน
.โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:33:44 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 4พ. เต่าตาบอดตัวนั้นจะพึงเอาคอสวมเข้าที่ทุ่นมีบ่วงตาเดียวโน้นได้ ยังจะเร็วกว่าความเป็นมนุษย์ที่คนพาลผู้ไปสู่วินิบาตคราวหนึ่งแล้วจะพึงได้ นั่นเพราะเหตุไร? .
-พ. เพราะในตัวคนพาลนี้ไม่มีความประพฤติธรรม ความประพฤติสงบ การทำกุศล การทำบุญ มีแต่การกินกันเอง การเบียดเบียนคนอ่อนแอ .
[๔๘๔] พ. ลักษณะ เครื่องหมาย เครื่องอ้างว่าเป็นบัณฑิตของบัณฑิตนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน? .
-พ. บัณฑิตในโลกนี้มักคิดความคิดที่ดี มักพูดคำพูดที่ดี มักทำการทำที่ดี .
[๔๘๘] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงสุคติซึ่งเขาพูดหมายถึงสวรรค์นั้นแลโดยชอบ พึงกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่น่าปรารถนาส่วนเดียว เพียงเท่านี้แม้จะเปรียบอุปมาจนถึงสวรรค์เป็นสุข ก็ไม่ใช่ง่ายนัก .
[๔๘๙] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วอย่างนี้ ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า . ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อาจเปรียบอุปมาได้หรือไม่?
.
-พ. อาจเปรียบได้ .
เปรียบเหมือนพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ และความสัมฤทธิ-ผล ๔ อย่าง จึงเสวยสุขโสมนัส .โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:34:53 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 5[๔๘๙] พ. พระเจ้าจักรพรรดิทรงประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการเป็นไฉน? .
-พ. พระราชามหากษัตริย์ในโลกนี้ผู้ทรงได้มุรธาภิเษกแล้ว ทรงสรงสนานพระเศียร ทรงรักษาอุโบสถในดิถีที่ ๑๕ ย่อมปรากฏจักรแก้วทิพ .
ต่อนั้นพระทรงจับพระเต้าน้ำ หลั่งรดจักรแก้ว รับสั่งว่า จงพัดผันไปเถิดจักรแก้วผู้เจริญ จักรแก้วผู้เจริญจงพิชิตให้ยิ่งเถิด .
ลำดับนั้น จักรแก้วนั้นก็พัดผันไป จักรแก้วประดิษฐานอยู่ ณ ประเทศใด พระเจ้าจักรพรรดิก็เสด็จเข้าประทับ ณ ประเทศนั้น พร้อมด้วยจตุรงคินีเสนา บรรดาพระราชาที่เป็นปฏิปักษ์เข้ามาเฝ้าแล้วว่า พระองค์เสด็จมาดีแล้ว ข้าแต่มหาราช แผ่นดินนี้เป็นของ
พระองค์ ขอพระองค์จงสั่งการเถิด .
พระเจ้าจักรพรรดิรับสั่งว่า ท่านทุกคนไม่ควรฆ่าสัตว์ ไม่ควรลักทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้ ไม่ควรประพฤติผิดในกาม ไม่ควรพูดเท็จ ไม่ควรดื่มน้ำเมา และท่านทั้งหลายจงครอบครองบ้านเมืองกันตามสภาพที่เป็นจริงเถิด บรรดาพระราชาที่เป็นปฏิปักษ์ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนพระเจ้าจักรพรรดิ จักรแก้วนั้นพิชิตยิ่งตลอดแผ่นดินมีสมุทรเป็นขอบเขต แล้วกลับมาสู่
ราชธานีเดิม .
พระเจ้าจักรพรรดิย่อมปรากฏช้างแก้ว ชื่ออุโบสถ เผือกทั่วสรรพางค์กาย มีที่ตั้งอวัยวะทั้งเจ็ดถูกต้องดี มีฤทธิ์เหาะได้ สำเร็จการฝึกหัดเหมือนช้างอาชาไนยที่ฝึกปรือดีเป็นเวลานาน .โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:36:04 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 6พระเจ้าจักรพรรดิย่อมปรากฏม้าแก้ว ชื่อวลาหก ขาวปลอด ศีรษะดำเหมือนกา เส้นผมสลวยเหมือนหญ้าปล้อง มีฤทธิ์เหาะได้ สำเร็จการฝึกหัดเหมือนม้าอาชาไนยตัวเจริญที่ฝึกปรือดีแล้วเป็นเวลานาน .
