| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พุทธคยา...สิ้นสุดการเดินทาง
สลักธรรม 11นับเป็นบุคลาธิษฐานในการกระทำเพื่อความสำเร็จได้อย่างเยี่ยม เพราะในการเดินทางเพื่อล่วงพ้นจากทุกข์นั้น ความเข้มแข็งของจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญ ความเข้มแข็งของใจจะเป็นพลังทำลายความอุปสรรคทั้งมวลให้พินาศลงได้ ดุจดังพระบรมศาสดาที่สั่งสมบารมีมาทีละน้อยจนกระทั่งเปี่ยมพร้อม แม้จะใช้เวลาเนิ่นนานหลายอสงไขย แต่ใจที่แกร่งกล้าจึงเดินหน้าไปสู่จุดหมายอย่างไม่ย่อท้อ
และก็ให้หวนคิดว่า ชีวิตของเรานั้นได้เวียนว่ายตายเกิดมายาวนานกว่าการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เราได้อาศัยสังสารวัฏนี้มานานกว่าสี่อสงไขยแสนมหากัป....
แม้ในครั้งนี้จะมีโอกาสดีได้มานั่งอยู่ตรงหน้าพระแท่นวัชรอาสน์ แต่เราก็ไม่สามารถกำหนดได้ว่าชีวิตจะสิ้นสุดลงเมื่อใด .....แม้ปัจจุบันนี้จะมีหนังสือและการสื่อสารที่ทันสมัย มีพระไตรปิฎกให้เลือกอ่านได้ตามความปรารถนา มีพระธรรมคำสอนให้หยิบอ่านได้ตลอดเวลา และโดยเฉพาะพระสูตรบทต่างๆที่กุลบุตรกุลธิดาในสมัยพุทธกาลได้สดับตรับฟังแล้วรู้แจ้งในธรรมนั้น เราก็ล้วนมีโอกาสศึกษาในบทเดียวกันกับที่ท่านเหล่านั้นเคยศึกษา แต่เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาเราจึงไม่อาจแทงตลอดในธรรมนั้นได้
....พระอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ก็ยังคงมีประการเท่าเดิมมิได้ผิดแผกไปจากสมัยพุทธกาล ต่างกันแต่เพียงว่า เนื้อนาที่รองรับพระสัทธรรมในขณะนี้หาได้มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะเป็นปัจจัยอุดหนุนให้พระปฏิเวธศาสนาเจริญเติบโตขึ้นมาได้ คงเป็นเพียงผืนดินที่แห้งแล้งกันดาร ไม่อาจสืบสานเมล็ดพันธุ์แห่งอารยะให้งอกงามดี. แต่อย่างไรก็มิใช่ว่าจะไร้ผลเสียทีเดียว อย่างน้อยก็เป็นนิสยปัจจัยสร้างสมไว้ให้แก่ตนเอง....
เราจึงต้องปรับปรุงเนื้อดินโดยตั้งเจตนาอย่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวที่จะเดินตามรอยบาทพระศาสดาด้วยการศึกษาพระปริยัติ และการเพียรฝึกหัดเจริญคุณธรรมและสติปัญญา สร้างสมอบรมบารมีบ่มอินทรีย์ให้มีความสมบูรณ์และแก่กล้าขึ้นทีละน้อย ...เพื่อในวันหนึ่งข้างหน้าจะได้เข้าสู่มรรคาแห่งสันติสุขได้สำเร็จสมปรารถนา ......
และสถานที่นี้นอกจากจะเป็นที่อุบัติของพระบรมศาสดา ยังเป็นสถานที่ประหารโมหะอวิชชาให้สูญสิ้นลงได้เป็นครั้งแรกในพุทธกาล จึงนับเป็นมงคลสถานแห่งชัยชนะแก่ผู้ที่เดินทางมานมัสการอย่างยิ่งโดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:35:23 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 12
วิปัสสนาต่างสมาธิราวฟ้ากับดิน ...สมาธิเป็นการกระทำใจให้สงบจากกิเลสเพียงชั่วคราว...ทำแล้วก็ได้บุญ แต่เป็นบุญที่มีการเกิดอยู่ เป็นวัฏฏกรรม....เพราะอำนาจของฌานจะทำให้มีภพภูมิเป็นที่รองรับ
..แต่วิปัสสนาเป็นวิวัฏคามินีกุศล เป็นการประหารกิเลสโดยตรง นอกจากวิปัสสนากรรมฐานแล้ว ในโลกนี้ไม่มีกุศลใดเป็นวิวัฏคามินีกุศลได้ ..แต่ก็มิใช่ว่าเราทำวิปัสสนาในชาตินี้แล้วเราจะไม่เกิดอีก...
เพราะฉะนั้น ในวันนี้จึงให้ทุกคนมีเป้าหมายว่า อีกสักครู่ เราจะไปพุทธคยากันเพื่อ ทำใจ มิใช่ไปเพื่อปฏิบัติวิปัสสนาเพียงประการเดียว เพราะสิ่งแวดล้อมอาจไม่เอื้ออำนวยให้ และเป็นการป้องกันไม่ให้คิดอยากได้รูป-นาม เพราะนั่นคือตัณหา ..
ผู้ที่ยังไม่สามารถประยุกต์สมาธิเข้ากับวิปัสสนาได้ ก็ขอให้จับอารมณ์ที่เป็นกุศล เช่น อาจจะมีเสียงสวดมนต์ หรือเสียงดนตรีของพระธิเบตดังขึ้นมาจนไม่สามารถกำหนดวิปัสสนาเป็น นามได้ยินได้ เพราะรู้ว่าเป็นท่วงทำนองไปแล้ว ก็ขอให้ทำสมาธิโดยจับเสียงนั้นเป็นอารมณ์ แทนที่จะขุ่นมัวเกิดโทสะมีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง หรือคิดว่าตกจากอารมณ์ปัจจุบันไปแล้ว ..อย่าตกใจ เพราะตกจากวิปัสสนาไม่ใช่ตกนรก ....บอกตัวเองว่า ไปเพื่อทำใจให้เหนือกิเลส ...ไม่จำเป็นต้องกำหนดรูป-นามตลอดเวลา เพราะเป็นไปไม่ได้ เราไม่ใช่พระขีณาสพ เรากำลังเป็นผู้ไปประสพ ฉะนั้นอย่ากลัวว่าจะตกจากวิปัสสนาโดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:37:39 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 13....แล้วเราจะทำอย่างไรดีหรือ
....ตอนไหนจะเป็นสมาธิก็เป็นไป
ตอนไหนที่กำหนดวิปัสสนาได้ก็ทำไป
...บางครั้งสิ่งที่เรารู้ อาจจะรู้จนชิน
เช่น เสียงสวดมนต์ที่เราฟังจนจำได้ขึ้นใจ
แม้ว่าในขณะนั้นยังมีเสียงอยู่
แต่เรากลับไปมองต้นโพธิ์
มีอารมณ์ชัดเจนที่ต้นโพธิ์
แต่ไม่ได้ยินเสียงแล้ว
...เสียงสวดมนต์ไม่ได้หายไปไหน
แต่อารมณ์ของต้นโพธิ์เกิดขึ้นแทนเสียง
มีการเห็นเกิดขึ้นแทนการได้ยิน
...ต้องมีสิ่งหนึ่งมาเกิดขึ้นแทนอีกสิ่งหนึ่งเอง
ไม่ใช่อยากได้อะไรมาแทนที่
แต่ให้ดูว่ามีอะไรมาแทนที่...
อย่าทำเพื่ออยากได้รูป-นาม
เพราะรูป-นามคือขันธ์ ๕
รูป-นามมีอยู่แล้วเป็นปรมัตถ์
และในที่สุดเราก็ต้องทิ้งรูป-นาม
เราจึงต้องอาศัย ความรู้สึก
ว่าเป็นรูป ว่าเป็นนาม
จนความรู้สึกนั้นสะอึกออกไปตรึกพระนิพพาน
...ตอนนี้เรายังไม่ได้สะอึกออกจากตัวตน พยายามกำหนดไปเรื่อยๆ อีกหน่อยก็จะสะอึกออกจากรูป-นามไปเอง
...ใครจะไปทำสมาธิก็ทำไป หรือจะทำวิปัสสนาก็ทำไป หรือจะไปนั่งซาบซึ้งตรงพระแท่นก็ทำไป แต่ถ้าไปนั่งแล้วเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า ...เราน่าจะเกิดทันพระพุทธเจ้า คำว่า เราน่าจะ นี่แหละคือความอยาก
เพราะฉะนั้นโพธิบัลลังก์ตรงนั้นก็ไม่เป็นสถานที่สัปปายะแก่เราแล้ว เพราะทำให้เราอยาก ....ให้กำหนดความรู้สึกแล้วไปที่อื่น ...นี่ไม่ใช่ความลบหลู่แต่เป็นความจริง หรือตรงนี้ลมเย็นแล้วเป็นเหตุให้ง่วง เราก็รู้สึกตัวว่าเราง่วง ให้กำหนดแล้วก็ย้ายที่ไปที่อื่น หรือไปเดินจงกรมสักพักหนึ่งตามสมควรโดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:40:57 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 14สำหรับผู้ที่จะแยกเดินทางไปเที่ยวชมบ้านนางสุชาดา อาจารย์บุษกรจึงได้ให้ข้อคิดว่า ...ขอให้ไปดู ไปรู้ และไปเห็นในความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากพวกเรา แล้ววางใจให้ได้ว่า การจะไปโปรยทานในครั้งนี้ เป็นการกระทำเพื่อละความตระหนี่มัจฉริยะ มิได้ทำเพราะโลภะว่าอยากทำ และอย่าได้ขยะแขยง หรือสนใจกับการแก่งแย่งที่เกิดขึ้นจากผู้มาขอทานเหล่านั้น เพราะเขาต่างก็มีกรรมจำเพาะเจาะจง มุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไขให้ต้องเป็นเช่นนี้ ....แต่มือของเราจะต้องเป็นมือที่หยิบยื่นแต่สิ่งที่ดี อย่าลืมว่า มือที่คว่ำกำแล้วแบ ย่อมดีแน่กว่ามือที่แบแล้วกำ มือของเราต้องพร้อมแบออกเพื่อสละ อย่าแบมือแบบพร้อมกำ เพราะจำทำให้อยู่ในสังสารวัฏอีกยาวนาน
การอบรมกรรมฐานในครั้งนี้ทำให้ผู้ฟังซึ่งเป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่มีความเข้าใจดีขึ้น และเมื่อเดินทางไปถึงพระศรีมหาโพธิ์แล้วอาจารย์บุษกรได้กล่าวนำบูชาอีกครั้งหนึ่งว่า
.....ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มาอยู่ ณ เบื้องหน้าของพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ อันเป็นสถานที่รองรับพระพุทธรัตนะ
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมนำกุศลกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมมาราบถวายเป็นเครื่องปฏิบัติบูชา และขอน้อมนำกุศลทั้งปวงมาเป็นเครื่องบูชาพระคุรครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ได้ประสิทธิ์ประสาทพรให้เข้าถึงธรรมอันยังความสวัสดีได้อย่างแน่แท้
ขอครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้ามีความปิติปราโมทย์ในการมาสร้างกุศลของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ ...
และขอให้ผลของกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำในครั้งนี้เป็นพลวปัจจัยให้ข้าพเจ้ามีศรัทธามั่นคงยิ่งขึ้น มีความเพียรมากขึ้น มีสติอันมีกำลังมากขึ้น และมีปัญญามากขึ้น เพื่อจะได้เข้าถึงความรู้แจ้งในไตรลักษณ์ได้ต่อไป
โดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:43:48 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 15เมื่อจบจากการถวายกุศลแล้ว ทุกคนได้แยกย้ายกันไปเจริญอยู่ในกุศลตามสมควรแก่สติปัญญา และในคืนวันนั้นคณะของเราก็ได้กลับมาทำวัตรสวดมนต์ ณ อุโบสถวัดไทยพุทธคยา และประกอบพิธีถวายกุศลเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในฐานะข้าแผ่นดินที่ได้มาประกอบกุศลในพระพุทธศาสนาในดินแดนแห่งพุทธภูมินี้อีกครั้งหนึ่ง
ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๓
ตามกำหนดการเดิมแล้ว เอ็น.ซี.ทัวร์จะต้องนำคณะของเราไปยังแคว้นมคธ เพื่อชมวัดเวฬุวนาราม ถ้ำสุกรขาตา พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ มหาวิทยาลัยนาลันทาฯ
แต่เนื่องจากเส้นทางจากพุทธคยาไปยังมคธนั้นมีความเสียหายตลอดเส้นทาง คณะของเราจึงพร้อมใจกันปฏิบัติธรรมอยู่ที่พุทธคยาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาอีกวันหนึ่ง
หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว พระวิทยากรได้นำคณะของเราเดินไปยังพระมหาเจดีย์พุทธคยาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนี้เราเดินทางไปเพื่อปฏิบัติธรรมและฟังพระวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับสถานที่สำคัญที่ทรงประทับในสัปดาห์ต่างๆหลังจากตรัสรู้แล้วโดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:46:37 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 16สัปดาห์ที่ ๑ ทรงเสวยวิมุติสุขบนรัตนบัลลังก์
สัปดาห์ที่ ๒ ทรงประทับอยู่ในทิศอิสานแห่งไม้มหาโพธิ์ ณ อนิมิสเจดีย์ จ้องพระเนตรดูไม้มหาโพธิ์
สัปดาห์ที่ ๓ ทรงเสด็จจงกรมในทิศอุดรแห่งไม้มหาโพธิ์ ณ รัตนจงกรมเจดีย์
สัปดาห์ที่ ๔ ทรงเสด็จประทับนั่งอยู่ที่รัตนฆรเจดีย์ ทางทิศปัจจิม ทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎก
สัปดาห์ที่ ๕ ทรงเสด็จไปประทับที่ใต้ต้นไทร เรียกว่า อชปาลนิโครธ ทรงขับธิดาพญามาร
สัปดาห์ที่ ๖ ทรงเสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิเสวยวิมุติสุขที่ร่มไม้จิกมีนามว่า มุจลินท์พญานาคราชได้ขนดกายรอบพระองค์ กำบังฝนถวาย
สัปดาห์ที่ ๗ ทรงเสด็จไปประทับเสวยวิมุติสุขที่ร่มไม้เกตุมีนามว่า ราชายตนะ
โดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:49:07 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 17กลางคืนวันนี้ ทุกคนได้ไปพร้อมเพรียงกันที่อุโบสถเพื่อกราบลาพระภิกษุสงฆ์เจ้าของสถานที่ที่ให้การอุปการะ อาจารย์บุษกรได้กราบถวายปัจจัยจำนวน ๖,๗๐๐ บาท (หกพันเจ็ดร้อยบาท) เพื่อบำรุงวัดไทยพุทธคยา และกราบถวายปัจจัยจำนวน ๖,๗๐๐ บาท (หกพันเจ็ดร้อยบาท) แด่พระวิทยากร
หลังจากนั้นก็ถึงกาลอันควรที่พระนวกะทั้ง ๑๓ รูปจะต้องคืนสู่เพศคฤหัสถ์ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยตามกำหนดโดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:50:18 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 18เส้นทางสายสังเวชนียสถานในครั้งนี้ได้เริ่มต้นที่การประสูติของพระโพธิสัตว์ และจบลงด้วยการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ล้วนสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมคณะทุกคนในแง่มุมต่างๆ
อาจารย์บุษกรกล่าวว่า มัคคุเทศก์สำคัญในครั้งนี้ ที่นำเรามาสู่ดินแดนพุทธภูมิด้วยความศรัทธา และได้รับประโยชน์คือเกิดปัญญาในสถานที่ต่างๆนั้นก็คือ พระธรรม
....และพระอภิธรรมปิฏกนี่แหละคือมัคคุเทศก์คนสำคัญที่จะนำเราไปสัมผัสความสุขอันสันติ พระอภิธรรมปิฎกเป็นคู่มือการเดินทางในสังสารวัฏอย่างปลอดภัย ไม่ถูกโมหะอวิชชามาหลอกลวงใจให้กระทำผิด
พระอภิธรรมคือผู้ที่จะพาเราไปยังดินแดนมหัศจรรย์ที่ไปถึงแล้วไม่ต้องเดินทางกลับมาอีก .....โดย น้องกิ๊ฟ [29 ก.พ. 2547 , 01:53:53 น.] ( IP = 203.118.110.119 : : )
สลักธรรม 19![]()
ที่พึ่งอื่นใด ข้าพเจ้า ไม่มี
เว้นพระ ศรีสุคต ผู้เป็นใหญ่
ถึงที่พึ่งอื่น หมื่นใด
ไหนเท่า พระไตร สรณา
![]()
โดย ชนอภิธรรม [29 ก.พ. 2547 , 05:25:43 น.] ( IP = 203.107.210.153 : : )
สลักธรรม 20ซึ้งจังเลยค่ะ คุณน้องกิ๊ฟ
ทั้งสถานที่ และสิ่งต่าง ๆ
คำสั่งสอน คำแนะนำต่าง ๆ ของอาจารย์บุษกร
แม่พลอยกราบขอบพระคุณอาจารย์ด้วยค่ะ
และขอขอบคุณ คุณน้องกิ๊ฟมาก ๆ เลยนะคะ
และขออนุโมทนากับบุญกุศลของทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ
โดย แม่พลอย [29 ก.พ. 2547 , 10:23:24 น.] ( IP = 219.197.4.230 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |