ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์อยู่รูปหนึ่งมีนามว่า โตตยพราหมณ์ เป็นพราหมณ์ผู้ซึ่งมีทรัพย์สินศฤงคารมาก แต่โตตยพราหมณ์เป็นคนขี้เหนียว ทรัพย์สินแม้แต่ส่วนเดียวก็ไม่เคยให้ใคร อยู่มาวันหนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เดินทางมาบิณฑบาตที่หน้าบ้านโตตยพราหมณ์ แทนที่โตตยพราหมณ์จะทำบุญใส่บาตร กลับขับไล่ไสส่งพระพุทธเจ้าให้ไปไกลๆ ด้วยกรรมที่โตตยพราหมณ์ทำไว้นี้ ทำให้โตตยพราหมณ์เมื่อตายไปได้ไปบังเกิดเป็นสุนัขสีดำเฝ้าสมบัติของตนเอง ต่อมา พระพุทธเจ้าได้เดินทางมาบิณฑบาตที่หน้าบ้านของโตตยพราหมณ์อีกครั้ง ในคราวนี้ ลูกชายของโตตยพราหมณ์ได้ออกมาทำบุญใส่บาตร อีกทั้งบริจาคทานมากมาย แต่สุนัขดำกลับเห่าใส่พระพทุธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงเป็นอรหันต์ เป็นมหาบุรุษ พระองค์ทรงมีญาณวิเศษซึ่งรับรู้ได้ว่าสุนัขดำตัวนี้ก็คือโตตยพราหมณ์กลับชาติมาเกิด พระองค์ทรงตรัสว่า "โตตยพราหมณ์ ชาติก่อนเมื่อท่านเป็นมนุษย์ ท่านก็ขับไล่เรา ไม่บริจาคทาน ไม่ทำบุญตักบาตร พอมาชาตินี้ท่านบังเกิดเป็นสุนัขดำแล้ว ท่านยังเห่าใส่เราอีก แบบนี้เวรกรรมซึ่งเป็นบาปของท่านจะไม่รู้จักจบสิ้น เชื่อเราเถิด โตตยพราหมณ์ กลับตัวกลับใจใหม่เถิด" พอตรัสเสร็จ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า สุนัขตัวนี้ชาติก่อนคือบิดาของท่าน บิดาของท่านเคยก่อกรรมทำเข็ญ ขับไล่ไสส่งเรา ชาตินี้จึงมาบังเกิดเป็นสุนัขดำ เนื่องจากท่านได้ทำบุญตักบาตร ได้บริจาคให้เรา ขอให้ท่านนำสุนัขดำตัวนี้ไปเลี้ยงให้ดี แล้วสุนัขจะพาท่านไปพบกับสิ่งบางอย่างให้สมกับผลบุญที่ท่านได้ก่อไว้กับเรา ลูกชายโตตยพราหมณ์ก็ทำตามนั้น อาบน้ำให้สุนัข หาอาหารดีๆให้กิน แล้วพาไปนอนบนเตียงในห้องนอน เช้าวันต่อมา สุนัขดำได้พาลูกชายโตตยพราหมณ์ไปยังพื้นดินแห่งหนึ่ง แล้วสุนัขก็ได้ขุดหลุมลงไป ขุดไปเรื่อยๆ เข้าก็พบสมบัติพัตสถาน ศฟงคารต่างๆ ที่โตตยพราหมณ์ได้ฝังไว้เมื่อคราวยังเป็นมนุษย์
ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
จริงๆ แล้ว อยากมาเจ้าร่วมมูลนิธิมาก ติดตรงที่ว่าต้องไปอยู่ญี่ปุ่นตั้งแตวันที่ 25 มี.ค. 47 กว่าจะกลับก็ ก.พ. 48 แต่เมื่อกลับมาแล้วผมจะมาเข้ามูลนิธิทุกอาทิตย์เว้นอาทิตย์ครับ