พระเจ้าจักรพรรดิย่อมปรากฏมณีแก้ว เป็นแก้วไพฑูรย์ งามโชติช่วง แปดเหลี่ยม อันเจียระไนไว้อย่างดี มีแสงสว่างแผ่ไปโยชน์หนึ่งโดยรอบ .
พระเจ้าจักรพรรดิย่อมปรากฏนางแก้วรูปงาม มีกลิ่นดังกลิ่นจันทรฟุ้งไปแต่กาย มีกลิ่นดังกลิ่นอุบลฟุ้งไปแต่ปาก นางแก้วนั้นมีปรกติตื่นก่อนนอนทีหลัง คอยฟังบรรหารใช้ ประพฤติถูกพระทัย ทูลปราศรัยเป็นที่โปรดปรานต่อพระเจ้าจักรพรรดิ .
พระเจ้าจักรพรรดิย่อมปรากฏคฤหบดีแก้ว ผู้มีจักษุเพียงดังทิพเกิดแต่วิบากของกรรมปรากฏ ซึ่งเป็นเหตุให้มองเห็นทรัพย์ทั้งที่มีเจ้าของ ทั้งที่ไม่มีเจ้าของได้ .
พระเจ้าจักรพรรดิย่อมปรากฏปริณายกแก้ว ปริณายกนั้นเป็นบัณฑิต ฉลาด มีปัญญา สามารถถวายข้อแนะนำให้พระองค์ทรงบำรุงผู้ที่ควรบำรุง ทรงถอดถอนผู้ที่ควรถอดถอน ทรงแต่งตั้งผู้ที่ควรแต่งตั้ง .
โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:37:17 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 7[๔๙๖] พ. พระเจ้าจักรพรรดิทรงประกอบด้วยความสัมฤทธิผล ๔ อย่างเป็นไฉน? .
-พ. ๑. ย่อมทรงพระสิริโฉมงดงามเกินมนุษย์อื่นๆ .
๒. ย่อมทรงพระชนมายุยืน ทรงดำรงอยู่นานเกินมนุษย์อื่นๆ .
๓. ย่อมเป็นผู้มีพระโรคาพาธน้อยกินมนุษย์อื่นๆ .
๔. ย่อมทรงเป็นที่รักใคร่ พอใจ .
[๕๐๐] พระเจ้าจักรพรรดิทรงประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ และความสัมฤทธิผล ๔ อย่างดังนี้ พึงเสวยสุขโสมนัสอันมีสิ่งประกอบนั้นเป็นเหตุบ้างไหมหนอ? .
-ภิ. พระเจ้าจักรพรรดิทรงประกอบด้วยแก้วแม้ประการหนึ่งๆ ก็ทรงเสวยสุขโสมนัสอันมีแก้วประการนั้นเป็นเหตุได้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงแก้วทั้ง ๗ ประการ และความสัมฤทธิผลทั้ง ๔ อย่าง
.โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:38:20 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 8[๕๐๑] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงหยิบแผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า . แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่เราถือนี้กับภูเขาหลวงหิมพานต์ อย่างไหนหนอแลใหญ่กว่ากัน? .
-ภิ. แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่ทรงถือนี้มีประมาณน้อยนัก ย่อมไม่ถึงแม้การเทียบกันได้ .
พ. สุขโสมนัสนั้นเปรียบเทียบสุขอันเป็นทิพย์แล้ว ย่อมไม่ถึงแม้การนับ ย่อมไม่ถึงแม้การเทียบกันได้ .
จบ พาลบัณฑิตสูตร ที่ ๙ .
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.
โดย แววตะวัน [26 ก.พ. 2547 , 22:39:15 น.] ( IP = 169.210.9.22 : : )
สลักธรรม 9
อ่านแล้วนรกนี่น่ากลัวนะคะ
ขอบคุณมากค่ะโดย พี่ดา [1 มี.ค. 2547 , 14:02:41 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.43 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |